Taragraphies — Header Component

จีน สหรัฐอเมริกาและ COP27

จีนและสหรัฐอเมริกามีส่วนปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ก่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศรวมกันราว 40% ของทั้งโลก สองมหาอำนาจนี้มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่และต้องลงมือทำร่วมกัน เพื่อมิให้โลกไปถึง climate endgame จีนเป็นแชมป์ปล่อย GHG แซงหน้าสหรัฐอเมริกานับตั้งแต่ราวๆ ปี 2548 แต่เมื่อนับการปล่อย GHG สะสมมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18-19 สหรัฐอเมริกาก็ยังเป็นแชมป์อยู่ดี เรื่องนี้ถูกหยิบยกเป็นประเด็นการเจรจาต่อรองอยู่เสมอว่าใครจะลดก่อนลดหลัง ลดมากลดน้อย ความเคลื่อนไหวของจีนที่ตัดความสัมพันธ์แบบทวิภาคีในเรื่อง climate change หลายฝ่ายออกมาโทษ ปธ.รัฐสภาสหรัฐ คุณเพโลซี ในฐานที่ไปกระตุกหนวดพญามังกรที่ไต้หวัน ก็ว่าไปครับ แต่เราต้องคิดเชิงวิเคราะห์ให้ลึกซึ้ง ทั้งภูมิรัฐศาสตร์กับการเมืองด้านสภาพภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ที่เปราะบางแบบนี้มีมาเรื่อยๆ หนักบ้าง เบาบ้าง สหรัฐฯ และจีนกล่าวหากันและกันว่าไม่ลงมือทำมากพอเพื่อลด GHG เช่น จีนโจมตี “ความเห็นแก่ตัว” ของสหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะนั้นยกเลิกการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมต่างๆ ในปี 2560 ในขณะที่โจ ไบเดน กล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน “ทำผิดพลาดครั้งใหญ่” โดยไม่เข้าร่วม COP26 ที่กลาสโกว์ช่วงปลายปี 2564 […]

สนธิสัญญาสหประชาชาติมุ่งลดการผลิตพลาสติก แต่อุตสาหกรรมน้ำมันยักษ์ใหญ่ตั้งเป้าขัดขวาง

18 ก.พ. (รอยเตอร์) – ประเทศสมาชิกสหประชาชาติมีกำหนดจะประชุมกันในเดือนนี้ที่กรุงไนโรบีเพื่อร่างพิมพ์เขียวสำหรับสนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก ความตกลงที่ประเทศต่างๆ ร่วมกันเป็นครั้งแรกเพื่อลดพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งที่ผลิตขึ้นและนำมาใช้ สนธิสัญญาพลาสติกระดับโลก หรือ Global Plastics Treaty นี้ ถือเป็นความตกลงด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญที่สุดนับตั้งแต่ความตกลงปารีสว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในปี 2558 การเพิ่มปริมาณมหาศาลของพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งซึ่งทำมาจากน้ำมันและก๊าซทั่วโลก ได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น เป็นภัยคุกคามต่อมหาสมุทรโลก สิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศ และก่อมลพิษปนเปื้อนในห่วงโซ่อาหาร มากกว่า 50 บูรณาการมาตรการต่างๆ ที่มุ่งไปสู่การลดการผลิตพลาสติก นั่นเป็นปัญหาสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมันและเคมีรายใหญ่ ซึ่งคาดหวังว่าจะเพิ่มการผลิตพลาสติกเป็นสองเท่าทั่วโลกในสองทศวรรษข้างหน้า ตัวแทนกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก เช่น ExxonMobil Corp, Royal Dutch Shell Plc และ Dow Inc แสดงถึงการสนับสนุนความตกลงระดับโลกนี้เพื่อจัดการกับมลพิษพลาสติก อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอีเมลและการนำเสนอของบริษัท รวมถึงการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่หลายสิบคนที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาโดยสำนักข่าว Reuters ระบุว่า เบื้องหลังองค์กรการค้าเหล่านี้คือกำลังวางแผนกลยุทธ์เพื่อเกลี้ยกล่อมผู้เข้าร่วมการประชุมว่าด้วย Global Plastics Treaty ให้ปฏิเสธเงื่อนไขใดๆ ที่จะจำกัดการผลิตพลาสติก ตามข้อมูลจากอีเมลเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ส่งจากกลุ่มการค้าไปยังรายชื่อผู้รับที่ปิดบังไว้ สำนักข่าวรอยเตอร์ได้รับสำเนาอีเมลดังกล่าวจากพนักงานของบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคที่ขอไม่เปิดเผยชื่อ พบว่า […]

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกปี 2564 เป็นไปตามแนวโน้มโลกที่ร้อนขึ้น

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2564 เท่ากับปี 2561 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในลำดับที่ 6 ตามการวิเคราะห์อิสระจาก NASA และ National Oceanic and Atmospheric Administration (NOAA) อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2564 อยู่ที่ 0.85 องศาเซลเซียส (1.5 องศาฟาเรนไฮต์) สูงกว่าค่าเฉลี่ยสำหรับช่วงเวลาพื้นฐานของ NASA ตามที่นักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน Goddard Institute for Space Studies (GISS) NASA ใช้ช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2494-2523 เป็นช่วงปีฐานเพื่อเปรียบเทียบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาอย่างไร โดยรวมแล้ว 8 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่การเก็บบันทึกข้อมูลสมัยใหม่เริ่มขึ้นในปี 2423 ข้อมูลอุณหภูมิรายปีนี้เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกอุณหภูมิโลกที่บอกนักวิทยาศาสตร์ว่าโลกของเราร้อนขึ้นมากเพียงใดและที่ใด โลกในปี 2564 มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 1.1°C (1.9°F) ร้อนกว่าในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นช่วงที่การปฏิวัติอุตสาหกรรมกำลังดำเนินไป และมีสถานีตรวจอากาศเกิดขึ้นและกระจายไปทั่วโลก แผนที่ด้านบนแสดงค่าความเบี่ยงเบนที่ผิดปกติของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2564 (ไม่ใช่อุณหภูมิสัมบูรณ์) แผนที่แสดงให้เห็นว่าแต่ละภูมิภาคของโลกร้อนขึ้นหรือเย็นลงเพียงใดเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2494-2523 กราฟแท่งด้านล่างแสดงอุณหภูมิปี […]

Net Zero Emission : ถอดรหัสถ้อยแถลงของรัฐบาลไทยที่ COP26 กลาสโกว์

ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นอ่านถ้อยแถลง ณ ที่ประชุมสุดยอดผู้นำโลก(World Leader Summit) ในเวที COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ ที่มีตอนหนึ่งระบุว่า “…วันนี้ผมจึงมาพร้อมกับเจตนารมย์ในความท้าทายอย่างยิ่งว่า ประเทศไทยจะยกระดับการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศอย่างเต็มที่ และด้วยทุกวิถีทาง เพื่อให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2050 และบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ.2065 และด้วยการสนับสนุนด้านการเงินและเทคโนโลยีอย่างเต็มที่และเท่าเทียม รวมถึงการเสริมสร้างขีดความสามารถจากความร่วมมือระหว่างประเทศ และกลไกภายใต้กรอบอนุสัญญาฯ ผมมั่นใจว่าประเทศไทยจะสามารถยกระดับ NDC ของเราขึ้นเป็น 40% ได้ ซึ่งจะทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของไทยเป็นศูนย์ได้ภายในปี ค.ศ.2050…” ในที่นี้ เราจะถอดรหัสถ้อยแถลงข้างต้นที่กำกวมและขาดความชัดเจน เพื่อทำความเข้าใจต่อจุดยืนและบทบาทของประเทศไทยในเรื่องปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ 40% : เป้าหมายใหม่ในแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 (NDC) มาจากไหน? ถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาอ้างถึงเป้าหมายใหม่ 40% ของแผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศปี 2564-2573 (Thailand’s Nationally Determined Contribution Roadmap on […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings