ชาวอินเดีย 1.4 พันล้านคนปรับตัวต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศอย่างไร
เรียบเรียงจาก How 1.4bn Indians are adapting to climate changehttps://www.economist.com/asia/2025/01/02/how-14bn-indians-are-adapting-to-climate-change from The Economist น้ำกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และ สุคนธา อาชิน ตระหนักว่าเธอต้องออกจากบ้าน สามีของเธอพยายามเปิดประตูหลัง แต่ถูกดินโคลนที่เคลื่อนตัวมาขวางไว้ ทั้งสองจึงห่อเด็กวัยสองขวบไว้ในผ้าห่มและลุยน้ำออกทางประตูหน้า ขณะที่ตู้เสื้อผ้าของพวกเขาลอยออกไป และบ้านรอบ ๆ เริ่มเลื่อนลงมาตามเนินเขา ในที่สุดพวกเขาก็หาที่ปลอดภัยได้ แต่เพื่อนบ้านของพวกเขา 17 คนเสียชีวิตในน้ำท่วมครั้งนี้ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในอินเดียจะเป็นเรื่องที่ยากลำบาก อินเดียเป็นประเทศที่ยากจนและมีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก อีกทั้งยังมีประชากร 1.4 พันล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ใหญ่กว่าประเทศอาร์เจนตินาเพียงเล็กน้อย ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2024 อินเดียประสบกับ “เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง” อย่างน้อยหนึ่งครั้ง เช่น น้ำท่วมหรือพายุไซโคลน ในกว่า 90% ของวัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม อินเดียมีอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยสูงที่สุดตั้งแต่ปี 1901 อินเดียยังเป็นประเทศที่มีความเครียดทางทรัพยากรน้ำสูงที่สุดในเอเชีย ตามรายงานของสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute หรือ WRI) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร […]
1.5 C+
อย่างน้อยในช่วงชีวิตของเราบนโลก มีการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกที่กำลังห่อหุ้มชั้นบรรยากาศหนาขึ้นเรื่อยๆ (วัดเป็นส่วนในล้านส่วน-part per million) นั่นคือ การล่มสลายของสหภาพโซเวียต (-3.1%)วิกฤตการเงินโลก (-1.2%)การระบาดของโควิด 19 (-5.4%) แต่แนวโน้มก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศก็ยังเพิ่มขึ้นอยู่ดี จากราว 23 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในช่วงปี ค.ศ.1990 เป็น 36 กิกะตันของคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าในปี ค.ศ.2021 มีความพยายามต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางวิศวกรรมที่จะดึงก๊าซเรือนกระจกโดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศโดยการดักจับและกักเก็บ (carbon capture&storage-CCS) หากนึกซะว่า เหมือนเป็นการขี่ช้าง(เทคโนโลยี CCS) จับตั๊กแตน(CO2) มันต้องใช้ช้างกี่ล้านเชือกถึงจะจับตั๊กแตนนับล้านล้านตัว ถึงจะดึงระดับก๊าซเรือนกระจกให้ drop ลงมาเท่ากับการเปลี่ยนแปลงในช่วงสหภาพโซเวียตล่มสลาย หรือช่วงวิกฤตการเงินโลก หรือช่วงโควิด ขนาดนั้นยังเอาไม่อยู่เลย ดังนั้น คาดได้เลยว่า ยังไงสังคมโลกก็ต้องอยู่กับอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกที่สูงขึ้นมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบก่อนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (ก๊าซเรือนกระจกหลายตัวสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศนานกว่าอายุคน เมื่อสะสมมากๆ มันก็มีแรงเฉี่อย หรือโมเมนตัม) คำถามคือจะอยู่กันยังไง อะไรคือกติกาที่เราจะอยู่ร่วมกันในอนาคตแบบนั้น แต่ที่แน่ๆ ถ้าไม่ปรับตัวก็ยากที่จะอยู่รอด ที่มากราฟ : Global Carbon Project อ้างใน https://theconversation.com/climate-clock-reset-shows-the…
