Taragraphies — Header Component

ไมโครพลาสติกในปลาแปซิฟิก

ตั้งแต่แนวชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยปะการังของตองกา ไปจนถึงหมู่เกาะปะการังทรายอันห่างไกลของตูวาลู เส้นใยสังเคราะห์ขนาดจิ๋วกำลังแทรกซึมเข้าไปในชนิดพันธุ์และระบบอาหารของภูมิภาคนี้ ข้อมูลที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิกใต้เผยแพร่เมื่อวันพุธระบุว่า ปลาในน่านน้ำของหมู่เกาะแปซิฟิกหนึ่งในสาม—เช่น ปลาจักรพรรดิลายนิ้วหัวแม่มือของฟิจิ หรือปลากูตฟิชลายขีด-จุดของวานูอาตู—ปนเปือนไมโครพลาสติก งานศึกษานี้หักล้างความเข้าใจผิดที่มักมองว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็น “ถิ่นทุรกันดารอันห่างไกล” ที่ปลอดจากขยะโลก โดยได้จัดทำ “ค่าฐานระดับภูมิภาค” (regional baseline) ครั้งแรกของการกินไมโครพลาสติกในสิ่งมีชีวิตทะเลแปซิฟิก มลพิษรูปแบบนี้คุกคามทั้งระบบนิเวศที่เปราะบาง และประชากรชายฝั่งที่พึ่งพาปลาเป็นแหล่งโปรตีนหลัก รายงานยังเพิ่มน้ำหนักให้แก่ประเทศและดินแดนหมู่เกาะแปซิฟิก (PICTs) ในการผลักดัน “สนธิสัญญาพลาสติกโลก” (Global Plastics Treaty) ที่ทะเยอทะยานและมีผลผูกพันทางกฎหมาย ขณะที่การเจรจาจะเริ่มต้นใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ “ผลลัพธ์ทั้งน่ามีกำลังใจและน่าหนักใจไปพร้อมกัน” จาชา เดห์ม นักวิจัยด้านวิกฤตภูมิอากาศทางทะเลจากมหาวิทยาลัยแปซิฟิกใต้กล่าว “น่ามีกำลังใจเพราะมันชี้ว่าการปนเปื้อนที่ต่ำกว่านี้เป็นไปได้ และน่าหนักใจเพราะมันตอกย้ำว่าไมโครพลาสติกพบได้ทั่วไปมากในสภาพแวดล้อมชายฝั่ง” นักวิทยาศาสตร์ประเมินอัตราการปนเปื้อนของปลาชายฝั่ง 878 ตัว จาก 138 สายพันธุ์ ที่จับได้ในฟิจิ ตองกา ตูวาลู และวานูอาตู โดยใช้ข้อมูลที่เผยแพร่โดย Global Information Biodiversity Facility ไมโครพลาสติก—อนุภาคขนาด 5 มิลลิเมตรหรือน้อยกว่า—กระจายอยู่ทั่วทุกชั้นของมหาสมุทร ตั้งแต่น้ำผิวหน้าจนถึงก้นทะเลลึก และมักถูกปลากินเข้าไปเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแพลงก์ตอนสัตว์ ในฟิจิ พบว่าปลาเกือบ 75% […]

การศึกษาโดย OceanAsia ระบุ หน้ากากอนามัยมากกว่า 1,560 ล้านชิ้น หลุดออกลงสู่มหาสมุทรโลกในปี 2563

เป็นเวลาหลายเดือนในช่วงปี 2563 ที่ผ่านมา ที่เราเห็นหน้ากากอนามัยอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่ : ท่อระบายน้ำ ถนน ชายหาดและสวนสาธารณะ ตอนนี้ เราเรียนรู้ว่ามีหน้ากากอนามัยกี่ล้านชิ้นที่ทิ้งลงสู่มหาสมุทรของเรา ดร. Teale Phelps Bondaroff ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของ OceansAsia กล่าวว่า “เมื่อพลาสติกเข้าสู่สิ่งแวดล้อมทางทะเลแล้ว การนำออกมานั้นทำได้ยากมาก” กลุ่มอนุรักษ์ทางทะเลได้ติดตามจำนวนหน้ากากอนามัยที่ลอยขึ้นฝั่งบนเกาะห่างไกลทางตอนใต้ของฮ่องกงตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโคโรนาไวรัส Bondaroff บอกว่า “ประมาณ 6 สัปดาห์หลังจากที่ Covid-19 ระบาดขึ้นในฮ่องกง ราวๆ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ เราเริ่มพบหน้ากาก และมันเยอะมากมาก สิ่งที่น่าประหลาดคือ เราไม่พบหน้ากากอนามัยก่อน Covid” หน้ากากอนามัยที่เราใช้กันอยู่ทำมาจากโพลีโพรพีลีนซึ่ง Bondaroff อธิบายว่าเป็นเส้นใยบางๆ ของพลาสติก เขาบอกว่า “ความจริงคือ เราเริ่มพบหน้ากากอนามัยที่แตกตัวออกซึ่งบ่งชี้ถึงปัญหาที่แท้จริงที่ว่า ไมโครพลาสติกเกิดจากหน้ากากอนามัย” พลาสติกชิ้นเล็กๆ เหล่านี้สามารถคงอยู่ในมหาสมุทรได้เป็นเวลาหลายร้อยปีซึ่งเป็นอันตรายต่อปลาและยังก่อมลพิษทางอากาศ Bondaroff บอกว่า “คำถามที่เราไม่สามารถตอบได้คือ มีหน้ากากอนามัยกี่ชิ้นที่ทิ้งลงในมหาสมุทรของเรา เราไม่รู้” OceansAsia ได้ทำการศึกษาเพื่อค้นหาคำตอบและเผยแพร่ผลการศึกษานี้ ในจำนวนหน้ากากอนามัย 52,000 ล้านชิ้นที่ผลิตออกมาทั่วโลกในปี 2563 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings