Taragraphies — Header Component

พื้นที่ปลอดภัยและเป็นธรรมสำหรับมนุษยชาติ

คำสมาส “perma-crisis” เป็นคำแห่งปีที่ผ่านมาและจะเป็นคำที่อยู่ในความคุ้นชินของเราในขณะนี้ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม ความไร้สมดุล ความไม่มั่นคงที่ต่อเนื่องยาวนานเรื้อรัง อันเป็นผลมาจากเหตุการณ์หายนะที่มาเป็นชุดต่อกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด สงคราม ความสุดขั้วสุดขีดของสภาพอากาศที่เสริมแรงจากวิกฤตโลกเดือด อีกไม่ถึง 100 วัน การประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 28 หรือ “เวทีเจรจาโลกเดือด” ครั้งแรก ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จะเริ่มขึ้น ท่ามกลางภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศที่ก่อหายนะต่อระบบเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและการพัฒนามนุษย์ในทุกภูมิภาคของโลก ในทางวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะคณิตศาสตร์ ถ้าเราจริงจังกับการหลีกเลี่ยงหายนะในยุคโลกเดือดนี้ เราต้องยุติเหมืองถ่านหิน หยุดขุดเจาะฟอสซิลรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง เรารุกล้ำพรมแดนเชื้อเพลิงฟอสซิลจนหมดสิ้นแล้ว ความหวังเดียว คือ การจัดการกับภาวะขาลงของแหล่งเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีการผลิตไปแล้ว และนำทรัพยากร(คน/เงิน)เพื่อลงทุนปฏิวัติระบบพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ยั่งยืนและเป็นธรรม อาจกล่าวได้ว่า นโยบายสภาพภูมิอากาศที่ทรงพลังมากที่สุดที่จะต่อกรกับวิกฤตโลกเดือด อยู่ที่ปฏิบัติการที่เรียบง่ายที่สุด นั่นคือ หยุดขุดเจาะเชื้อเพลิงฟอสซิลใหม่ และกลุ่มประเทศร่ำรวย/อุตสาหกรรมฟอสซิลยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย(Carbon majors)จ่ายหนี้นิเวศน์ให้กับ loss & damage ประเทศไทยของเรามีความเสี่ยงต่อหายนะจากวิกฤตโลกเดือดเป็น 10 อันดับต้นของโลก “โลกเดือด” คุกคามความมั่นคงทางอาหาร การเข้าถึงน้ำสะอาด อากาศที่ดี  อุณหภูมิในฤดูร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นเพียง 1 ส่วนของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(standard deviation) ของค่าเฉลี่ยระยะยาวของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกนำไปสู่ความขัดแย้งทางสังคมเพิ่มมากขึ้น ฤดูร้อน 2566 นี้ […]

คำแถลงด้วยวาจาของผู้ฟ้องคดี PM2.5

คำแถลงด้วยวาจาของผู้ฟ้องคดี PM2.5 ณ ศาลปกครองสูงสุด 10 สิงหาคม 2566 ฝุ่นพิษขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคจิ๋วประมาณ 1 ใน 25 ของสัมผัสมนุษย์ ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทํางานอวัยวะต่างๆ เป็นหนึ่งในมลพิษทางอากาศหลัก (Criteria Pollutants) ที่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลกราว 3-9 ล้านคนต่อปี [1] และ 29,000-37,500 คนต่อปีในประเทศไทย [2] จากโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคภูมิแพ้ โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคมะเร็งปอด ในปี 2556 องค์กรวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency Research on Cancer : IARC) ขององค์การอนามัยโลกระบุว่าฝุ่น PM2.5 ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ [3] ดังนั้นจึงก่อให้เกิดภาระโรค (Burden Disease) และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ […]

มลพิษฝุ่น 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในซอลต์เลกซิตี(ปี 2556)

มลพิษฝุ่นละอองเพิ่มขึ้นเกิน 130 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรในซอลต์เลกซิตีเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2556 สูงเป็น 3 เท่าของมาตรฐานคุณภาพอากาศสะอาด ตามข้อมูลของ U.S. Environmental Protection Agency หรือตามที่ Associated Press กล่าวไว้ โดยประมาณ เทียบเท่ากับลอสแองเจลิสในวันที่อากาศไม่ดี “หุบเขาซอลท์เลคมีช่วงมลพิษฤดูหนาวที่เลวร้ายที่สุดในฝั่งตะวันตก เนื่องจากประชากรที่เพิ่มขึ้นและการขยายตัวของเมือง รวมถึงลักษณะทางภูมิศาสตร์โดยมีหุบเขาคั่นกลางระหว่างเทือกเขาทางตะวันตกและตะวันออก” นักวิทยาศาสตร์ด้านบรรยากาศ John Horel มหาวิทยาลัยยูทาห์ อธิบายไว้ในเรื่องล่าสุดที่เผยแพร่โดย National Center for Atmospheric Research (NCAR) โดยปกติอุณหภูมิจะลดลงตามความสูง แต่สภาพอากาศทั่ว Great Basin ทำให้เกิดสถานการณ์ที่ตรงกันข้ามเป็นระยะเวลานาน ในเดือนมกราคม อุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามระดับความสูง ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่าการผกผันของอุณหภูมิ ในช่วงจุดสูงสุดของ การผกผันอุณหภูมิอยู่ที่ -15.5ºC (4.1ºF) ที่พื้นผิว และ 7.6ºC (45.7ºF) ที่ความสูง 2,130 เมตร (6,988 ฟุต) […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings