พายุหมุนแฝดในมหาสมุทรอินเดีย
พายุหมุนเขตร้อนคู่หนึ่งซึ่งอยู่คนละด้านของเส้นศูนย์สูตรปรากฏต่อดาวเทียมที่เคลื่อนผ่านมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) ที่มองเห็นได้บนดาวเทียม NOAA-20 จับภาพพายุหมุนเมื่อเวลา 12:55 น. เวลาท้องถิ่น (07:55 เวลาสากล) พายุไซโคลนแฝดกำลังหมุนจากเส้นศูนย์สูตรเป็นระยะทางใกล้เคียงกัน แต่ในทิศทางตรงกันข้าม ลมของพายุไซโคลนหมุนทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ แต่ทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้เนื่องจากปรากฏการณ์โคริโอลิส ซึ่งเป็นแรงที่ขับเคลื่อนโดยการหมุนรอบของโลกซึ่งเบี่ยงเบนลมที่พัดผ่านในทิศทางเดียวในซีกโลกเหนือและไปในทิศทางตรงกันข้ามในซีกโลกใต้ ในมหาสมุทรอินเดียตอนเหนือ พายุหมุนเขตร้อนอาซานีเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม และมีลมพัดแรงสูงสุดที่ 100-110 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขณะที่เคลื่อนผ่านอ่าวเบงกอล นักพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาอินเดีย (IMD) คาดว่าอาซานีจะอ่อนกำลังลงเมื่อเข้าใกล้อินเดียตอนใต้และโค้งไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้พายุนอกชายฝั่งตามแนวชายฝั่งรัฐอานธรประเทศ-โอริสสาในอีกไม่กี่วันข้างหน้า IMD เรียกร้องให้ระงับการทำประมงทั้งหมดในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ฝนตกหนักเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดบนแผ่นดิน ทางใต้ของเส้นศูนย์สูตร พายุหมุนเขตร้อนการิมกำลังเคลื่อนเข้าสู่ทะเลเปิดทางตะวันตกของออสเตรเลีย ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมของสหรัฐฯ คาดว่าพายุจะพัดเข้าระดับเทียบเท่ากับพายุเฮอริเคนระดับ 1 โดยคาดว่าการมจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากจะมีแรงเฉือนสูงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า พายุไม่เป็นภัยคุกคามต่อศูนย์กลางประชากรหลัก แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อหมู่เกาะโคโคส ซึ่งเป็นกลุ่มหมู่เกาะปะการังที่มีประชากร 600 คน ความปั่นป่วนในเขตร้อนที่เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันออกที่เรียกว่า Madden-Julian Oscillation ช่วยกระตุ้นพลังให้กับพายุแฝดตามรายงานจาก The […]
เตรียมการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในมัลดีฟส์
มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของเกาะปะการัง 1,190 เกาะ อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางน้อยกว่า 1 เมตร มัลดีฟส์มีภูมิประเทศที่ต่ำที่สุดในโลก ทำให้หมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้เสี่ยงต่อการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลโดยเฉพาะ ด้วยระดับน้ำทะเลทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น 3 ถึง 4 มิลลิเมตรต่อปี และคาดว่าอัตราดังกล่าวจะสูงขึ้นในอีกไม่กี่ทศวรรษข้างหน้า นักวิเคราะห์บางคนคาดถึงอนาคตที่น่ากลัวสำหรับมัลดีฟส์และหมู่เกาะที่มีพื้นที่ต่ำอื่นๆ การศึกษาชิ้นหนึ่งสรุปว่า เกาะที่มีพื้นที่ต่ำอาจไม่สามารถอยู่อาศัยได้ภายในปี 2593 เนื่องจากน้ำท่วมที่เกิดจากคลื่นกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้น และน้ำจืดจะมีจำกัด คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC)คาดการณ์ว่า ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นประมาณครึ่งเมตรภายในปี 2100 แม้ว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจะลดลงอย่างรวดเร็ว หรือจะเพิ่มขึ้นถึง 1 เมตร หากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่รัฐบาลมัลดีฟส์ได้สำรวจแผนการที่จะซื้อที่ดินบนพื้นที่สูงในประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นนโยบายประกันภัยจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล แต่นักวางแผนก็กำลังดำเนินการเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของหมู่เกาะในปัจจุบันของประเทศ ตัวอย่างหนึ่งคือ ฮูลฮุมาเล(Hulhumalé) ซึ่งเป็นเกาะเทียมที่สร้างขึ้นใหม่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวง มาเล่(Malé) ภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat สองภาพด้านบนแสดงให้เห็นว่าพื้นที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดระหว่างปี 1997 ถึง 2020 การก่อสร้างเกาะที่ออกแบบมาเพื่อบรรเทาความแออัดในเมืองมาเล่เริ่มขึ้นในปี 1997 ในลากูนใกล้สนามบิน ตั้งแต่นั้นมาเกาะเทียมก็ขยายครอบคลุมพื้นที่ 4 ตารางกิโลเมตร กลายเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของมัลดีฟส์ ประชากรของฮูลฮุมาเลเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 คน โดยคาดว่าอีก 200,000 […]
หิมะแห่งคีลีมานจาโร (Snow of Kilimanjaro)
คงไม่เกินเลยไปนัก หากจะกล่าวว่าเออร์เนสต์ เฮมิงเวย์ (Ernest Hemingway) ไม่ได้คิดถึงเรื่อง ‘ปรากฏการณ์เรือนกระจก’ ในขณะที่เขาเขียนเรื่องของชายคนหนึ่งที่ทิ้งร่างไร้วิญญาณซึ่งเน่าเปื่อยไว้ใกล้กับเทือกเขาที่ซึ่งหิมะที่ปกคลุมบนยอดกำลังจะหายไป เรื่องสั้นคลาสสิกของเฮมิงเวย์ที่ชื่อ ‘หิมะแห่งคีลิมานจาโร (Snow of Kilimanjaro)’ ขณะนี้เป็นผลงานมาตรฐานของภาพลักษณ์ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แท้จริงแล้วหิมะที่ปกคลุมยอดเขาที่สูงที่สุดของทวีปแอฟริกากำลังหายไปอย่างรวดเร็ว นี่เป็นกระบวนการที่เริ่มขึ้นมาหลายทศวรรษแล้วก่อนที่เฮมิงเวย์จะจับปากกาเขียนเรื่องของเขา ในจำนวนยอดเขา 3 แห่งที่ประกอบเป็นคีรีมานจาโรอันมหึมา มีเพียงยอดเดียว คือ คิโบ (Kibo) ความสูง 5,893 เมตร ซึ่งเป็นยอดที่สูงที่สุดที่ยังมีน้ำแข็งปกคลุม หิมะบนยอดคิโบลดขนาดลงร้อยละ 80 ในช่วงศตวรรษที่ 20 และมีการรายงานว่า ความหนาของชั้นหิมะก็ลดลงในอัตราราว 50 เซนติเมตรต่อปีนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 ถึงแม้ว่ายอดภูเขาจะมีหิมะปกคลุมในช่วงฤดูหนาว แต่การหดตัวของหิมะที่มีอย่างต่อเนื่องในระยะยาวนำไปสู่การคาดการณ์ที่ค่อนข้างจะเที่ยงตรงว่า หิมะบนคีลีมานจาโรจะหายไปในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2558-2563 อาจเรียกได้ว่า ‘คีลีมานจาโร’ เป็นตำราว่าด้วย ‘การเกิดความร้อนและการละลาย’ ซึ่งได้กลายเป็นประเด็นที่เรียกความสนใจ นำไปสู่หัวข้อในการถกเถียงเชิงจิตวิญญาณในหมู่นักวิจัยด้านธารน้ำแข็ง รวมถึงเป็นหัวข้อนิยมของผู้ที่สงสัยเรื่องโลกร้อน ซึ่งคาดประมาณการหายไปของหิมะบนยอดเขาเพียงยอดเดียวเพื่อเป็นข้อโต้แย้งกับปรากฏการณ์ของการหดตัวของธารน้ำแข็งในพื้นที่อื่นๆ ของโลก อะไรที่ทำให้เรื่องของหิมะแห่งคีลีมานจาโรยังไม่มีข้อสรุป ประเด็นหนึ่งก็คือ อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยเหนือยอดคิโบนั้นอยู่ใต้จุดเยือกแข็งจนถึงประมาณลบ 7 องศาเซลเซียสตลอดทั้งปี […]
อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก
ช่วงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ (องศาเซลเซียส) โลกกำลังร้อนขึ้น ไม่ว่าจะมาจากกิจกรรมของมนุษย์หรือความแปรปรวนของธรรมชาติ และหลักฐานบอกเราว่า มนุษย์เป็นตัวการสำคัญ เทอร์โมมิเตอร์ทั่วโลกตรวจวัดบักทึกอุณหภูมินับตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เริ่มต้นขึ้น การวิเคราะห์โดยนักวิทยาศาสตร์ที่ NASA’s Goddard Institute for Space Studies (GISS) และภาพสไลด์ที่แสดงข้างต้น อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มขึ้นโดยประมาณ 0.8 องศาเซลเซียส (1.4 องศาฟาเรนไฮท์) นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 ความร้อนที่เพิ่มขึ้นสองในสามเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1975 ที่อัตราประมาณ 0.15-0.20 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ คำถามคือ ทำไมเราต้องสนใจอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเพียงแต่หนึ่งองศา จะว่าไปแล้ว การผกผันของอุณหภูมิเกิดขึ้นหลายองศาในทุก ๆ วัน ในที่ที่เราอาศัยอยู่ บันทึกอุณหภูมิโลกนี้เป็นค่าเฉลี่ยทั่วทั้งผิวโลก อุณหภูมิที่เราประสบอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันและในระยะเวลาสั้น ๆ นั้นสามารถเปลี่ยนแปลงขึ้นลงได้มากเนื่องจากเหตุการณ์ที่เป็นวัฐจักรที่เราสามารถทำนายได้ เช่น กลางวัน กลางคืน ฤดูร้อน ฤดูหนาว เป็นต้น และแบบแผนการตกของน้ำจากฟากฟ้า(precipitation) และการเคลื่อนที่ของลมที่ยากแก่การคาดการณ์ ส่วนอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกนั้นขึ้นอยู่กับว่ามีพลังงานเท่าไรที่โลกรับจากดวงอาทิตย์และมีจำนวนเท่าใดที่สะท้อนกลับจากผิวโลกออกสู่อวกาศ ปริมาณพลังงานดังกล่าวนี้มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย รังสีความร้อนที่แผ่ออกจากผิวโลกนั้นส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบทางเคมีของชั้นบรรยากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปริมาณของก๊าซเรือนกระจกที่เป็นตัวกักเก็บความร้อน การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลก […]