เรียบเรียงจาก https://www.chinawaterrisk.org/wp-content/uploads/2016/07/CWR-Rare-Earths-Shades-Of-Grey-2016-ENG.pdf

แม่น้ำเหลือง

ที่เหมืองไป๋หยุนโอ๋วในเขตมองโกเลียใน แร่หยาบจำนวนมากถูกปล่อยออกมาพร้อมกับน้ำตะกอนลงสู่บ่อเก็บตะกอนแร่ ก่อให้เกิดทะเลสาบตะกอนขนาดยักษ์ครอบคลุมพื้นที่ถึง 11 ตารางกิโลเมตร ภายในมีน้ำตะกอนประมาณ 135 ล้านตัน และโลหะกัมมันตรังสีอย่างธอเรียมอีก 70,000 ตัน เนื่องจากเมื่อหลายสิบปีก่อนขณะสร้างเขื่อนเก็บตะกอนแร่นี้ไม่ได้คำนึงถึงมาตรการด้านสิ่งแวดล้อม จึงไม่มีระบบป้องกันการซึมลงใต้ดินหรือการบุพื้นกันน้ำ ส่งผลให้ไม่สามารถฟื้นฟูพื้นที่ดังกล่าวได้ อีกทั้งขนาดของเขื่อนที่ใหญ่มากยังทำให้การแก้ไขยิ่งยากขึ้น เขื่อนเก็บตะกอนนี้ตั้งอยู่ห่างจากแม่น้ำซานสุ่ยชวี ซึ่งเป็นสาขาขนาดเล็กของแม่น้ำเหลือง เพียงไม่ถึง 20 เมตร และตัวแม่น้ำเหลืองเองก็อยู่ห่างออกไปไม่ถึง 10 กิโลเมตร ในฤดูฝนหรือช่วงฝนตกหนัก น้ำตะกอนจากเขื่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำซานสุ่ยชวีและต่อเนื่องลงสู่แม่น้ำเหลืองโดยตรง สถานการณ์ที่เปราะบางนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น เนื่องจากเขื่อนเก็บตะกอนตั้งอยู่บนแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว นักวิทยาศาสตร์กังวลว่า หากเกิดแผ่นดินไหว อาจนำไปสู่เหตุการณ์เขื่อนแตกระเบิดที่รุนแรงได้ ผลกระทบต่อแม่น้ำเหลืองอาจรุนแรงยิ่งกว่าการปนเปื้อนในแม่น้ำซงฮัวเจียงในปี 2549 ที่มีเบนซีนและไนโตรเบนซีนรั่วไหลลงแม่น้ำกว่า 100 ตัน หรือกรณีเขื่อนเก็บตะกอนแตกในมณฑลซานซีปี 2551 ที่เกิดจากฝนตกหนัก จนมีผู้เสียชีวิต 227 ราย และความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 100 ล้านหยวน

แม่น้ำจินซา (แม่น้ำแยงซีตอนบน)

มีจุดเชื่อมกับแม่น้ำย่าหลงหลายแห่ง ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำจินซา บริเวณตอนล่างของแม่น้ำย่าหลงตั้งอยู่แหล่งแร่หายากน้ำหนักเบา (LREEs) ใหญ่เป็นอันดับสองของจีน นั่นคือเหมืองแร่หายากเหม่าเหนียวผิง ในเขตปกครองตนเองเหลียงซาน มณฑลเสฉวน ไม่ไกลจากเหม่าเหนียวผิงยังมีแหล่งแร่หายากใหญ่อีกแห่ง คือเหมืองต้าลู่เฉ่า ทั้งสองเหมืองอยู่ห่างจากแม่น้ำย่าหลงเพียงประมาณ 10 กิโลเมตร ตามรายงานของกระทรวงที่ดินและทรัพยากร (MLR) เคยมีบริษัทมากกว่า 100 แห่งดำเนินการทำเหมืองในพื้นที่เหม่าเหนียวผิง ซึ่งมีขนาดราว 3 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เหม่าเหนียวผิงมักเผชิญกับฝนตกหนักเป็นประจำ ในพายุฤดูร้อนปี 2556 มีเศษแร่เสียมากกว่า 100,000 ตัน และตะกอนแร่อีกหลายหมื่นตันถูกพัดลงสู่แม่น้ำอันหนิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสาขาที่ใหญ่ที่สุดของแม่น้ำย่าหลงฝั่งตะวันตก บริเวณจุดบรรจบของแม่น้ำจินซาและย่าหลง ตั้งอยู่เมืองผานจือฮว่า ซึ่งรู้จักกันในนาม “เมืองหลวงแห่งแร่แวนาเดียม ไทเทเนียม และแร่หายาก” และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ถลุงและแยกแร่หายากที่ใหญ่ที่สุดในจีนฝั่งตะวันตกอีกด้วย

เส้นทางตะวันออกของโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือ (ลุ่มน้ำห้วยเหอ)

เหมืองแร่หายากเว่ยซาน ซึ่งเป็นแหล่งแร่หายากน้ำหนักเบา (LREEs) ใหญ่เป็นอันดับสามของจีน ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลซานตง ใกล้กับทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน คือทะเลสาบหนานซี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำห้วยเหอ โดยในอดีต ทะเลสาบหนานซีเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีมลพิษมากที่สุดในจีน ทะเลสาบหนานซีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโครงการผันน้ำจากใต้สู่เหนือ โดยทำหน้าที่เป็นอ่างเก็บน้ำกลางของเส้นทางตะวันออก น้ำทั้งหมดที่ถูกผันจากแม่น้ำแยงซีจะถูกเก็บไว้ในทะเลสาบหนานซีก่อนจะส่งต่อไปยังปักกิ่ง เทียนจิน และมณฑลซานตง

แม่น้ำแยงซี

นอกจากความเสี่ยงจากการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นจากแม่น้ำกานเจียงตามที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ แม่น้ำแยงซียังอาจรับสารปนเปื้อนที่เกี่ยวข้องกับแร่หายากจากมณฑลหูหนานอีกด้วย มณฑลหูหนานเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักของเหมืองแร่หายากประเภทดูดซับไอออนทางตอนใต้ โดยเมืองเหลียนหยวน ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของหูหนาน เป็นแหล่งผลิตสำคัญของแร่ประเภทนี้ แม่น้ำเหลียนสุ่ยที่ไหลผ่านเมืองเหลียนหยวนจะไหลลงสู่แม่น้ำแยงซี ทำให้เหมืองแร่ในพื้นที่เชื่อมโยงถึงแม่น้ำแยงซีในที่สุด

แม่น้ำเพิร์ล

แม่น้ำเพิร์ลเป็นแม่น้ำสายใหญ่อันดับสองของจีน รองจากแม่น้ำแยงซี ดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้นว่าแม่น้ำเพิร์ลมีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนผ่านแม่น้ำตงเจียง แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด แม่น้ำเพิร์ลไหลผ่านมณฑลสำคัญในภาคใต้ของจีนซึ่งเป็นพื้นที่ผลิตแร่หายากประเภทดูดซับไอออน เรียกรวมกันว่า “แนวสายแร่หายากหลิงหนาน” ในปี 2558 มณฑลสามแห่งที่ตั้งอยู่ตามลุ่มน้ำเพิร์ล ได้แก่ เจียงซี กว่างซี และกวางตุ้ง มีโควต้าการผลิตแร่หายากประเภทดูดซับไอออนรวมกันถึง 13,700 ตัน คิดเป็น 76.5% ของโควต้าการผลิตแร่ประเภทนี้ทั่วประเทศ ในบรรดาระบบแม่น้ำสายหลักของจีน กิจกรรมทำเหมืองแร่หายากเกิดขึ้นอย่างเข้มข้นที่สุดในลุ่มน้ำเพิร์ล เมืองกานโจวมีประวัติยาวนานด้านการพัฒนาแร่หายาก ซึ่งรวมถึงการก่อมลพิษแก่แม่น้ำตงเจียง (ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของแม่น้ำเพิร์ล) ในเมืองอู๋โจว มณฑลกว่างซี ซึ่งตั้งอยู่ตอนต้นของแม่น้ำซีเจียง ก็มีการพัฒนาเหมืองแร่หายากอย่างคึกคักเช่นกัน หลังจากมีการจัดระเบียบเหมืองในมณฑลกวางตุ้ง เหล่าผู้ประกอบการเหมืองผิดกฎหมายจำนวนมากจึงย้ายเข้ามาในกว่างซี

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading