ห่วงโซ่อุปทานแรร์เอิร์ธแบบหนัก (HREEs) : เมียนมา → จีน → แบรนด์ระดับโลก

1. ต้นทาง (Extraction in Myanmar) 2. ด่านแปรรูป (Processing in China) 3. ระดับกลาง (Magnet Makers) 4. ปลายทาง (Global Brands using magnets) 🔴 Key Risks Highlighted ที่มา : สรุปข้อมูลจาก Heavy Rare Earths Supply Chain Risks: Illicit Minerals from Myanmar are the World’s Largest Source of Supply – Global Witness, 2022

ขั้นตอนการขุดแร่หายากจากรัฐกะฉิ่นส่งออกไปยังจีน

การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในเมียนมากระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ของรัฐกะฉิ่นใกล้ชายแดนจีน รอบ ๆ ชิปเว (Chipwe) และเมืองชายแดนปางหวา (Pangwa) พื้นที่นี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงของรัฐกะฉิ่น คือ มิตจินา (Myitkyina) ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 125 กิโลเมตร พื้นที่นี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธที่เรียกว่า กองทัพประชาธิปไตยใหม่กะฉิ่น (New Democratic Army-Kachin: NDA-K) ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับกองทัพเมียนมา แรร์เอิร์ธทั้งหมดที่ขุดได้จากพื้นที่นี้จะถูกส่งออกไปยังประเทศจีน ผ่านด่านชายแดนสำคัญสองแห่งที่ปางหวาและกันไพก์ตี้ (Kan Paik Ti) ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมร่วมกันของกองทัพเมียนมาและ NDA-K ยังมีการทำเหมืองแรร์เอิร์ธในปริมาณที่น้อยกว่าในนข่องพ่า (Nhkawng Pa) ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาในอำเภอบาโม (Bhamo District) บริเวณชายแดนติดจีนทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองชายแดนไห่จาอาง (Mai Ja Yang) เหมืองเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การเอกราชกะฉิ่น (Kachin Independence Organisation: KIO) ซึ่งทำสงครามกับกองทัพเมียนมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1960 (แม้ว่าจะมีการหยุดยิงระหว่างปี 1994 ถึง 2011) แรร์เอิร์ธทั้งหมดจากภูมิภาคนี้ถูกส่งออกไปยังจีนผ่านด่านชายแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ KIO ที่ไห่จาอาง อุตสาหกรรมเหมืองแรร์เอิร์ธดำเนินงานในลักษณะคล้ายกันในแต่ละพื้นที่ แต่ก็มีความแตกต่างที่สำคัญ โดยเฉพาะวิธีที่บริษัทได้รับอนุญาตให้ทำเหมือง […]

ห่วงโซ่อุปทานของแร่พลวง(Antimony) อาจเป็นหนึ่งในสมการทางอ้อมเพื่อแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง

พาดหัวข่าว “วิธีที่ผู้ซื้อแร่ที่มีความสำคัญมากในสหรัฐฯ หลบเลี่ยงการห้ามส่งออกของจีน” จากสำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อเร็วๆ นี้ อาจมีนัยสำคัญบางประการในสมการของความพยายามแก้วิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง(กก/สาย/รวก/โขง) แร่ที่มีความสำคัญมากนี้คือ พลวง(Antimony, Sb) และนี่คือการวิเคราะห์แบบปะติดปะต่อของผม พลวง(Antimony, Sb)ในฐานะเป็นแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals) ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จัก “พลวง(Antimony, Sb)” ในฐานะเป็นแร่ที่มีความสำคัญมาก(Critical Minerals) นอกเหนือไปจากลิเทียม(Li) วาเนเดียม(V) แกลเลียม(Ga) โคบอลต์(Co) นิกเกิล(Ni) แพลทตินัม(Pt) และแร่ธาตุหายาก(Rare Earth Elements-REEs) กันก่อน แร่พลวง(Antimony, Sb)มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมหลายประเภท รวมถึงแบตเตอรี่ แผงโซลาร์ สารหน่วงไฟ และเครื่องกระสุน และอุตสาหกรรมตะกั่ว(Pb) รวมถึงเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการผลิตพลาสติก PET ความต้องการแร่พลวง(Antimony, Sb)เพิ่มสูงขึ้นจากการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมที่ขยายตัว โลหะสีขาวเงินชนิดนี้ยังมีความสำคัญต่อแผงโซลาร์โดยช่วยให้เซลล์แสงอาทิตย์แบบเพอรอฟสไกต์ทำงานได้ดีขึ้นด้วยการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับแสงและการแปลงพลังงาน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางความร้อนทำให้แผงโซลาร์ทนทานต่อสภาวะสุดขั้วได้ดียิ่งขึ้น ในด้านการกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่โลหะเหลวใช้แร่พลวง(Antimony, Sb)เพื่อกักเก็บและจ่ายพลังงานส่วนเกินจากระบบโซลาร์ เมื่อการติดตั้งระบบโซลาร์เติบโตขึ้น บทบาทของแร่พลวง(Antimony, Sb)ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านพลังงานจะขยายตัวตามไปด้วย กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (DoD) ใช้แร่พลวง(Antimony, Sb)ในเครื่องกระสุนมากกว่า 200 ประเภทรวมถึงจานชนวนจุดระเบิด (percussion […]

ข้อสังเกต : วิกฤตมลพิษน้ำกกมาจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธ(Rare Earth) ที่กำลังขยายตัว

จากการติดตามและแลกเปลี่ยนกับผู้รู้** ผมตั้งข้อสังเกตว่า มลพิษข้ามพรมแดนในลุ่มน้ำกกในเขตรัฐฉานมาจากเหมืองแรร์เอิร์ทที่กำลังขยายตัว นอกเหนือจากเหมืองแร่ชนิดอื่นๆ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ จากการวิเคราะห์ภาพดาวเทียมเบื้องต้น แบบแผนการทำเหมืองแร่ในลุ่มน้ำกกเป็นการสะกัดแร่ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในรัฐกะฉิ่นติดพรมแดนจีนซึ่งมีปรากฏการณ์บูมของเหมืองแรร์เอิร์ธ การสะกัด Rare Earth ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) ได้รับความนิยมมากกว่าการทำเหมืองแบบเปิด เนื่องจากไม่ต้องใช้ต้นทุนเริ่มต้นจำนวนมาก วัสดุพื้นฐาน เช่น สารเคมีสำหรับชะละลาย ท่อ และถังเก็บ รวมถึงเทคโนโลยีอย่างเครื่องสูบน้ำ ล้วนไม่แพงหรือขนส่งยาก แตกต่างจากการทำเหมืองแบบเปิดที่ต้องมีการขุดเจาะขนาดใหญ่ (รวมถึงการใช้เครื่องจักรหนัก) การถางป่าและเคลียร์พื้นที่ขนาดใหญ่ และยังก่อให้เกิดกากแร่ปริมาณมากที่ต้องจัดการอย่างต่อเนื่อง แต่ In situ leaching นั้นมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของดินและน้ำใต้ดินจากสารชะละลาย การสูบน้ำและสารเคมีเข้าสู่ชั้นดินเหนียวเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม ทั้งการทำเหมืองแบบเปิดและ In situ leaching ต่างก็สามารถก่อให้เกิดน้ำเสียจำนวนมาก เนื่องจากต่างก็ต้องใช้น้ำในการสกัดแร่แรร์เอิร์ธจากชั้นดินเหนียว ข้อมูลจาก Global Witness ซึ่งเปิดเผยก่อนหน้านี้ถึงความเฟื่องฟูของการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธหนัก (HREE) ในเขตปกครองพิเศษกะฉิ่นที่ 1 ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธที่ภักดีต่อกองทัพเมียนมา […]