Taragraphies — Header Component

แปลเรียบเรียงจาก Jeff McMahon Senior Contributor Green Tech ใน https://www.forbes.com/sites/jeffmcmahon/2020/03/11/coronavirus-lockdown-may-save-more-lives-from-pollution-and-climate-than-from-virus/#26f583465764

มาตรการปิดเมืองเพื่อจัดการกับวิกฤตการแพร่ระบาดโคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 นำไปสู่การลดการเดินทางและโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องปิดตัวลง ผลคือมลพิษทางอากาศที่เป็นภัยคุกคามสุขภาพก็ลดลง รวมถึงก๊าซเรือนกระจกซึ่งก่อให้เกิดวิกฤตโลกร้อน

François Gemenne ผู้อำนวยการ The Hugo Observatory กล่าวว่า การปิดเมืองอาจช่วยชีวิตผู้คนจากมลพิษทางอากาศที่ลดลงได้มากกว่าการแพร่ของไวรัส François Gemenne อ้างอิงถึงการศึกษาวิจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับปฏิสัมพันธุ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม การย้ายถิ่นฐานของมนุษย์ และการเมือง

Gemenne ยกตัวอย่างอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศ 48,000 คนต่อปีในฝรั่งเศส และมากกว่า 1 ล้านคนในจีน เขากล่าวว่า “มันแปลกอยู่ไม่น้อย ผมคิดว่า ท้ายที่สุดแล้ว ความสูญเสียชีวิตจากโคโรนาไวรัสน้อยกว่า เมื่อเราพิจารณาถึงการเสียชีวิตที่มีสาเหตุมาจากมลพิษ ทางอากาศ”

นักวิทยาศาสตร์ประมาณว่าการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศในสหรัฐอเมริกามากกว่า 100,000 ต่อปี และองค์การอนามัยโลกประมาณว่าการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรจากมลพิษทางอากาศทั่วโลกอยู่ที่ 7 ล้านคน

ส่วนการเสียชีวิตโรคระบาดที่ยังไม่สามารถควบคุมได้นั้นยังไม่มีข้อสรุป การคาดการณ์ที่แรงที่สุดที่ยังไม่แน่ใจว่าผ่านการการทบทวนโดยผู้รู้เสมอกัน (Peerreview) ระบุว่าน่าอยู่ราวๆหลายล้านคน—โดยเป็นจำนวนรวม ไม่ใช่รายปี การประเมินที่น่าเชื่อถือได้นั้นประเมินต่ำกว่านี้ ผู้เชี่ยวชาญบางคนเปรียบเทียบตัวเลขกับการระบาดของไข้หวัดปี ค.ศ. 1957ที่คร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 1 ล้านคน การสูญเสียชีวิตจากการแพร่ระบาดที่ควบคุมได้ก็จะน้อยกว่านี้มาก

การลดมลพิษทางอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสามารถลดการสูญเสียชีวิตคนได้มากกว่า

Gemenne พูดในรายการทีวีFrance 24’s The Debate ว่า “จำนวนคนที่หายจากโรคไวรัสระบาดจากมาตรการปิดเมืองจะมากกว่าจำนวนคนที่จะต้องเสียชีวิตไปจากการติดเชื้อไวรัส”

เราต้องมาหยุดคิดพิจารณาถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า ทำไมเราจึงตอบรับอย่างแรงกับสิ่งที่เป็นอันตรายถึงชีวิตน้อยกว่าเทียบกับการตอบรับที่อ่อนปวกเปียกกับวิกฤตที่ร้ายแรงถึงชีวิตมากกว่า

François Gemenne

Gemenne บอกว่า เป็นห้วงเวลาที่น่าสนใจ สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือ มาตรการที่เราพร้อมที่รับมือกับโคโรนนาไวรัสนั้นเป็นมาตรการที่เข้มข้นอย่างถึงที่สุดกว่ามาตรการที่เราใช้เพื่อเผชิญกับวิกฤตโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ

สิ่งหนึ่งที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเราเองในฐานะเป็นสมาชิกของสังคมคือ ทำไมเราจึงเกรงกลัวต่อโคโรนาไวรัสมากกว่าภัยคุกคามที่เป็นหายนะและเกิดขึ้นแล้วจากวิกฤตโลกร้อนและมลพิษทางอากาศ อะไรที่เป็นเรื่องพิเศษเกี่ยวกับโคโรนาไวรัสที่เราพร้อมจะหยุดโลกโดยการปิดเมืองหรือปิดประเทศเพราะว่าไวรัสนั้น?

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading