Taragraphies — Header Component

ถ้าถามผมว่า ประชาธิปไตยทางพลังงานคืออะไร มันก็ประมาณนี้ครับ…

ออสเตรเลียทำสถิติและบรรลุหมุดหมายด้านพลังงานครั้งสำคัญแบบเงียบๆ ในช่วงปลายปีที่แล้ว พร้อมสร้างสถิติใหม่หลายรายการ

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พลังงานหมุนเวียนจ่ายไฟได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วทั้ง National Electricity Market (NEM) ต่อเนื่อง ตลอดทั้งไตรมาสแซงหน้าเชื้อเพลิงฟอสซิลในไตรมาส 4 ปี 2025

National Electricity Market(NEM)คือตลาดซื้อขายไฟฟ้าขายส่ง (Wholesale Electricity Market)ของออสเตรเลียที่มีการเชื่อมโยงระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมรัฐทางฝั่งตะวันออกและใต้ (ควีนส์แลนด์ นิวเซาท์เวลส์ วิกตอเรีย เซาท์ออสเตรเลียและแทสมาเนีย) โดย Australian Energy Market Operator ทำหน้าที่บริหารจัดการสมดุลพลังงานและซื้อขายผ่านระบบ Spot Market ทุก 5 นาที

จุดเด่นสำคัญของ NEM เป็นตลาดประเภท Energy-only market ซึ่งจ่ายเงินให้ผู้ผลิตตามไฟฟ้าที่ผลิตได้จริง ไม่ได้จ่ายค่าความพร้อม (Capacity Market) ผู้ผลิตไฟฟ้า (Generators) ขายไฟฟ้าให้กับผู้ค้าปลีก (Retailers) หรือลูกค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ผ่านระบบที่ผู้จัดการตลาดจะจัดส่งไฟฟ้าจากราคาที่ถูกที่สุดไปหาแพงที่สุด AEMO (Australian Energy Market Operator) ดูแลการส่งไฟฟ้าและสมดุลพลังงานแบบ Real-time เชื่อมโยง 5 รัฐและดินแดนทางชายฝั่งตะวันออก โดยมีเส้นทางสายส่งยาวกว่า 40,000 กิโลเมตร และผลิตไฟฟ้าคิดเป็นประมาณ 80-85% ของการบริโภคทั้งหมดในออสเตรเลีย

✅ ราคาค่าไฟฟ้าขายส่ง ลดลงเกือบ 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY)
✅ ราคาเฉลี่ย ลดลงมาอยู่ที่ 50 ดอลลาร์/เมกะวัตต์ชั่วโมง (MWh) ใน ไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนธันวาคม — ต่ำกว่าปีก่อน 44% และต่ำกว่าไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนกันยายน 43%
✅ การพึ่งพาถ่านหินและก๊าซที่มีต้นทุนสูงกว่าลดลงทำให้เกิดแรงกดดันให้ราคาไฟฟ้าลดลงอย่างต่อเนื่อง

การพุ่งขึ้นของพลังงานหมุนเวียนทำให้ NEM ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของความมั่นคงด้านพลังงาน

ในช่วงคลื่นความร้อนฤดูร้อน พลังงานหมุนเวียนพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเอง แสงอาทิตย์บนหลังคาที่ทำสถิติใหม่ รวมถึงลม และเอาต์พุตจากแบตเตอรี่ภายในบ้าน ช่วยลดการพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้าส่วนกลางในช่วงพีคดีมานด์—ทำให้ระบบยังคงยืดหยุ่นและรับมือได้ ขณะที่เครื่องปรับอากาศและระบบทำความเย็นทำงานโดยไม่สะดุดและแรงส่งยังเดินหน้าต่อ:

✅ การผลิตไฟฟ้าจากลม เพิ่มขึ้น 29%
✅ โซลาร์ขนาดใหญ่ เพิ่มขึ้น 15%
✅ การจ่ายไฟจากแบตเตอรี่ เกือบเพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็นค่าเฉลี่ย 268 เมกะวัตต์ (MW) โดยได้รับแรงหนุนจากกำลังการผลิตแบตเตอรี่ใหม่ 3,796 MW ที่เพิ่มเข้ามาตั้งแต่ปลายปี 2024
⬇️ การผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ลดลงสู่ ระดับต่ำสุดตลอดกาลในรายไตรมาส (4.6% YoY)
⬇️ การผลิตไฟฟ้าจากก๊าซ ลดลง 27% ต่ำสุดนับตั้งแต่ ไตรมาส 4 ปี 2000

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading