Taragraphies — Header Component

อุทกภัยยังส่งผลกระทบต่อเนื่องในปากีสถาน

ในช่วงต้นเดือนกันยายน 2565 อุทกภัยในปากีสถานจัดว่าเลวร้ายที่สุดในรอบทศวรรษ ฝนมรสุมเข้าถล่มภูมิภาคนี้เป็นเวลาหลายสัปดาห์ และมีน้ำท่วมพื้นที่ 75,000 ตารางกิโลเมตรของประเทศ หกสัปดาห์ต่อมา เมื่อฝนหยุดตก และทุ่งนาเริ่มน้ำระบายออก แต่พื้นที่เพาะปลูกอันกว้างใหญ่ยังคงมีน้ำท่วมขัง โรคติดเชื้อกำลังแพร่ระบาด และเกิดการขาดแคลนอาหาร ภาพด้านบนแสดงแบบแผนของอุทกภัย ภาพที่ 2 แสดงจังหวัด Sindh เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2565 ใกล้จุดสูงสุดของน้ำท่วมในวันที่ 13 ตุลาคม 2565 (ภาพที่สาม) ปริมาณน้ำได้ระบายออกจากพื้นที่ลงสู่แม่น้ำเป็นจำนวนมาก แต่หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำขังเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมิถุนายน 2565 (ภาพแรก) ภาพทั้งสามได้มาจากเครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม NOAA-20 ภาพเหล่านี้เป็นภาพสีเทียมจากการบันทึกของ VIIRS ของอินฟราเรดคลื่นสั้นและแสงที่มองเห็นได้ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ทำให้แยกแยะระหว่างน้ำ (สีน้ำเงิน) กับพื้นดิน (สีเขียว) ได้ง่ายขึ้น ปริมาณน้ำฝนในเดือนกันยายน 2565 มีเพียงเล็กน้อย แต่น้ำท่วมที่เห็นในภาพเหล่านี้เกิดจากการมาถึงของมรสุมที่พัดกระหน่ำทางตอนใต้ของปากีสถานในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม (ฝนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามโครงการ World Weather […]

วิกฤตสภาพภูมิอากาศและการรบกวนความหลากหลายทางชีวภาพจะส่งผลให้เกิดความเสี่ยงจากการหลุดรอดของโรคระบาดหรือไม่?

โรคระบาดใหม่ทุกชนิดที่เกิดจากสัตว์เริ่มจากการที่มนุษย์สัมผัสกับสัตว์ป่า และมีแนวโน้มว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศและการรบกวนความหลากหลายทางชีวภาพอาจมีส่วนในการกำหนดความถี่ เวลา และตำแหน่งแห่งที่ของการปะทะประสานเหล่านี้ ศาสตราจารย์ Hans-Otto Poertner หัวหน้าฝ่ายชีววิทยาศาสตร์ของสถาบัน Alfred Wegener (AWI) และประธานร่วมของการเขียนบทว่าด้วยผลกระทบในรายงานการประเมินฉบับต่อไปของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC) บอกกับ Carbon Brief ว่า : “วิกฤตสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสัมพันธ์เหล่านี้อย่างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตทางชีวภูมิศาสตร์ หากในอนาคต เราเห็นสิ่งมีชีวิตเคลื่อนย้ายเข้ามาในพื้นที่ที่มีมนุษย์ปรากฎอยู่ เราอาจเห็นโอกาสใหม่ ๆ ของโรคระบาดใหญ่ที่จะพัฒนาขึ้น” การวิจัยแสดงให้เห็นว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเปลี่ยนแปลงถิ่นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตทั้งบนบกและในมหาสมุทร เนื่องจากเมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นและระดับน้ำฝนเปลี่ยนไป สิ่งมีชีวิตบางชนิดจึงถูกบังคับให้แสวงหาพื้นที่ใหม่ที่มีสภาพภูมิอากาศที่สามารถทนได้ (สายพันธุ์ที่ไม่สามารถปรับตัวได้อาจเผชิญกับการสูญพันธุ์) บทวิจารณ์ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Science ในปี 2017 โดยมองไปที่ 40,000 สายพันธุ์ทั่วโลก พบว่า ประมาณครึ่งหนึ่งมีการเคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยไปแล้วอันเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยทั่วไปแล้ว สิ่งมีชีวิตต่างต้องการอุณหภูมิที่เย็นกว่าโดยการเคลื่อนตัวเข้าหาขั้วโลก จากการศึกษา สัตว์บกกำลังเคลื่อนที่ไปตามแนวขั้วโลกด้วยอัตราเฉลี่ย 10 ไมล์ต่อทศวรรษในขณะที่สัตว์ทะเลกำลังเคลื่อนที่ด้วยอัตรา 45 ไมล์ต่อทศวรรษ อย่างไรก็ตาม การศึกษาระบุว่า การเคลื่อนย้ายของสัตว์มีความซับซ้อนโดยปัจจัยอื่นๆ เช่น ความพร้อมของอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป การกระจายตัวของสัตว์นักล่าที่เปลี่ยนไป และแบบแผนการใช้ที่ดินของมนุษย์ที่เปลี่ยนไป ทำให้ยากที่จะคาดเดาได้ว่าสิ่งมีชีวิตจะย้ายไปที่ใด ศาสตราจารย์ […]

จะสูญสิ้นหรือฟื้นคืน : ความหลากหลายทางชีวภาพหลังวิกฤต Covid-19

ธารา บัวคำศรี เมื่อโลกทั้งโลกสั่นสะเทือนจากโรคระบาดขนาดใหญ่ที่ส่งผลกระทบกับคนนับล้านอย่าง Covid-19 เราทุกคนต่างกังวลกับสุขภาพของตนเอง คนที่เรารัก รวมถึงคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม ในเพียงเวลาไม่กี่สัปดาห์ Covid-19 กลายเป็นวาระเร่งด่วนมากที่สุด มากกว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศหรือภัยคุกคามจากการลดลงของความหลากหลายทางชีวภาพ หายนะภัยที่ครอบงำความสนใจของคนทั้งโลกก่อนหน้านี้ เช่น ไฟป่ามหากาฬในออสเตรเลีย หรือของสังคมไทยกรณีไฟป่าอนุรักษ์ เป็นต้น ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่จริงจังน้อยกว่าการระบาดของ Covid-19 ที่เรามีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่าย เช่นเดียวกับโรคระบาดครั้งใหญ่ที่เคยเกิดขึ้น ทั้งโรคเอดส์ อีโบลา โรคซาร์ส เป็นต้น แม้ว่าจะ ไม่มีหลักฐานถึงความเกี่ยวข้องโดยตรงระหว่างการอุบัติของโคโรนาไวรัสกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพที่เราเผชิญอยู่ แต่ในวาระที่วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (International Day for Biological Diversity: IDB) ซึ่งตรงกับวันที่ 22 พฤษภาคมของทุกปี เวียนมาบรรจบในปี 2563 นี้ คำถามที่สำคัญคือ วิกฤตโรคระบาดบอกถึงสถานภาพของความหลากหลายทางชีวภาพของโลกและของประเทศไทยอย่างไร ความหลากหลายทางชีวภาพ : ลึกซึ้งและกว้างขวาง องค์การสหประชาชาติได้ประกาศ “วันสากลแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ” เพื่อรำลึกถึงวันที่อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity : CDB) เริ่มมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ.2535 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings