Taragraphies — Header Component
วันที่ 3 มกราคม 2565

ในขณะที่ระดับมลพิษทางอากาศทั่วประเทศจีนลดลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การแพร่กระจายของมลพิษทางอากาศยังคงทำให้ท้องฟ้ามืดลงเป็นประจำในบางพื้นที่

เครื่องมือ MODIS บนดาวเทียม Terra ของ NASA บันทึกภาพสีธรรมชาติของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีนเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2565 หมอกควันสีเทาจาง ๆ ปกคลุมเหนือหุบเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำอื่น ๆ เขตเมือง พื้นที่เพาะปลูก ทะเลสาบและลักษณะทางพื้นที่อื่นๆ ซึ่งปกติจะมองเห็นได้ชัดเจนกว่านี้ บริเวณสว่างที่ด้านซ้ายล่างของภาพคือเมฆ

ในวันที่บันทึกภาพ เครื่องมือวัดคุณภาพอากาศภาคพื้นดินหลายแห่งในรายงานระดับฝุ่น PM2.5 ในระดับที่ส่งผลต่อสุขภาพและเป็นอันตราย ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดยโครงการคุณภาพอากาศโลก หมายความว่า ระดับ PM2.5 นั้นสูงกว่าขีดจำกัดที่แนะนำขององค์การอนามัยโลกโดยเฉลี่ย 15 ไมโครกรัมในหนึ่งวัน

การกระจายตัวของฝุ่นและละอองลอยเพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาวเนื่องจากอุณหภูมิผกผัน โดยปกติอากาศจะเย็นลงตามระดับความสูง แต่ในระหว่างการผกผัน อากาศอุ่นจะลอยเหนือชั้นอากาศเย็นใกล้พื้นผิว อากาศอุ่นทำหน้าที่เหมือนฝาปิดและดักจับมลพิษใกล้พื้นผิวโดยเฉพาะที่ราบและหุบเขา แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศทั่วไปในฤดูหนาว ได้แก่ การเผาไหม้ถ่านหินและไม้ฟืนเพื่อให้ความร้อน กิจการทางอุตสาหกรรม และยานพาหนะ ควันจากไฟและพายุฝุ่นยังส่งผลต่อคุณภาพอากาศที่ไม่ดีอีกด้วย

องค์ประกอบที่น่าจะเป็นไปได้ของฝุ่นและละอองลอยในภาพถ่ายดาวเทียมด้านบนนี้คืออนุภาคไนเตรต จากการวิเคราะห์ล่าสุดที่นำโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระดับของไนเตรตยังคงสูงอย่างยาวนานในจีนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าการควบคุมการปล่อยมลพิษจะลดความเข้มข้นของอนุภาคประเภทอื่นๆ ที่มีส่วนทำให้เกิด PM2.5 ลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะนี้ ไนเตรตเป็นองค์ประกอบหลักของมลพิษทางอากาศในฤดูหนาวของปักกิ่ง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดมวล PM2.5 ราว 30-40 เปอร์เซ็นต์ มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเข้าใจมากขึ้นว่าทำไมไนเตรทถึงไม่ลดลง

ภาพจาก NASA Earth Observatory โดย Lauren Dauphin โดยใช้ข้อมูล MODIS จาก NASA EOSDIS LANCE และ GIBS/Worldview เรื่องโดย อดัม วอยแลนด์

ที่มา : https://earthobservatory.nasa.gov/images/149291/a-winter-haze-over-china

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading