Taragraphies — Header Component

ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากการระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกถูกซ้ำเติมโดยการตกต่ำทางการเงินหลังจากรัสเซียและซาอุดิอาราเบียสัญญาว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน โดยที่ผลกระทบต่อตลาดพลังงานในวงกว้างนั้นยังไม่ชัดเจน ในขณะที่ความไม่แน่นอนเหล่านี้ส่งผลให้ภาคการลงทุนเอกชนหยุดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ลง แต่แนวโน้มที่เห็นคือโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคสาธารณะในจีนอาจฟื้นฟูโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่หลายแห่งที่เดิมถูกพับเก็บไว้

รายงานใหม่เปิดเผยให้เห็นว่าในปี พ.ศ.2562 การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั่วโลกลดลงร้อยละ 3 ทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคพลังงานลดลงร้อยละ 2 นี่เป็นข่าวดี ข่าวที่ไม่ดีนักเป็นเรื่องที่ว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายใต้ความตกลงปารีส the Paris Agreement target)เพื่อควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ไห้เพิ่มมากกว่า 1.5 องศาเซลเซียส การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินต้องลดลงร้อยละ 11 ต่อปี  เอกสารใหม่พบว่าการลงทุนของญี่ปุ่นในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและเหมืองถ่านหินแห่งใหม่ช้าลง ในขณะที่ รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมของเกาหลีใต้หยิบยกว่าเขามีเป้าหมายผลักดันให้มีข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้นในการให้เงินกู้ระหว่างประเทศในโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่

การผลักดันให้มีการนำเอาพลังงานไฮโดรเจนมาแทนเชื้อเพลิงถ่านหินในการผลิตเหล็กยังคงเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กของจีนเช่น Baowu ซึ่งต้องการเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยี ใน แคนาดา การลดลงของประชากรปลาเทร้าท์ในลุ่มน้ำตอนล่างจากเหมืองถ่านหินที่มีมลพิษสูงชี้ให้เห็นว่าผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากเหมืองถ่านหินนั้นเหมือนกันไม่ว่าจะขุดถ่านหินไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าหรือเป็นเชื้อเพลิงในอุตสาหกรรมเหล็ก

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading