ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต (Polycrisis)
คำว่า “polycrisis” (ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต) เริ่มได้รับความนิยมในปี 2022 เพื่ออธิบายประสบการณ์ของผู้คนทั่วโลกที่เพิ่งฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่กลับต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพที่เกิดจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและเงินเฟ้อ นอกจากนี้ ยังมีความขัดแย้งทางการทหารหรือภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้น เช่น สงครามในยูเครน รวมถึงเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น ท้ายปี 2022 การพัฒนาอย่างรวดเร็วของ AI ได้เพิ่มความปั่นป่วนให้กับภาวะ polycrisis นี้อีกด้วย สถาบัน Cascade อธิบายว่า “ภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตระดับโลกเกิดขึ้นเมื่อวิกฤตในระบบต่าง ๆ ของโลกมีความเกี่ยวพันกันในลักษณะที่ทำให้ความเป็นไปได้ของมนุษยชาติลดลงอย่างมีนัยสำคัญ วิกฤตที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้ก่อให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงกว่าผลกระทบที่แต่ละวิกฤตจะก่อให้เกิดขึ้นได้หากระบบที่เกี่ยวข้องไม่ได้มีความเชื่อมโยงลึกซึ้งเช่นนี้” ริชาร์ด ไฮน์เบิร์ก กล่าวไว้ว่า “วิกฤตการณ์ที่เรากำลังเผชิญในปัจจุบันสามารถอธิบายได้ว่าเป็นภาวะ polycrisis เนื่องจากมีปฏิสัมพันธ์แบบเสริมแรงระหว่างการล่มสลายของระบบนิเวศและสังคม ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การอพยพย้ายถิ่นฐานของมนุษย์จากวิกฤตสภาพอากาศภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อระบบการเมือง และทำให้บรรทัดฐานทางวัฒนธรรมที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมถูกกัดกร่อน ในสังคมที่อยู่ในภาวะวิกฤตทางสังคม หรือในประเทศที่หันไปใช้ระบอบเผด็จการ มักจะไม่สามารถรวบรวมความพยายามในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการอนุรักษ์ถิ่นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของสัตว์ป่าและพรรณพืช ในความเป็นจริง ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ความพยายามในอดีตในด้านเหล่านี้อาจถูกทำลายลงได้” เราทราบดีอยู่แล้วว่ากรอบความคิดของทั้งบุคคลและสังคม (วิธีที่ผู้คนเข้าใจโลกที่อยู่รอบตัวพวกเขา) ได้รับอิทธิพลอย่างลึกซึ้งจากวิกฤตต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ส่วนผสมที่ซับซ้อนของความปั่นป่วนเหล่านี้กำลังสร้างกรอบความคิดที่ยากลำบากยิ่งขึ้นสำหรับผู้คนในสังคมทั่วโลก ในยุคที่ทุกสิ่งลื่นไหลเช่นนี้ การสื่อสารกับผู้คนโดยใช้สมมติฐานที่มาจากอดีตนั้น อย่างดีที่สุดก็ไร้ผล และอย่างแย่ที่สุดอาจสร้างความเสียหายได้ […]
ทะเลพีพี ก่อนและระหว่างโควิด 19
ในวันอากาศสะอาดสากล สิทธิในการหายใจของคนไทยยังคงถูกละเมิด
วันนี้ 7 กันยายน 2564 เป็นปีที่สองที่ประชาคมนานาชาติร่วมรณรงค์เพื่ออากาศดีทั่วโลก โดยใช้หัวข้อว่า “อากาศสะอาด โลกแข็งแรง” – #HealthyAirHealthyPlanet สืบเนื่องจากปี 2563 ที่ผ่านมาสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) กำหนดให้วันนี้ของทุกปีเป็นวันสากลเพื่ออากาศสะอาดสำหรับท้องฟ้าสดใส (the International Day of Clean Air for blue skies) ขณะที่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 แสดงให้เห็นว่า เมื่อเราลงมือทำ อากาศสะอาดและท้องฟ้าใสนั้นเป็นไปได้ การรณรงค์ในปี 2564 เน้นให้ความสำคัญเรื่องอากาศสะอาดเพื่อทุกคน (healthy air for all) และโยงไปสู่ประเด็นที่กว้างขึ้นว่าด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ สุขภาวะของมนุษย์และโลกของเรา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยถือเป็นการเรียกร้องเพื่อ #ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir นอกจากเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มลพิษทางอากาศที่มีช่วงชีวิตสั้น (Short-lived Climate Pollutants) […]
โควิดล็อกดาวน์ช่วยลดมลพิษทางอากาศ แต่มีอีกหลายชนิดไม่ลด
ภาพ NASA Earth Observatory จัดทำโดย Lauren Dauphin และข้อมูลจาก Hammer, Melanie, et al. (2021). เขียนเรื่องโดย Brandie Jefferson, Washington University in St. Louis และ Roberto Molar Candanosa ทีมข่าววิทยาศาสตร์ของ NASA’s Earth Science News รวมถึง Mike Carlowicz /ธารา บัวคำศรี – แปลเรียบเรียง การระบาดของโควิดในช่วงต้นๆ ชัดเจนว่าทั้งข้อมูลจากดาวเทียมและประสบการณ์ของมนุษย์นั้นพบว่า อากาศของโลกสะอาดขึ้น แต่งานวิจัยใหม่ๆ ชี้ให้เห็นว่า ไม่ใช่มลพิษทุกชนิดในชั้นบรรยากาศโลกจะลดลงในช่วงล็อกดาวน์ โดยเฉพาะความเข้มข้นของฝุ่นจิ๋วที่รู้จักกันในนามของ PM2.5 นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักเนื่องจากตัวแปรทางธรรมชาติในแบบแผนอากาศมีส่วนสำคัญและเรามักเน้นไปที่กิจกรรมของมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ Melanie Hammer ผู้ช่วยวิจัยที่มหาวิทยาลัย Washington ใน St. Louis และหัวหน้างานวิจัยนี้กล่าวว่า “เรามักจะคิดว่าถ้ามีมาตรการล็อกดาวน์ครั้งใหญ่ เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่จริงๆ แล้วไม่ […]
