Taragraphies — Header Component

2565: ปีแห่งมหกรรมฟอกเขียวครั้งใหญ่

แม้คำว่า “ฟอกเขียว(Greenwashing)” จะรู้จักกันอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่ปี 2529 โดยอธิบายถึงพฤติกรรมและแนวปฏิบัติของกลุ่มองค์กรและหน่วยธุรกิจเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อใจและดีต่อโลก ส่วนเบื้องหลังกลับเป็นหายนะทางสังคมและนิเวศวิทยา แต่ในโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอน ซับซ้อนและคลุมเครือในปัจจุบัน การฟอกเขียวยิ่งทวีความเข้มข้น ซ่อนเงื่อน และยากที่จะแยกแยะมากขึ้น เรามาดูกันว่า ทำไมปี 2565 ที่กำลังจะผ่านไปนี้จึงสมควรเป็นปีแห่งมหกรรมฟอกเขียวครั้งใหญ่ของไทย การฟอกเขียวโดยบรรษัท (Corporate Greenwashing) หายนะทางสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงปี 2565 รวมถึง #น้ำมันรั่วChevronSPRC ลงทะเลระยอง [1] #สารพิษรั่วIndorama ที่นครปฐม [2] [3] เราพบว่า กลไกตรวจสอบที่มีอยู่ในสังคมไทยต่างง่อยเปลี้ย ไม่สามารถทำให้อุตสาหกรรมที่ก่อมลพิษซึ่งมีรอยเท้านิเวศ (ecological footprint) และปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมหาศาลเหล่านี้มีภาระรับผิด (accountability) ใดๆ ได้เลย และพวกเขายังใช้ “กิจกรรมเพื่อสังคม(CSR)” เดินหน้าสร้างความชอบธรรมและคงไว้ซึ่งแบบจำลองธุรกิจที่ไม่ยั่งยืนของตนต่อไป การฟอกเขียวโดยบรรษัทยังกินความไปถึงการละเมิดแรงงานและสิทธิมนุษยชน ในเดือนธันวาคม 2565 สำนักข่าวต่างๆ [4] เช่น Workpoint Today รายงานว่า “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาตินอร์เวย์ (Norway Sovereign Wealth […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings