ความเสี่ยงจากรังสีของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน — ไม่ว่าจะมีการโจมตี Fordow หรือไม่ก็ตาม

เรียบเรียงจาก https://thebulletin.org/2025/06/the-radiation-risks-of-irans-nuclear-program-with-or-without-a-strike-on-fordow/ เขียนโดย François Diaz-Maurin | June 20, 2025 หมายเหตุบรรณาธิการ: เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่าสหรัฐอเมริกาได้โจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านรวมถึงที่ฟอร์โดว์ นาทานซ์ และอิสฟาฮาน บทความนี้จะมีการอัปเดตเพิ่มเติมเมื่อมีรายละเอียดเพิ่มเติม นับตั้งแต่การโจมตีโดยไม่ให้สัญญาณล่วงหน้าเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน อิสราเอลดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายระลอกต่อสถานที่นิวเคลียร์ทั่วอิหร่าน การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญกับเครื่องปฏิกรณ์วิจัย โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และศูนย์นิวเคลียร์อื่นๆ ซึ่งความเสียหายสามารถมองเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมกับความกังวลถึงการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีหรือสารเคมี ราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่องค์การพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันศุกร์ว่า “ไม่มีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน” อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าการโจมตีของอิสราเอลต่อศูนย์นิวเคลียร์ของอิหร่าน “ได้ทำลายความปลอดภัยและความมั่นคงด้านนิวเคลียร์ลงอย่างมาก” โดยตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน ศูนย์นิวเคลียร์หลักของอิหร่านหลายแห่งได้รับความเสียหาย รวมถึงโรงงานเสริมสมรรถนะสองแห่งที่นาทานซ์ อาคารสี่หลังในอิสฟาฮาน และเครื่องปฏิกรณ์วิจัยที่คอนดาบ แม้ไม่มีการวัดพบระดับกัมมันตภาพรังสีที่สูงขึ้นภายนอกสถานที่ แต่ภายในโรงงานโดยเฉพาะโรงงานใต้ดินที่นาทานซ์อาจมีการกระจายของสารเคมีเป็นพิษหรือสารปนเปื้อนรังสี ตามข้อมูลของ IAEA ปริมาณยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมดของอิหร่าน ณ วันที่ 17 พฤษภาคม อยู่ที่ประมาณ 9,250 กิโลกรัม ประกอบด้วยก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ […]

บทวิเคราะห์ : 48 ชั่วโมงหลังเหตุการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในคาบสมุทรไอบีเรีย(สเปน/โปรตุเกส) — ประเด็นการถกเถียงอยู่ที่ไหน?

เรียบเรียงจากบทความของโฆเซ่ หลุยส์ การ์เซีย หัวหน้างานรณรงค์ด้านภูมิอากาศและพลังงาน กรีนพีซ สเปน ใน https://es.greenpeace.org/es/noticias/analisis-48-horas-despues-del-apagon-donde-esta-el-debate/ หลังจากระบบพลังงานล่มไปเมื่อสองวันก่อน ยังมีคำถามอีกมากที่ไร้คำตอบ แม้ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน แต่การคาดเดาต่างๆ ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งในรายการโทรทัศน์และกลุ่ม WhatsApp อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะความอยากรู้อยากเห็นของมนุษย์ ความจริงแล้ว ไม่บ่อยนักที่ระบบพลังงาน—ซึ่งดูเป็นเรื่องห่างไกล ยุ่งยาก และเข้าใจยาก—จะกลายเป็นศูนย์กลางของวาระสาธารณะ ไม่ใช่เพราะเรื่องค่าไฟและค่าครองชีพ (ที่เคยเป็นประเด็นมาแล้วหลายครั้ง) แต่เพราะเป็นบริการที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวัน แม้จะเกิดขึ้นจากสถานการณ์เลวร้าย แต่ก็ถึงเวลาที่เราต้องพูดถึงประเด็นสำคัญที่กระทบเราทุกคน ไม่ใช่แค่เรื่องค่าไฟฟ้า เรากำลังห่วงใยสามประเด็นหลักต่อไปนี้สำหรับอนาคต: 1. พลังงานหมุนเวียน พลังงานหมุนเวียนคือกุญแจในการสร้างระบบพลังงานที่ปลอดภัย เข้าถึงได้และยั่งยืน พร้อมรับมือกับวิกฤตภูมิอากาศ กรีนพีซเคยแสดงให้เห็นมาแล้วเมื่อ 20 ปีก่อนว่า ระบบไฟฟ้าที่มาจากพลังงานหมุนเวียน 100% นั้นไม่เพียงจำเป็น แต่ยังเป็นไปได้จริงและให้ประโยชน์ต่อทุกคน แต่การบรรลุเป้าหมายนี้ไม่ใช่แค่การเพิ่มพลังงานหมุนเวียนจำนวนมากเข้าระบบเท่านั้น ยังต้องมีเครื่องมือเสริมเพื่อให้ระบบมีความยืดหยุ่นและฟื้นตัวได้ เช่น เครื่องกำเนิดพลังงานหมุนเวียนแบบจัดการได้ รวมถึงโซลาร์แบบเทอร์โมอิเล็กทริก ระบบกักเก็บพลังงานหลายรูปแบบ อินเวอร์เตอร์อัจฉริยะ ระบบผลิตและใช้ไฟเอง (autoconsumo) และไมโครกริดที่แยกตัวทำงานได้ ระบบตอบสนองต่อความต้องการใช้ไฟ (demand response) ฝ่ายตรงข้ามพลังงานหมุนเวียนกำลังฉวยโอกาสโจมตีว่า “สเปนเดินเร็วเกินไปกับพลังงานสะอาดหมุนเวียนที่สะอาด” และต้องการให้เรากลับไปพึ่งพาก๊าซและนิวเคลียร์แบบเดิม อย่าหลงกล […]

วัตถุอันตรายจากนิวเคลียร์และรังสีที่จมอยู่ใต้ทะเลอาร์กติก

เรียบเรียงจาก Working paper, 2024. The nuclear legacy of the Russian Arctic(status as of late 2023 and prospects for its elimination) Published by: Bellona Foundation, VilniusAuthor: Alexander Nikitinมูลนิธิ Bellona เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมระดับนานาชาติ ที่ทำงานเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ ก่อตั้งขึ้นในปี 1986 ในฐานะกลุ่มเคลื่อนไหวเชิงประท้วงโดยตรง ปัจจุบัน Bellona ได้กลายเป็นองค์กรที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยีและการหาแนวทางแก้ไขที่ได้รับการยอมรับ มีสำนักงานตั้งอยู่ในกรุงออสโล บรัสเซลส์ เบอร์ลิน และวิลนีอุส รวมถึงมีตัวแทนอยู่ในสหรัฐอเมริกาและประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหลายแห่ง วัตถุอันตรายจากนิวเคลียร์และรังสีส่วนใหญ่ถูกจมไว้ในทะเลอาร์กติกในช่วงยุคสหภาพโซเวียต และบางส่วนในช่วงหลังยุคโซเวียต การกู้วัตถุที่จมอยู่และทำให้ปลอดภัยนั้นเป็นปัญหาที่อาจซับซ้อนยิ่งกว่าการเปลี่ยนอ่าวอันเดรเยวาให้กลายเป็น “เขตอุตสาหกรรมเก่าที่ปลอดภัย” (brown field) เสียอีก กระบวนการกำจัดวัตถุอันตรายในอ่าวอันเดรเยวานั้น ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วด้วยความร่วมมือจากนานาชาติ และใกล้จะบรรลุเป้าหมายสุดท้าย อย่างไรก็ตาม สำหรับปัญหาการกู้วัตถุที่จมอยู่ใต้น้ำ ในปี 2021 […]

การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวของโครงการ Nuclear Research Reactor ที่องครักษ์

การวิเคราะห์ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวของโครงการ Nuclear Research Reactor ที่องครักษ์ (ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 50-60 กิโลเมตร) ที่ระบุไว้ในรายงาน EHIA ยังเป็นเพียงการใช้ข้อมูลสถิติระหว่างปี 2473-2562 ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ที่ conservative ล้าหลังอย่างยิ่ง ดังนั้น อย่าแปลกใจว่าทำไมจึงมีการคัดค้านและล้มเวทีประชาพิจารณ์โครงการนี้ รายงาน EHIA สรุปในเบื้องต้นว่า “…การวิเคราะห์ระดับความรุนแรงของแผ่นดินไหวเชิงสถิติในพื้นที่จังหวัดนครนายกพบว่าค่าความเร่งของพื้นดินที่มีโอกาสเกิดมากกว่า 10 % ในรอบ 500 ปี สำหรับกรณีแผ่นดินไหวที่เกิดระดับตี้นจากแนวรอยเลื่อนในแผ่นเปลือกโลก(shallow crustal earthquake) ที่ความลึก 10 กิโลเมตรมีค่าอยู่ระหว่าง 1-28% g โดยมีพื้นที่ที่อาจรับผลกระทบอยู่ในบริเวณด้านทิศเหนือของอำเภอบ้านนาบริเวณตอนกลางของอำเภอเมืองรวมทั้งตอนล่างของอำเภอปากพลีซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีรอยเลื่อนพาดผ่านส่วนที่ไกลออกไปจากรอยเลื่อน ค่า PGA(Peak Ground Acceleration หรือค่าอัตราเร่งสูงสุดของพื้นดิน เป็นค่าที่มีความสําคัญในการออกแบบเชิงวิศวกรรมของอาคารในบริเวณที่มีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวมีหน่วยเป็นค่าอัตราเร่ง ฟุต/วินาที) ลดลงตามระยะทาง…” โดยรายงาน EHIA ระบุอีกว่า “…ต้องทำการศึกษาในขั้นรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ได้รายละเอียดสำหรับออกแบบโครงสร้างให้ต้านทานต่อแรงแผ่นดินไหว..” ซึ่งการศึกษาที่ว่านั้นก็ยังไม่มีการเผยแพร่ใดๆ ส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากแผ่นดินไหวของโครงการ Nuclear Research Reactor ที่องครักษ์ ; “…การวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวในพื้นที่อำเภอองครักษ์ […]