Taragraphies — Header Component

คุณภาพอากาศในอเมริกาใต้แย่ลงจากการเกิดไฟในบราซิลที่เพิ่มมากขึ้น

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนไฟป่าโดยรวม ทางแถบตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิลเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และกำลังส่งผลให้คุณภาพอากาศในอเมริกาใต้แย่ลง ภาพด้านบนแสดงระดับของก๊าซคาร์บอนมอนน็อกไซด์ในบรรยากาศซึ่งตรวจวัดโดยเครื่องมือวัดบนดาวเทียม Sentinel5-P ระหว่างวันที่ 20 และ 24 สิงหาคม 2565

พื้นที่เผาไหม้ในปรากวัย โบลิเวียและบราซิล

นับตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ดาวเทียมของนาซาจับภาพการเกิดไฟ การเกิดไฟจำนวนมาก ใกล้พรมแดนของโบลิเวีย ปรากวัยและบราซิล (หมายเหตุ – พื้นที่นี้ไม่ใช่บริเวณป่าฝนเขตร้อนแอมะซอน) ในวันที่ 25 สิงหาคม 2562 ระบบ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 บันทึกภาพไฟไหม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำปรากวัยใกล้ๆ กับ Puerto Busch. ภาพแรกเป็นภาพสีที่อยู่ในช่วงสายตามองเห็น (OLI bands 4-3-2) และอีกภาพหนึ่งเป็นภาพในช่วงคลื่นสั้น-แสงอินฟาเรด (shortwave-infrared light) เพื่อที่จะทำให้เห็นการเกิดขึ้นของไฟอย่างชัดเจน พื้นที่ส่วนที่ถูกเผาไหม้ไปแล้วจะปรากฏเป็นสีดำ ภาพถ่ายจากระบบ MODIS นี้ระบุว่า การเกิดขึ้นของไฟครั้งแรกอยู่ในเขตปรากวัย และต่อมาลามไปยังโบลิเวียและบราซิลในวันที่ 19 สิงหาคม 2562 ที่มา : NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Caption by Adam Voiland.

หมอกควันเข้าปกคลุมเซาเปาลู(São Paulo) เมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตกให้อยู่ในความมืดมิดในเวลากลางวัน

ในช่วงกลางวันแสกๆ ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสีดำในทันที กลางวันกลายเป็นกลางคืนในเซาเปาลู แน่นอน หมอกควันคือข่าวร้ายในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตกโดยที่มีรถยนต์ติดยาวหลายไมล์บนท้องถนน ผู้เชี่ยวชาญพยายามหาว่าเหตุกลางวันมืดในวันจันทร์(19 สิงหาคม 2562) เกิดจากอะไร แต่ข้อสรุปของพวกเขาในเวลานั้นกลับย้อนแย้งกัน สถาบันอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติระบุว่า เมืองเซาเปาลูซึ่งตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 2,500 ฟุต นั้นตก”อยู่ในเมฆหมอก” ส่วนสำนักอื่นๆ บอกว่ามันเป็นแนวอากาศเย็น บริษัท MetSul ซึ่งเชี่ยวชาญด้านอุตุนิยมวิทยาบอกว่า ตัวการคือหมอกควันที่มาจากไฟป่าในโบลิเวีย ปารากวัยและที่อันห่างไกลของบราซิล ที่จริง ดูเหมือนมาจากปัจจัยสามอย่างนี้รวมกัน เมฆหมอก ควันและแนวอากาศเย็น ที่ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวของควันจากจุดกำเนิดในระยะไกล เข้าปกคลุมเมืองจนมืดมิดในเวลากลางวัน Josélia Pegorim นักอุตุนิยมวิทยาจาก Climatempo ให้สัมภาษณ์ กับ Globo ว่า “หมอกควันไม่ได้มาจากไฟในรัฐเซาเปาลู แต่มาจากควันไฟป่าที่หนาทึบที่เกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนในเขตรัฐรอนโดเนีย(ของบราซิล)และโบลิเวีย มวลอากาศเย็นเปลี่ยนทิศทางและกระแสลมนั้นได้พาหมอกควันมายังเซาเปาลู ข่าวสารต่างๆ รายงานถึงจำนวนการเกิดไฟในบราซิล โดยเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 ในปี พ.ศ.2562 นี้ โดยเฉพาะข้อมูลที่ปล่อยออกมาจากสถาบันแห่งชาติว่าด้วยการวิจัยอวกาศ (the National Institute for Space Research หรือ INPE) ในช่วงสัปดาห์ […]

บราซิลในยามค่ำคืน

ในวันที่ 12 มิถุนายน 2557 เทศกาลกีฬาที่มีคนดูมากที่สุดในโลกก็ได้เริ่มขึ้น ณ สนามกีฬา Arena Corinthians เมืองซานเปาโล โดยฟีฟ่า หรือ the Fédération Internationale de Football Association (FIFA) การแข่งบอลโลกประกอบด้วย 32 ทีม ที่ร่วมชิงชัยเข้ารอบสุดท้ายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2557 ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิลเป็นเจ้าภาพการแข่งขันฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2493 เป็นต้นมา บราซิลมีประชากรอยู่ราว 190 ล้านคน เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้และใหญ่เป็นอันดับ 5 ของโลก (8.5 ล้านตารางกิโลเมตร) ดังที่แสดงในภาพถ่ายดาวเทียม ดินแดนบราซิลนั้นยาวกว่า 4,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้และจากตะวันออกสู่ตะวันตก เมืองริมชายฝั่งทะเล ซานเปาโล และริโเดอจาเนโร เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ ในปี 2557 มี 12 เมืองของบราซิลที่ใช้เป็นสถานที่แข่งขันบอลโลก อันได้แก่ Brasília, Belo […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings