Taragraphies — Header Component

พลังงานนิวเคลียร์ ความไม่มั่นคงทางพลังงาน (5)

พลังงานนิวเคลียร์ไม่สามารถเพิ่มความเป็นอิสระทางพลังงานของประเทศ ในยุคนิวเคลียร์ โลกจะแบ่งออกเป็น “ผู้ที่มี” และ “ผู้ที่ไม่มี” เทคโนโลยีนิวเคลียร์ บรรพบุรุษของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ระเบิดนิวเคลียร์ ได้สร้างโครงสร้างพื้นฐานในทางภูมิศาสตร์การเมืองที่มีอันตราย และครอบงำอยู่เหนือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีราคาทางการเมืองที่ต้องจ่ายที่สัมพันธ์กับการได้มาซึ่งเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในแบบใดๆ ก็ตาม ผู้ที่มีเทคโนโลยีนิวเคลียร์พยายามที่จะควบคุมการแพร่หลายโดยการจัดให้มีความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างรัฐบาลและอุตสาหกรรมในระดับนานาชาติ มีการจัดตั้งชุมนุมนิวเคลียร์พลเรือนภายใต้กลุ่มความร่วมมือพลังงาน นิวเคลียร์ระดับโลกที่มีสหรัฐอเมริกาเป็นแกนนำ มีบทบาทในการเสนอรัฐต่าง ๆ เพื่อส่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และการจัดการกากนิวเคลียร์ให้ประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ ผู้ที่ไม่มีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ก็ต้องการจะเป็นสมาชิกชุมนุมนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจและสถานะ ประธานาธิบดีแห่งบราซิล ลูลา เดอ ซิลวา (Lula da Silva) แสดงถึงอย่างชัดเจนโดยกล่าวว่า การมีเทคโนโลยีเสริมสมรรถนะยูเรเนียมจะทำให้บราซิลมีค่ามากขึ้นในฐานะประเทศ ในปี 2549 ประธานาธิบดีจอร์ช ดับเบิลยู บุช แห่งสหรัฐอเมริกาและนายกรัฐมนตรีโมฮัมหมัดซิงแห่งอินเดียประกาศถึงข้อตกลงทวิภาคีแปดปีในการที่สหรัฐอเมริกาจะให้ความช่วยเหลือแก่อินเดียในด้านพลังงานนิวเคลียร์ นายนิโคลัส เบิร์น ผู้ช่วยรัฐมนตรีฝ่ายกิจการทางการเมืองกล่าวว่า อินเดีย ไม่เหมือนเช่นอิหร่านและเกาหลีเหนือ ได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษจากสหรัฐอเมริกา การถูกใช้เป็นข้อต่อรองทางการเมือง พลังงานนิวเคลียร์จะเพิ่มความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองขึ้นและ ก็มิได้รับประกันความเป็นอิสระด้านพลังงานของประเทศหรือความมั่นคงด้านพลังงาน โดยมิต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและการแพร่หลายของนิวเคลียร์ เทคโนโลยีและทักษะความชำนาญด้านพลังงานหมุนเวียนสามารถส่งออกไปทั่วโลกและสร้างอุตสาหกรรมภายในประเทศได้โดยง่าย การนำทรัพยากรธรรมชาติในประเทศมาใช้ ระบบพลังงานหมุนเวียนแบบกระจายศูนย์และประสิทธิภาพพลังงานสามารถให้ความมั่นคงด้านพลังงานที่เพิ่มขึ้นโดยปราศจากราคาที่จะต้องจ่ายในทางการเมือง ห่วงโซ่อุปสงค์ระหว่างประเทศ มีปัญหาต่าง ๆ ในทางปฏิบัติในเรื่องของโครงสร้างของห่วงโซ่อุปสงค์ของพลังงานนิวเคลียร์ […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings