Taragraphies — Header Component

อาเซียน Haze เมษายน 2565

ASMC หรือ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาเฉพาะทางอาเซียนซึ่งตั้งอยู่ที่สิงคโปร์น่าจะเป็นผลงานเดียวที่พอเชิดหน้าชูตาของความตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดน (ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution) ทำให้เราเห็นสเกลในระดับภูมิภาคไปพ้นจากพรมแดนรัฐชาติ ASMC คาดการณ์สภาพอากาศไปจนถึงกลางเดือนเมษายน 2565 นี้ ออกมาเป็นแผนที่แสดงแบบแผนการกระจายตัวของอุณหภูมิและฝน ถ้าสภาพอากาศเป็นไปตามการคาดการณ์นี้ ชัดเจนว่า อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงโดยเฉพาะ สปป. ลาว/ภาคเหนือและอีสานของไทย ซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (เย็นกว่าค่าเฉลี่ย) และแห้งมากขึ้น (ฝนไม่ตกหรือตกน้อยกว่าค่าเฉลี่ย) จะเป็นปัจจัยชี้ถึงแนวโน้มของความรุนแรงของมลพิษทางอากาศจากหมอกควันข้ามแดน จากการแปลผลภาพถ่ายดาวเทียมโดย Global Forest Watch การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดินใน สปป.ลาว มาจากสิ่งที่เรียกว่า Comodity-driven Deforestation (แสดงในกราฟแท่งส่วนที่เป็นสีแดง) กล่าวง่ายๆ คือ มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ส่งออกมากขึ้นๆ งานต้องใช้ Investigative และ Supply Chain research ถึงจะรู้ว่า “บริษัทอุตสาหกรรม” ไหนที่เป็นตัวการก่อมลพิษทางอากาศจากหมอกควันข้ามแดน

ฝุ่นและละอองลอยแห่งฤดูหนาวเหนือแผ่นดินจีน

ในขณะที่ระดับมลพิษทางอากาศทั่วประเทศจีนลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศยังคงทำให้ท้องฟ้ามืดลงเป็นประจำในบางพื้นที่ เครื่องมือ MODIS บนดาวเทียม Terra ของ NASA บันทึกภาพสีธรรมชาติของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565 หมอกควันสีเทาจาง ๆ ปกคลุมเหนือหุบเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำอื่น ๆ เขตเมือง พื้นที่เพาะปลูก ทะเลสาบและลักษณะทางพื้นที่อื่นๆ ซึ่งปกติจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่านี้ บริเวณสว่างที่ด้านซ้ายล่างของภาพคือเมฆ ในวันที่บันทึกภาพ เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศภาคพื้นดินหลายแห่งในรายงานระดับฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ส่งผลต่อสุขภาพและเป็นอันตราย ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยโครงการคุณภาพอากาศโลก หมายความว่า ระดับ PM2.5 นั้นสูงกว่าขีดจำกัดที่แนะนำขององค์การอนามัยโลกโดยเฉลี่ย 15 ไมโครกรัมในหนึ่งวัน การกระจายตัวของฝุ่นและละอองลอยเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากอุณหภูมิผกผัน โดยปกติอากาศจะเย็นลงตามระดับความสูง แต่ในระหว่างการผกผัน อากาศอุ่นจะลอยเหนือชั้นอากาศเย็นใกล้พื้นผิว อากาศอุ่นทำหน้าที่เหมือนฝาปิดและดักจับมลพิษใกล้พื้นผิวโดยเฉพาะที่ราบและหุบเขา แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศทั่วไปในฤดูหนาว ได้แก่ การเผาไหม้ถ่านหินและไม้ฟืนเพื่อให้ความร้อน กิจการทางอุตสาหกรรม และยานพาหนะ ควันจากไฟและพายุฝุ่นยังส่งผลต่อคุณภาพอากาศที่ไม่ดีอีกด้วย องค์ประกอบที่น่าจะเป็นไปได้ของฝุ่นและละอองลอยในภาพถ่ายดาวเทียมด้านบนนี้คืออนุภาคไนเตรต จากการวิเคราะห์ล่าสุดที่นำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระดับของไนเตรตยังคงสูงอย่างยาวนานในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าการควบคุมการปล่อยมลพิษจะลดความเข้มข้นของอนุภาคประเภทอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เกิด PM2.5 ลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ ไนเตรตเป็นองค์ประกอบหลักของมลพิษทางอากาศในฤดูหนาวของปักกิ่ง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดมวล PM2.5 […]

ในวันอากาศสะอาดสากล สิทธิในการหายใจของคนไทยยังคงถูกละเมิด

วันนี้ 7 กันยายน 2564 เป็นปีที่สองที่ประชาคมนานาชาติร่วมรณรงค์เพื่ออากาศดีทั่วโลก โดยใช้หัวข้อว่า “อากาศสะอาด โลกแข็งแรง” – #HealthyAirHealthyPlanet สืบเนื่องจากปี 2563 ที่ผ่านมาสมัชชาสหประชาชาติ (United Nations General Assembly-UNGA) กำหนดให้วันนี้ของทุกปีเป็นวันสากลเพื่ออากาศสะอาดสำหรับท้องฟ้าสดใส (the International Day of Clean Air for blue skies) ขณะที่ โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาติ (UNEP) มองว่า มาตรการล็อกดาวน์ช่วงโควิด-19 แสดงให้เห็นว่า เมื่อเราลงมือทำ อากาศสะอาดและท้องฟ้าใสนั้นเป็นไปได้ การรณรงค์ในปี 2564 เน้นให้ความสำคัญเรื่องอากาศสะอาดเพื่อทุกคน (healthy air for all) และโยงไปสู่ประเด็นที่กว้างขึ้นว่าด้วยวิกฤตสภาพภูมิอากาศ สุขภาวะของมนุษย์และโลกของเรา รวมถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยถือเป็นการเรียกร้องเพื่อ #ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir นอกจากเป็นภัยต่อสุขภาพของมนุษย์ มลพิษทางอากาศยังส่งผลต่อสภาพภูมิอากาศด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มลพิษทางอากาศที่มีช่วงชีวิตสั้น (Short-lived Climate Pollutants) […]

การเผาขยะติดเชื้อและของเสียทางการแพทย์ :ความไม่เข้ากันของปัญหาและทางออก

แปลเรียบเรียงจากบทความเรื่อง Medical Waste Incinerator : Mismatch Between Problem and Solution ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Work on Waste USA.inc., 82 Judson, Canton, New York เดือนตุลาคม ปี 2539 โดย ดร. พอล คอนเนทท์ พอล คอนเนทท์ เป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาเคมี มหาวิทยาลัยเซนต์ลอเรนซ์ เมืองแคนตัน นิวยอร์คตั้งแต่ปี 2526 ได้รับปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์ธรรมชาติจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ และปริญญาเอกทางเคมีจากดาร์ทเมาท์คอลเลจ หลังจากปี 2528 เขาทุ่มเททำการวิจัยเรื่องการจัดการของเสียโดยเฉพาะประเด็นทางวิชาการที่เกี่ยวกับการปล่อยสารพิษไดออกซินจากโรงงานเผาขยะซึ่งมีผลต่อห่วงโซ่อาหารในระบบนิเวศ ดร.พอล เข้าร่วมประชุมระดับนานาชาติเรื่องไดออกซินหลายต่อหลายครั้ง และทำงานร่วมกับทอม เวบสเตอร์ เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งหมด 6 ฉบับ ซึ่งต่อมาได้ตีพิมพ์ในวารสาร “Chemosphere” เขายังได้ถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเรื่องการจัดการกากของเสียในรูปแบบที่หลากหลายให้กับชุมชนต่างๆ นอกจากนี้ ยังได้ไปแสดงปาฐกถาเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวมาแล้วกว่า 1500 ครั้งใน 48 รัฐทั่วสหรัฐอเมริกา […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings