Taragraphies — Header Component

ธารานากิ : สิทธิของธรรมชาติ

บนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ภูเขาไฟที่มีหิมะปกคลุมรวมถึงผืนป่าสีเขียวเข้มตั้งตระหง่านอยู่เหนือทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ยอดเขาธารานากิ (Taranaki) ที่ปกคลุมด้วยหิมะ (ขนานนามว่า Mount Egmont โดย Captain Cook) เป็นศูนย์กลางของอุทยานแห่งชาติ Egmont อาณาเขตทรงกลมที่มีรัศมี 9.6 กิโลเมตร (6 ไมล์) จากยอดเขาของภูเขาไฟ ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในฐานะเขตอนุรักษ์ป่าไม้ใน ค.ศ. 1881 ด้วยการเพิ่มพื้นที่บางส่วน กลายเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่สองของนิวซีแลนด์ใน ค.ศ. 1900 เครื่องมือ OLI (Operational Land Imager) บนดาวเทียม Landsat 8 บันทึกภาพภูเขา Taranaki ในเดือนมิถุนายน 2023 ภูเขาไฟที่เก่ากว่าและดับไปแล้วสองแห่งคือ Kaitake และ Pouakai อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของยอดเขา ด้วยความสูง 2,518 เมตร (8,261 ฟุต) ทารานากิเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดเป็นอันดับสองบนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์รองจากรูอาเปฮู ที่ส่วนที่กว้างที่สุดของวงแหวนรอบภูเขา ป่าริมมูและคามาฮิ ต้นไม้เขียวชอุ่มสูงที่มีถิ่นกําเนิดในนิวซีแลนด์ ครอง อัฒจันทร์ของ kāmahi […]

ธารน้ำแข็งแห่งดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล

ภาพนี้บันทึกเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 โดยเครื่องมือบนดาวเทียม Sentinel-2 แสดงให้เห็นเทือกเขาแอลป์แห่งเกาะใต้ หรือ Southern Alps ของอาวโตรัว(นิวซีแลนด์) Southern Alps ยาวประมาณ 650 กิโลเมตรตามแนวชายฝั่งตะวันตกของเกาะใต้ เป็นที่ตั้งของธารน้ำแข็งหลายแห่ง อย่างไรก็ตาม ปีแล้วปีเล่า ผลกระทบจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศปรากฏชัดเจนมากขึ้นในแถบนี้ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้ธารน้ำแข็งหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับภูมิภาคอื่นในนิวซีแลนด์ จากการวิจัยของสถาบันน้ำและพลศาสตร์แห่งชาติของนิวซีแลนด์ระบุว่า ปี 2564 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของนิวซีแลนด์ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวิกตอเรียแห่งเวลลิงตันระบุว่า นอกจากการละลายของธารน้ำแข็งที่ทวีความรุนแรงขึ้นแล้ว อุณหภูมิที่สูงขึ้นเหล่านี้ยังเป็นสาเหตุของเหตุการณ์สภาพอากาศที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

วางานูอิ : มรดกความขัดแย้งเหนือดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล (4)

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Wanganui : Beyond the Comfort Zone, North and South Magazine. June, 1995 เขียนโดย Cate Brett (ตีพิมพ์ลงในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ ระหว่าง ปี พ.ศ.2538-2539) ตอนที่ 4 ตัวเลขเหล่านี้มาจากผู้นำสตรี ทาริเอนา ทูริอา ผู้เป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงเรียกร้องสิทธิในที่ดินของปาไกโตเร ทูริอาอายุ 50 ปี เป็นแม่ของลูก 6 คนและยายของหลานอีก 16 คน เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญที่ปาไกโตเร เธอมีวิถีทัศน์ทางการเมืองที่ชัดเจนและมีจินตภาพอันแรงกล้าของอนาคตเพื่อลูกหลาน เธอมาจากเผ่างาทิ อาปา และแต่งงานกับเมารีแห่งแม่น้ำวางานูอิ ในฐานะลูกจ้างของกระทรวงพัฒนาเมารี(เท ปูนิ โคคิริ) สาขาวางานูอิ (เธอลาออกระหว่างการประท้วง) ทูริอาบอกกับฉันว่าปาไกโตเรได้ตอบรับความเจ้บปวดอันลึกซึ้งและความรู้สึกไร้อำนาจของเมารีรุ่นพ่อแม่เช่นเดียวกับที่เธอรู้สึกเมื่อมองไปที่เด็กเมารีรุ่นหลังเดินลงไปสู่ความอับจน “ดูพวกเด็กที่เดินเล่นอยู่ที่นี่สิ อะไรเล่าที่พวกเขารอคอยด้วยความหวัง เราไม่มีอะไรต้องสูญเสีย เป็นจุดที่มีพลังมากๆ เราต้องอยู่เหนือความกลัว” ในปี พ.ศ.2527 ปีเริ่มต้นการปฏิรูปเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคแรงงาน […]

วางานูอิ : มรดกความขัดแย้งเหนือดินแดนเมฆขาวอันยาวไกล (3)

ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก Wanganui : Beyond the Comfort Zone, North and South Magazine. June, 1995 เขียนโดย Cate Brett (ตีพิมพ์ลงในนิตยสารอาทิตย์รายสัปดาห์ ระหว่าง ปี พ.ศ.2538-2539) ตอนที่ 3 ข้อข้องใจทางประวัติศาสตร์ว่าด้วยที่ดินและแม่น้ำนั้นเป็นเรื่องหนึ่ง ตามความคิดเห็นของฉัน มีประเด็นหลักอยู่สองสามประการของการชุมนุมประท้วงที่สวนสาธารณะโมวทอ แง่มุมที่เป็นประเด็นมากที่สุดคือ ความไม่พอใจต่อประมุขแห่งอังกฤษในเรื่องที่ดินผืนหนึ่งที่ชาวเมารีแห่งวางานูอิรู้จักในนาม “สวนสาธารณะโมวทอ” ช่วงคริสต์ทศวรรษ 1800 สวนสาธารณะ 0.9 เฮกตาร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของ “ปา” ขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “ปาไกโตเรปา” ถือครองโดยเมารีที่อยู่ตอนบนของแม่น้ำในช่วงฤดูหาปลา ในปี พ.ศ.2382 ยังเป็นพื้นที่ของเด็กหนุ่มปาเกฮาอายุ 19 ปี ชื่อ เอ็ดเวิร์ด เจอร์นิงแฮม เวคฟิลด์ ซึ่งเจรจาซื้อที่ดิน 40,000 เอเคอร์ มูลค่า 500 ปอนด์ รวมทั้งปืนสั้นลำกล้องแฝด […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings