ประชาธิปไตยทางพลังงาน

ถ้าถามผมว่า ประชาธิปไตยทางพลังงานคืออะไร มันก็ประมาณนี้ครับ… ออสเตรเลียทำสถิติและบรรลุหมุดหมายด้านพลังงานครั้งสำคัญแบบเงียบๆ ในช่วงปลายปีที่แล้ว พร้อมสร้างสถิติใหม่หลายรายการ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พลังงานหมุนเวียนจ่ายไฟได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วทั้ง National Electricity Market (NEM) ต่อเนื่อง ตลอดทั้งไตรมาสแซงหน้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในไตรมาส 4 ปี 2025 National Electricity Market(NEM)คือตลาดซื้อขายไฟฟ้าขายส่ง (Wholesale Electricity Market)ของออสเตรเลียที่มีการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมรัฐทางฝั่งตะวันออกและใต้ (ควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์ วิกตอเรีย เซาท์ออสเตรเลียและแทสมาเนีย) โดย Australian Energy Market Operator ทำหน้าที่บริหารจัดการสมดุลพลังงานและซื้อขายผ่านระบบ Spot Market ทุก 5 นาที จุดเด่นสำคัญของ NEM เป็นตลาดประเภท Energy-only market ซึ่งจ่ายเงินให้ผู้ผลิตตามไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง ไม่ได้จ่ายค่าความพร้อม (Capacity Market) ผู้ผลิตไฟฟ้า (Generators) ขายไฟฟ้าให้กับผู้ค้าปลีก (Retailers) หรือลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ผ่านระบบที่ผู้จัดการตลาดจะจัดส่งไฟฟ้าจากราคาที่ถูกที่สุดไปหาแพงที่สุด AEMO (Australian […]

รายงาน EIA โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ : เอกสารตกยุค

หากพิจารณาจากระบบการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโลกยุคใหม่ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซของบริษัทบูรพาพาวเวอร์ถือว่า “ล้าสมัย” ไปแล้วโดยสิ้นเชิง บนกระดาษ โครงการนี้เป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Cycle) ขนาด 600 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) เป็นระยะเวลา 25 ปี รายงาน EIA นี้พยายามอธิบายว่าโครงการนี้จำเป็นต่อความมั่นคงทางพลังงาน ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงที่ “สะอาดกว่า” และผลกระทบสิ่งแวดล้อมรอบข้างสามารถควบคุมได้ แต่เมื่อเอา EIA ฉบับนี้มาวางเทียบกับโลกจริงในปัจจุบัน สถานการณ์กำลังผลิตไฟฟ้าล้นระบบอย่างเรื้อรัง ภาระคำมั่นด้านสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้น วิกฤต PM2.5 ที่รุนแรงขึ้น ความตึงเครียดของทรัพยากรน้ำและกรอบการเงินยั่งยืนใหม่ๆ เช่น Thailand Taxonomy รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซของบริษัทบูรพาพาวเวอร์ไม่ต่างอะไรจาก “ซากฟอสซิล” จากนโยบายพลังงานยุคเก่ามากกว่า หาใช่กลไกคุ้มครองสิ่งแวดล้อมไม่ นี่ไม่ใช่เพียงข้อบกพร่องเชิงเทคนิคเล็กน้อย แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง รายงาน EIA ที่ไม่สอดรับกับบริบทใหม่ของโลกไม่อาจเป็นฐานข้อมูลที่น่าเชื่อถือในการอนุมัติโรงไฟฟ้าฟอสซิลแห่งใหม่ซึ่งจะเดินเครื่องลากยาวไปจนถึงคริสตทศววรษ 2050 ได้เลย ระบบไฟฟ้าที่ล้นเกินแต่รายงาน EIA โครงการโรงไฟฟ้าบูรพาพาวเวอร์ ยังทำเหมือนไฟฟ้าขาดแคลน […]

การเปลี่ยนผ่านทางพลังงานจะถูกกว่าที่คุณคิดไว้มาก

เรียบเรียงจาก – https://www.economist.com/interactive/briefing/2024/11/14/the-energy-transition-will-be-much-cheaper-than-you-think ทั้งกลุ่มผู้ที่ต้องการลงมือทำมากขึ้นเพื่อต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและกลุ่มที่อยากทำให้น้อยลง มักมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นคือ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า การลดการปล่อยคาร์บอนในเศรษฐกิจโลกจะมีค่าใช้จ่ายที่น่าตกใจ ในที่ประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศประจำปีของสหประชาชาติที่บากู ประเทศอาเซอร์ไบจาน ในปี 2024 ที่ผ่านมา ตัวเลขที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงนั้นอยู่ในระดับหลักสิบล้านล้านดอลลาร์ หลายคนมองว่าการใช้จ่ายในระดับนี้เป็นการสูญเปล่าอย่างมหาศาล โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกของสหรัฐอเมริกาประณามความตกลงปารีสในการลดการปล่อยก๊าซว่าเป็นสิ่งที่ “ทำร้ายชาวอเมริกันและมีค่าใช้จ่ายมหาศาล” เขาได้ถอนสหรัฐอเมริกาออกจากความตกลงนั้นในวาระประธานาธิบดีแรกของเขา และแม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเข้าร่วมใหม่ในภายหลัง เขาก็ได้ถอนตัวออกอีกครั้ง นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่ไม่โต้แย้งกับตัวเลขราคาที่น่าตกใจเหล่านี้ พวกเขาเพียงแต่เห็นว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายมหาศาลจากผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แต่จุดที่ทั้งนักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศและผู้ที่ติดคาร์บอนเห็นพ้องกันนี้ กลับผิดไป ในความเป็นจริง การเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจะมีต้นทุนถูกกว่าที่ทั้งสองฝ่ายคาดคิดอย่างมาก นิตยสาร The Economist ได้พิจารณาการประเมินค่าต้นทุนทั่วโลกของ “การเปลี่ยนผ่านพลังงาน” สู่โลกที่ปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ จากนักเศรษฐศาสตร์ ที่ปรึกษา และนักวิจัยหลากหลาย — ซึ่งเป็นประเภทของการประเมินที่มักใช้เป็นพื้นฐานในการกำหนดนโยบาย ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในช่วงประมาณ 3 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปีถึงเกือบ 12 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งแน่นอนว่าสูงมาก แต่ตัวเลขเหล่านี้ถูกทำให้สูงเกินจริงในสี่แง่มุมที่สำคัญ ประการแรก กรณีศึกษาที่มีการคำนวณต้นทุนมักจะเกี่ยวข้องกับการลดการปล่อยก๊าซอย่างรวดเร็วอย่างไร้เหตุผล (และด้วยเหตุนี้จึงมีค่าใช้จ่ายสูง) ประการที่สอง กรณีเหล่านี้สมมุติว่าประชากรและเศรษฐกิจของโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาจะเติบโตอย่างรวดเร็วจนเกินความเป็นจริง ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการบริโภคพลังงานอย่างวุ่นวายประการที่สาม แบบจำลองเหล่านี้ยังมีประวัติในการประเมินค่าต้นทุนของเทคโนโลยีลดคาร์บอนที่สำคัญ เช่น […]

หนังสือออกใหม่และน่าอ่าน ว่าด้วยวิกฤตโลกเดือดก่อนการประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศ COP29

เรียบเรียงจาก : Pilita Clark “The best new books on climate ahead of COP29 https://www.ft.com/content/b8fb5e6f-ff28-47ce-b6b1-a8a91b94eb85 via @ft” ในอีกไม่กี่สัปดาห์ การประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศประจําปีของสหประชาชาติหรือ COP ในปี 2567 นี้ จะจัดขึ้นในบากู เมืองหลวงชายฝั่งของอาเซอร์ไบจาน และหากคุณต้องการเข้าใจว่าการทูตด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศทํางานอย่างไร เหตุใดจึงยังต่อกรเพื่อกู้วิกฤตโลกเดือด และจริงๆ จะต้องทำอย่างไรหนังสือออกใหม่นี้อาจมีคําตอบ Todd Stern ให้ข้อมูลเชิงลึกถึงโลกอาณาจักรของการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในหนังสือ Landing the Paris Climate Agreement: How it Happened, Why it Matters and What Comes Next (MIT Press) ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศในยุค ปธน.บารัค โอบามาแห่งสหรัฐฯ Todd Stern ใช้เวลาหลายปี ณ […]