แรร์เอิร์ธ : หลายเฉดสีเทา (3)
จีนสูญเสียส่วนแบ่งตลาด แต่ยังคงครองความเป็นใหญ่ “ยุคจีน” ของแรร์เอิร์ธ อุตสาหกรรมแรร์เอิร์ธของจีนเพิ่งเริ่มเฟื่องฟูในช่วงต้นทศวรรษ 1990 ระหว่าง “การเดินสายภาคใต้” (Southern Tour) อันโด่งดังในฤดูใบไม้ผลิปี 2535 ประธานาธิบดีเติ้ง เสี่ยวผิง สถาปนิกใหญ่แห่งการปฏิรูป เปิดประเทศ และทำให้ทันสมัยของจีนสรุปว่า แร่แรร์เอิร์ธเป็นทรัพยากรที่มีความพิเศษเฉพาะในจีนและสามารถเปรียบเทียบได้กับน้ำมันดิบในตะวันออกกลาง “ตะวันออกกลางมีน้ำมันดิบ ส่วนจีนมีแรร์เอิร์ธ”— เติ้ง เสี่ยวผิง, 1992 “การเดินสายภาคใต้” หลังจากนั้น ความเป็นผู้นำตลาดแรร์เอิร์ธของสหรัฐฯ ที่แสดงออกใน “ยุคเหมืองเมาเทนพาส” (Mountain Pass Era) หลีกทางให้กับ “ยุคจีน” ตามข้อมูลของ USGS ภายในปี 2537 จีนผลิตแรร์เอิร์ธเกือบครึ่งหนึ่งของการผลิตทั่วโลกแล้วคิดเป็น 30,700 ตัน นับแต่นั้น สัดส่วนตลาดและปริมาณการผลิตรวมของจีนก็เติบโตอย่างก้าวกระโดด จีนใช้เวลาเพียงอีก 5 ปีเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นเป็นสองเท่า และครองตลาดโลกด้วยส่วนแบ่งที่น่าทึ่งถึง 86% ภายในปี 2542 ในช่วงเวลานั้น เหมืองเมาเทนพาสของสหรัฐฯ ถูกปิด เนื่องจากการแข่งขันจากจีนที่รุนแรงขึ้น และความกังวลด้านสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯ โดยเฉพาะปัญหาท่อรั่วที่ปล่อยน้ำเสียปนเปื้อนจากโรงงานแปรรูปออกสู่สิ่งแวดล้อม […]
rebel governance : กรณีมลพิษข้ามพรมแดนจากเหมืองแรร์เอิร์ธ
กัลยาณมิตรผู้เป็นนักวิชาการติดดินของชุมชนในเชียงรายส่งงานวิจัย Governance of Rare Earth Mining by the Kachin Independence Organization/Army (KIO/KIA) ของ Ta-Wei Chu | Seng Li | Mary | Peter | Joyce มาให้อ่าน มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ แม้ว่า ส่วนตัวผมเองในฐานะเป็น activist Gen X มีความรู้ทางวิชาการเพียงหางอึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเข้าใจเรื่องพลวัตรทางการเมืองในรัฐฉาน(ส่วนรัฐคะฉิ่น ความเข้าใจของผมเป็นศูนย์) แต่พออ่าน อ่าน อ่าน แล้วก็อ่าน มีประเด็นสำคัญที่น่าจะเป็นทางออกของการกู้วิกฤตมลพิษข้ามแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้บ้าง ดีกว่าการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ วนไปวนมาเหมือนพายเรืออยู่ในอ่าง งานวิจัย Governance of Rare Earth Mining by the Kachin Independence Organization/Army (KIO/KIA) วิเคราะห์ธรรมาภิบาลการทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธโดย KIO/A (องค์การเอกราชคะฉิ่น/กองทัพคะฉิ่น) […]
ผลกระทบเหมืองแร่แรร์เอิร์ทต่อแม่น้ำในจีน
เรียบเรียงจาก https://www.chinawaterrisk.org/wp-content/uploads/2016/07/CWR-Rare-Earths-Shades-Of-Grey-2016-ENG.pdf แม่น้ำเหลือง ที่เหมืองไป๋หยุนโอ๋วในเขตมองโกเลียใน แร่หยาบจำนวนมากถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำตะกอนลงสู่บ่อเก็บตะกอนแร่ ก่อให้เกิดทะเลสาบตะกอนขนาดยักษ์ครอบคลุมพื้นที่ถึง 11 ตารางกิโลเมตร ภายในมีน้ำตะกอนประมาณ 135 ล้านตัน และโลหะกัมมันตรังสีอย่างธอเรียมอีก 70,000 ตัน เนื่องจากเมื่อหลายสิบปีก่อนขณะสร้างเขื่อนเก็บตะกอนแร่นี้ไม่ได้คำนึงถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม จึงไม่มีระบบป้องกันการซึมลงใต้ดินหรือการบุพื้นกันน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวได้ อีกทั้งขนาดของเขื่อนที่ใหญ่มากยังทำให้การแก้ไขยิ่งยากขึ้น เขื่อนเก็บตะกอนนี้ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำซานสุ่ยชวี ซึ่งเป็นสาขาขนาดเล็กของแม่น้ำเหลือง เพียงไม่ถึง 20 เมตร และตัวแม่น้ำเหลืองเองก็อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 10 กิโลเมตร ในฤดูฝนหรือช่วงฝนตกหนัก น้ำตะกอนจากเขื่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำซานสุ่ยชวีและต่อเนื่องลงสู่แม่น้ำเหลืองโดยตรง สถานการณ์ที่เปราะบางนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น เนื่องจากเขื่อนเก็บตะกอนตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว นักวิทยาศาสตร์กังวลว่า หากเกิดแผ่นดินไหว อาจนำไปสู่เหตุการณ์เขื่อนแตกระเบิดที่รุนแรงได้ ผลกระทบต่อแม่น้ำเหลืองอาจรุนแรงยิ่งกว่าการปนเปื้อนในแม่น้ำซงฮัวเจียงในปี 2549 ที่มีเบนซีนและไนโตรเบนซีนรั่วไหลลงแม่น้ำกว่า 100 ตัน หรือกรณีเขื่อนเก็บตะกอนแตกในมณฑลซานซีปี 2551 ที่เกิดจากฝนตกหนัก จนมีผู้เสียชีวิต 227 ราย และความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านหยวน แม่น้ำจินซา (แม่น้ำแยงซีตอนบน) มีจุดเชื่อมกับแม่น้ำย่าหลงหลายแห่ง ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำจินซา บริเวณตอนล่างของแม่น้ำย่าหลงตั้งอยู่แหล่งแร่หายากน้ำหนักเบา (LREEs) ใหญ่เป็นอันดับสองของจีน นั่นคือเหมืองแร่หายากเหม่าเหนียวผิง […]
ต้นทุนสิ่งแวดล้อมของการสะกัด Rare Earth ด้วยวิธีชะละลาย ณ แหล่งแร่ (In situ leaching) ในจีน
เรียบเรียงจาก https://www.chinawaterrisk.org/wp-content/uploads/2016/07/CWR-Rare-Earths-Shades-Of-Grey-2016-ENG.pdf กานโจวเป็นที่ตั้งของฐานการผลิตแร่หายากและฐานการใช้ประโยชน์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดของมณฑล โดยมีกำลังการผลิตแม่เหล็กนีโอไดเมียม-เหล็ก-โบรอน (NdFeB), วัสดุเรืองแสง และวัสดุเซรามิก คิดเป็น 20%, 40% และ 50% ตามลำดับของกำลังการผลิตทั้งประเทศ เมืองนี้ยังรองรับความสามารถในการจัดการของเสียจากแร่หายากแบบครบวงจรถึง 70% ของทั้งประเทศอีกด้วย ทั้งด้านสว่างและด้านมืดของอุตสาหกรรมแร่หายากในจีนปรากฏให้เห็นชัดเจนในกานโจว มีโครงการฟื้นฟูเหมืองขนาดใหญ่หลายแห่งในพื้นที่นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ระบุว่า รัฐบาลกลางได้จัดสรรงบฟื้นฟูเหมืองในกานโจวมากกว่า 1 พันล้านหยวนในช่วงสามปีที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าเป็นเพียงหยดน้ำในมหาสมุทร เมื่อเทียบกับการประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมของ MIIT ในปี 2555 ที่ระบุว่า ต้องใช้เงินฟื้นฟูรวมถึง 38,000 ล้านหยวน ตามรายงานของ China Environmental News เมื่อเดือนเมษายน 2555 คณะทำงานจากหลายกระทรวงที่ตรวจสอบการทำเหมืองแร่หายากในกานโจวพบว่า มีเหมืองแร่หายากที่ถูกทิ้งร้างถึง 302 แห่ง โดยมีดินหางแร่สะสมมากถึง 191 ล้านตัน และพื้นที่ดินที่ถูกทำลายรวม 97.34 ตารางกิโลเมตร รายงานยังระบุว่า การฟื้นฟูดินหางแร่จำนวน 190 ล้านตันนี้ อาจต้องใช้เวลาถึง 70 […]
