ในวันอากาศสะอาดสากล สิทธิในการหายใจของคนไทยยังคงถูกละเมิด
วันนี้ 7 กันยายน 2564 เป็นปีที่สองที่ประชาคมนานาชาติร่วมรณรงค์เพื่ออากาศดีทั่วโลก โดยใช้หัวข้อว่า “อากาศสะอาด โลกแข็งแรง” – #HealthyAirHealthyPlanet สืบเนื่องจากปี 2563 ที่ผ่านมาสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) กำหนดให้วันนี้ของทุกปีเป็นวันสากลเพื่ออากาศสะอาดสำหรับท้องฟ้าสดใส (the International Day of Clean Air for blue skies) ขณะที่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 แสดงให้เห็นว่า เมื่อเราลงมือทำ อากาศสะอาดและท้องฟ้าใสนั้นเป็นไปได้ การรณรงค์ในปี 2564 เน้นให้ความสำคัญเรื่องอากาศสะอาดเพื่อทุกคน (healthy air for all) และโยงไปสู่ประเด็นที่กว้างขึ้นว่าด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ สุขภาวะของมนุษย์และโลกของเรา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยถือเป็นการเรียกร้องเพื่อ #ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir นอกจากเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มลพิษทางอากาศที่มีช่วงชีวิตสั้น (Short-lived Climate Pollutants) […]
โควิดล็อกดาวน์ช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่มีอีกหลายชนิดไม่ลด
ภาพ NASA Earth Observatory จัดทำโดย Lauren Dauphin และข้อมูลจาก Hammer, Melanie, et al. (2021). เขียนเรื่องโดย Brandie Jefferson, Washington University in St. Louis และ Roberto Molar Candanosa ทีมข่าววิทยาศาสตร์ของ NASA’s Earth Science News รวมถึง Mike Carlowicz /ธารา บัวคำศรี – แปลเรียบเรียง การระบาดของโควิดในช่วงต้นๆ ชัดเจนว่าทั้งข้อมูลจากดาวเทียมและประสบการณ์ของมนุษย์นั้นพบว่า อากาศของโลกสะอาดขึ้น แต่งานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่มลพิษทุกชนิดในชั้นบรรยากาศโลกจะลดลงในช่วงล็อกดาวน์ โดยเฉพาะความเข้มข้นของฝุ่นจิ๋วที่รู้จักกันในนามของ PM2.5 นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักเนื่องจากตัวแปรทางธรรมชาติในแบบแผนอากาศมีส่วนสำคัญและเรามักเน้นไปที่กิจกรรมของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ Melanie Hammer ผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัย Washington ใน St. Louis และหัวหน้างานวิจัยนี้กล่าวว่า “เรามักจะคิดว่าถ้ามีมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่จริงๆ แล้วไม่ […]
17 ปี เจริญ วัดอักษร : อนาคตที่เราต้องการ
ช่วงปี 2547 ขณะที่รัฐบาลยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่บ่อนอกและบ้านกรูด กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอกนำโดยเจริญ วัดอักษร ผู้เป็นแกนนำชุมชนคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในประจวบคีรีขันธ์ได้ขยายการเคลื่อนไหวไปสู่ประเด็นการบุกรุกที่ดินและการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทุ่งเลี้ยงสัตว์คลองชายธง 931 ไร่ 3 งานในตำบลบ่อนอก ซึ่งเดิมหากโรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างขึ้น พื้นที่นี้จะเป็นส่วนหนึ่งของระบบระบายน้ำหล่อเย็นจากการกระบวนการผลิตไฟฟ้า วันนี้เมื่อ 17 ปีก่อน (21 มิถุนายน 2547) เมื่อเขาเดินทางกลับจากการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของวุฒิสภา เจริญ วัดอักษรถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตบริเวณสี่แยกบ่อนอก ถนนเพชรเกษม การต่อสู้อย่างมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยวของชุมชนในนามของกลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูดตลอดจนกลุ่มอนุรักษ์ทับสะแกโดยมีเจริญ วัดอักษร นักสู้สามัญชนเป็นแกนนำคนสำคัญนับตั้งแต่ปี 2538 เพื่อต่อกรกับโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน 3 โครงการในพื้นที่ คือหนึ่งในตำนานการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิชุมชนและเป็นจุดเปลี่ยนของภูมิทัศน์ทางสังคมและการเมืองว่าด้วยนโยบายสาธารณะด้านพลังงานของไทย บทสนทนาสั้น ๆ กับกรณ์อุมา พงษ์น้อย และชัยณรงค์ วงศ์ศศิธร-กลุ่มรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก และสุรีรัตน์ แต้ชูตระกูล-กลุ่มอนุรักษ์ทับสะแก สะท้อนถึง 17 ปีที่ผ่านมาและอนาคตต่อจากนี้ กรณ์อุมา พงษ์น้อย นักต่อสู้ที่ทำงานเคียงข้างและสานต่อภารกิจของเจริญ วัดอักษร ยืนยันถึงเจตนารมย์สืบสานอุดมการณ์ที่ประกาศ ณ สี่แยกบ่อนอกในปี 2550 ว่า “นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ประชาชนกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าที่ลุกขึ้นสู้กับอำนาจรัฐที่ไม่เป็นธรรม อำนาจทุนที่โหดเหี้ยมอำมหิต บ้างก็ล้มเหลวพ่ายแพ้ […]
พินิจปี 2563 สู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและเป็นธรรมหลังโควิด-19
ปี 2563 เป็นปีหลากวิกฤต(crisis year) ทั้งโรคระบาดความปั่นป่วนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และผลกระทบต่อเนื่องทบทวีคูณของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ที่มาบรรจบกัน Covid-19 เผยให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำของโลกที่เราอาศัยอยู่ ขณะที่ “แนวทางตามปกติ(business as usual)” ถูกตั้งคำถาม บทความของคณะกรรมการเฉพาะกิจระหว่างรัฐบาลและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายฝ่ายว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและบริการจากระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services หรือ IPBES) เน้นย้ำว่า “โรคระบาดครั้งล่าสุดนี้เป็นผลพวงโดยตรงจากกิจกรรมของมนุษย์ภายใต้ระบบเศรษฐกิจและการเงินโลกที่ยึดถือการแสวงหากำไรและผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยไม่แคร์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ในบริบทของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เราได้เห็นสภาวะอุณหภูมิสุดขั้วทั้งบนแผ่นดิน ในทะเล/มหาสมุทร และโดยเฉพาะในอาร์กติก เหตุการณ์ไฟป่าล้างผลาญภูมิทัศน์ทางธรรมชาติทั้งในออสเตรเลีย ไซบีเรีย ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ ได้ส่งละอองลอย(aerosol) ขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศและเคลื่อนตัวไปรอบโลก พายุเฮอริเคนแห่งมหาสมุทรแอตแลนติกที่ทุบสถิติ รวมถึงพายุหมุนเขตร้อนระดับ 4 อย่างเป็นประวัติการณ์ในอเมริกากลาง อุทกภัยในบางส่วนแอฟริกา เอเชีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำให้ผู้คนต้องพลัดที่นาคาที่อยู่ และบั่นทอนความมั่นคงทางอาหารของคนนับล้าน นอกจากปี 2563 จะมีแนวโน้มเป็นปีที่ร้อนที่สุดนับตั้งแต่ที่มีการบันทึกมา องค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยังระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปี 2563 นี้จะเพิ่มเป็น 1.2 องศาเซลเซียสเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (พ.ศ. 2393-2443) […]
