Taragraphies — Header Component

รู้เท่าทันกลไกชดเชยคาร์บอน

คู่มือเบื้องต้นนี้ที่เรียบเรียงจาก https://zerocarbon-analytics.org/archives/netzero/carbon-offsets-primer ชี้ให้เห็นว่าการชดเชยคาร์บอนโดยหลักการแล้วไม่ได้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และในทางปฏิบัติก็ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังมีแนวทางอื่นๆ ในการจัดสรรเงินทุนเพื่อแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศที่สามารถนำมาใช้แทนได้ ประเด็นสำคัญ: การชดเชยคาร์บอนคืออะไร? การชดเชย (offsetting) หมายถึง การใช้ เครดิต ซึ่งเทียบเท่ากับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกชนิดอื่น ๆ หนึ่งตันที่ถูกหลีกเลี่ยง ลด หรือกำจัด โดยประเทศ บริษัท หรือบุคคล เพื่อนำไป “ลบล้าง” การปล่อยก๊าซของตนที่เกิดขึ้นที่อื่น เมื่อเครดิตถูกนำมาใช้เพื่อลดการปล่อยแล้ว เครดิตนั้นจะถูกยกเลิก (retired) และไม่สามารถนำกลับมาใช้อีกได้ เครดิตคาร์บอนสามารถซื้อขายได้ในตลาดคาร์บอนสองประเภท คือ ตลาดบังคับ (compliance) และ ตลาดสมัครใจ (voluntary) ตลาดบังคับ (compliance markets) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยรัฐบาล และเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซที่ถูกกำหนดโดยกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ระบบเพดานและการซื้อขาย (cap-and-trade) หรือระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซ (ETS) เช่น ระบบ ETS ของสหภาพยุโรป (EU ETS) โดยบางระบบบังคับเหล่านี้อนุญาตให้ใช้การชดเชยคาร์บอนในสัดส่วนที่จำกัดเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดการลดการปล่อย ตลาดสมัครใจ (voluntary carbon market – VCM) ส่วนใหญ่ไม่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด เปิดโอกาสให้บริษัทหรือบุคคลใช้การชดเชยคาร์บอนเพื่อลดการปล่อย โดยไม่ได้มีข้อผูกพันทางกฎหมาย […]

กังหันลม

เรียบเรียงจาก Drawdown: The Most Comprehensive Plan Ever Proposed to Reverse Global Warming by  Paul Hawken  (Editor) ลมไม่ได้พัดขึ้นเองแต่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิบนพื้นผิวโลกและการหมุนของโลกทำให้ลมเคลื่อนที่จากบริเวณที่มีความกดอากาศสูงไปยังพื้นที่ที่มีความกดอากาศต่ำ โค้งตัวไปตามภูมิประเทศเหมือนกระแสคลื่นของอากาศที่พัดเข้ามา การเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับกระแสลมนี้ พลังงานลมกำลังเป็นแนวหน้าในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนในช่วงสามทศวรรษข้างหน้า โดยมีผลกระทบเป็นอันดับสองรองจากเทคโนโลยีทำความเย็น (refrigeration) ในแง่ของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หนึ่งในตัวอย่างที่น่าทึ่งคือ กังหันลมนอกชายฝั่ง 32 เครื่อง ซึ่งตั้งอยู่นอกชายฝั่งเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ ในโครงการ Burbo Bank Extension ที่น่าสนใจคือเจ้าของโครงการนี้คือ Lego—บริษัทของเล่นชื่อดังซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ธุรกิจพลังงานอย่างคาดไม่ถึง Burbo Bank Extension เป็นโครงการระดับนานาชาติโดยใบพัดของกังหันผลิตบนเกาะไวท์ (Isle of Wight) สหราชอาณาจักรซึ่งบริษัทญี่ปุ่นผลิตให้กับ Vestas ซึ่งเป็นลูกค้าจากเดนมาร์ก แต่ละกังหันสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 8 เมกะวัตต์ ใบพัดของกังหันมีความยาว 269 ฟุต และเส้นผ่านศูนย์กลางของการหมุนครอบคลุมพื้นที่ เกือบสองเท่าของสนามฟุตบอล น้ำหนักของใบพัดแต่ละใบอยู่ที่ 33 ตัน […]

ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์

เรียบเรียงจาก https://earthobservatory.nasa.gov/images/153806/2024-was-the-warmest-year-on-record ค่าเฉลี่ยอุณหภูมิพื้นผิวโลกในปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์ ตามการวิเคราะห์ที่นำโดยนักวิทยาศาสตร์ของ NASA อุณหภูมิโลกในปี 2024 สูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 (ช่วงปี 1951–1980) ถึง 1.28 องศาเซลเซียส (2.30 องศาฟาเรนไฮต์) ซึ่งทำลายสถิติเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2023 สถิติใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากการทำลายสถิติอุณหภูมิรายเดือนติดต่อกันถึง 15 เดือน (ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2023 ถึงสิงหาคม 2024) ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน “อีกครั้งที่สถิติอุณหภูมิถูกทำลาย—ปี 2024 เป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นการบันทึกในปี 1880” บิล เนลสัน ผู้บริหารของ NASA กล่าว “ระหว่างอุณหภูมิที่ทำลายสถิติและไฟป่าที่กำลังคุกคามศูนย์ปฏิบัติการและบุคลากรของเราในแคลิฟอร์เนีย ความจำเป็นในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่เคยมีความสำคัญมากเท่านี้มาก่อน” นักวิทยาศาสตร์ของ NASA ยังประเมินว่าโลกในปี 2024 มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 1850–1900 ประมาณ 1.47 องศาเซลเซียส (2.65 องศาฟาเรนไฮต์) นอกจากนี้ ในช่วงมากกว่าครึ่งปี 2024 อุณหภูมิเฉลี่ยสูงกว่าค่าเฉลี่ยพื้นฐาน 1.5 […]

ทำไมจึงยากที่จะบอกว่านโยบายสภาพภูมิอากาศมันจะ work หรือไม่?

เรียบเรียงจาก Why it’s so hard to tell which climate policies actually work https://www.economist.com/science-and-technology/2024/10/02/why-its-so-hard-to-tell-which-climate-policies-actually-work from The Economist นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับชาตินั้นถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างใหม่ เมื่อปี 1997 ตามข้อมูลจาก Grantham Institute ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยที่ London School of Economics มีนโยบายดังกล่าวเพียง 60 ฉบับ แต่ภายในปี 2022 ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 3,000 ฉบับ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของนโยบายเหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่วัดผลได้ยากมาก ในเดือนสิงหาคม กลุ่มนักวิจัยนานาชาติได้เผยแพร่การประเมินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศในระดับโลกครั้งแรกในวารสาร Science การศึกษานี้ได้พิจารณานโยบายประมาณ 1,500 ฉบับที่ดำเนินการใน 41 ประเทศระหว่างปี 1998 ถึง 2022 พบว่ามีเพียง 63 ฉบับเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับที่มีนัยสำคัญ นโยบายที่ประสบความสำเร็จมีลักษณะร่วมบางประการ การใช้ภาษีมักจะได้ผลดี เช่นเดียวกับการผสมผสานมาตรการต่างๆ ตัวอย่างเช่น […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings