Taragraphies — Header Component

right-to-connect

ประเทศไทยกำลังจะมีเลือกตั้ง แต่คำถามสำคัญว่าด้วยระบบพลังงานหมุนเวียนมีข้อเดียว ใครเข้าถึงสายส่ง(grid)ก่อน ประชาชนหรือระบบผูกขาดเดิม? วันนี้ แม้ว่าใครๆ ก็ติดตั้ง “โซลาร์บนหลังคา” เพื่อ “ลดค่าไฟฟ้า” ซึ่งเป็นเรื่องเล่าที่สร้างขึ้นเพื่อสับขาหลอกผู้บริโภค ถ้าคุณมีเงิน คุณจะติดทั้งหลังคาก็ได้ ถ้าคุณมีไม่พอก็ไปผ่อนกับธนาคารที่ส่งเสริมได้ ค่าไฟฟ้าก็ลดลงนี่ I don’t care แต่หากคุณแคร์ ก็จะเห็นว่า นโยบายพรรคการเมืองอาจพูดถึงการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน แต่เรื่องที่เป็นหัวใจสำคัญที่ปลด lock การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรมคือ “สิทธิเบื้องต้น” ในการเข้าถึงกริด (prior access to grid) ซึ่งจะขอเรียกอีกอย่างว่า right-to-connect นั้นยังเห็นไม่ชัด ทุกประเทศที่มีการขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ประชาชนทุกคนจะยากดีมีจนนั้นมี right-to-connect ยกเว้นประเทศนี้ ตัวอย่างง่ายๆ ของการไม่มี right-to-connect โควตาเต็มก็ปิดรับ ขั้นตอนอนุมัติไม่ชัด อัตรารับซื้อไฟส่วนเกินต่ำ และหลายกรณี “ขายไฟคืน” แทบทำไม่ได้ การเลือกตั้ง 2569 นี้ เราขอ “นโยบายชัดๆ” ที่วัดผลได้จากการหาเสียงของพรรคการเมือง นั่นคือ Net Billing […]

ภารกิจ 6 ด้านที่ COP27

เขียนโดย Nathan Cogswell, David Waskow, Rebecca Carter, Jamal Srouji, Nate Warszawski, Preety Bhandari, Nisha Krishnan and Maria Lemos Gonzalez https://bit.ly/3SAXnnj การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญา UNFCCC ครั้งที่ 27 หรือ COP27 ในปี 2565 นี้จะเกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการณ์ทั่วโลก ผลกระทบจากโควิด-19 และการรุกรานยูเครนของรัสเซียส่งผลให้ราคาอาหารและพลังงานพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่ภัยพิบัติทางสภาพภูมิอากาศที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางและทำลายล้าง พายุฝน ความร้อน ภัยแล้ง ไฟล้างผลาญ และพายุหมุนที่ส่งผลกระทบแทบทุกมุมของโลก หายนะจากสภาพภูมิอากาศในปากีสถานคร่าชีวิตผู้คนกว่า 1,000 คน และหลายสิบล้านคนต้องพลัดถิ่น น้ำท่วมและพายุในทางตอนใต้ของแอฟริกาใต้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 คร่าชีวิตผู้คนไปหลายร้อยคนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงักลงในทันที ผู้คนนับล้านในเขตจะงอยแห่งแอฟริกา(Horn of Africa)กำลังอดอยาก ความแห้งแล้งรุนแรงส่งผลกระทบต่อการผลิตอาหารและพลังงานของจีน ระบบการผลิตไฟฟ้าขัดข้อง ต้องมีการแบ่งปันพลังงานและน้ำ และยุโรปกำลังเผชิญกับภัยแล้งครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 500 ปี พร้อมกับคลื่นความร้อนที่แผดเผา วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นเหล่านี้ตอกย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของประเทศต่างๆ […]

The Energiewende : การเปลี่ยนแปลงระบบพลังงานของเยอรมนีคือการขับเคลื่อนทางประชาธิปไตย

ธารา บัวคำศรี – แปลเรียบเรียงจาก Energy Transition – The Germany Energiewende http://energytransition.de/2012/10/energy-by-the-people/ ประเทศส่วนใหญ่ ภาคพลังงานตกอยู่ในมือของกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่เนื่องจากไฟฟ้าผลิตขึ้นจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่รวมศูนย์ พลังงานหมุนเวียนเปิดโอกาสใหม่เพื่อเปลี่ยนผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ไปสู่ผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กๆ จำนวนมาก และแนวทางการกระจายศูนย์นี้เปิดให้พลเมืองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เยอรมนีมีระดับของการมีส่วนร่วมของพลเมืองในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานที่สูงมาก การเปลี่ยนแปลงทางพลังงานของเยอรมนีเป็นการเคลื่อนไหวที่มีลักษณะเป็นประชาธิปไตย บางประเทศเปลี่ยนระบบพลังงานหมุนเวียนโดยขอให้หน่วยงานด้านไฟฟ้าผลิตไฟฟ้าสีเขียวโดยใช้นโยบายที่เรียกว่า “ระบบโควตา” นโยบายเหล่านี้ตั้งเป้าหมายให้หน่วยงานด้านไฟฟ้าได้บรรลุเป้าหมายและมีบทลงโทษหากเป้าหมายดังกล่าวนั้นไม่บรรลุผล ในกรณีนี้มักเน้นไปที่ประเด็นเรื่องราคา โดยอยู่บนสมมุติฐานที่ว่าหน่วยงานด้านไฟฟ้าจะเลือกแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่แพงน้อยที่สุด ตัวอย่างเช่น สมาคมพลังงานลมแห่งสหราชอาณาจักรทำรายการโครงการพลังงานลมเป็นลักษณะการนำเสนอ โครงการที่ได้รับการอนุมัติ ไม่ได้รับอนุมัติ หรือสร้างแล้วเสร็จ เป็นแบบที่ไม่มีอยู่ในระบบ feed-in tariffs ของเยอรมนี ดังนั้น การไม่ได้รับอนุมัติโครงการจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ในกรณีของสหรัฐอเมริกาก็เช่นเดียวกัน ในทางตรงกันข้าม ไม่มีองค์กรใดองค์กรหนึ่งในเยอรมนีมีหน้าที่ทบทวนข้อเสนอโครงการทุ่งกังลมว่าควรจะอนุมัติหรือไม่ แต่รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจว่าจะให้สร้างกังหันในบริเวณใดและจะมีการออกแบบอย่างไร(ทั้งในแง่พื้นที่ จำนวนกังหันลม และอื่นๆ) หน่วยงานด้านไฟฟ้าไม่ต้องเจอกับการลงโทษด้วยเหตุผลที่ว่าบริษัทเหล่านี้น้อยมากเลือกที่จะลงทุน ในภาพรวม ความแตกต่างระหว่างระบบโควต้าและ feed-in tariffs นั้นชัดเจนมาก ในระบบโควต้า มีเพียงระบบที่แพงน้อยที่สุดเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปได้หลังจากผ่านการทบทวนโครงการด้วยเวลาอันยาวนาน และโครงการเหล่านั้นยังคงอยู่ในมือของบริษัทพลังงานขนาดใหญ่ ส่วนในระบบ feed-in tariffs ทุกๆ อย่างที่จำเป็นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าเปลี่ยนถ่ายไปยังภาคพลเมือง […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings