Taragraphies — Header Component

Net Zero การวาดวิมานในอากาศ

คำว่า “เป็นกลางทางคาร์บอน” และ “net zero” กำลังมาแรง ภาคธุรกิจ รัฐบาล หรือแม้กระทั่งรัฐสภาไทยรับเอามาเป็นเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของตน นี่คือการวาดวิมานในอากาศ เพราะ ; ไม่มีบริษัทอุตสาหกรรมฟอสซิลแห่งใดเคารพข้อกําหนดพื้นฐานที่สุดที่พิจารณาว่าผลิตภัณฑ์ของตน (ยังไม่ต้องไปถึงเชื้อเพลิงฟอสซิล) ว่า “เป็นกลางทางคาร์บอน” การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลซึ่งฝังอยู่ในพื้นดินมานานหลายศตวรรษและจะปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลกระทบต่อชั้นบรรยากาศมานานหลายศตวรรษ ไม่สามารถชดเชยได้ด้วยการดูดกลับและจัดเก็บชั่วคราวในระบบนิเวศที่มีชีวิต เช่น การปลูกต้นไม้ ไม่มีบริษัทอุตสาหกรรมฟอสซิลแห่งใดเปิดเผยรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับแหล่งที่มาของคาร์บอนเครดิต ขัดขวางการตรวจสอบของหน่วยงาน 3rd parties ที่เป็นอิสระเพื่อวัดความน่าเชื่อถือและคุณภาพของคาร์บอนเครดิตเหล่านั้น ไม่มีบริษัทอุตสาหกรรมฟอสซิลแห่งใดเปิดเผยราคาที่จ่ายสำหรับคาร์บอนเครดิตของตนต่อสาธารณะ ธุรกรรมดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้ราคาที่กีดกันการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน ไม่มีบริษัทอุตสาหกรรมฟอสซิลแห่งใดเปิดเผยการประมาณการการปล่อยวงจรชีวิตสําหรับสินค้าเชื้อเพลิงฟอสซิลเฉพาะที่เรียกว่า “เป็นกลางทางคาร์บอน” โดยสมัครใจ ส่วนหนึ่งของการอ้าง(ว่ามีความเป็นกลางทางคาร์บอน)ไม่ได้คํานึงถึงการปล่อยมลพิษในขอบเขตที่ 3 (การปล่อยมลพิษทางอ้อมอื่นๆ ทั้งหมดจากกิจกรรมของบริษัทซึ่งเกิดขึ้นจากแหล่งกำเนิดที่ไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมซึ่งมักเป็นสัดส่วนที่มากที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมถึงการปล่อยก๊าซฯที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางเพื่อธุรกิจ การจัดซื้อจัดจ้าง ของเสียและน้ำ แม้ว่าการปล่อยก๊าซเหล่านี้จะอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท แต่ก็สามารถแสดงถึงสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก)

เป้าหมาย Net Zero ของไทย เป็นเป้าหมายที่ล่องลอยในสายลม

แผน Net Zero ของไทยขึ้นสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการโดย รมว.ทส.วราวุธ ที่ COP27 แผน Net Zero บอกว่าภาคการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและป่าไม้ (Land Use Land Use Change and Forestry) หรือเรียกในภาษาทางเทคนิคว่า “ลูลูซีเอฟ” จะมีศักยภาพดูดซับก๊าซเรือนกระจก 120 ตัน ภายในปี พ.ศ.2608 อย่างไรก็ตาม จากข้อมูล “ลูลูซีเอฟ” จนถึงปัจจุบันดูดซับก๊าซเรือนกระจกของไทยไปแล้ว 100 ล้านตัน ยังเหลือคาร์บอนไดออกไซด์อีก 20 ล้านตันซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บอกว่า ต้องการพื้นที่ป่าธรรมชาติเพิ่ม 11.29 ล้านไร่ และป่าเศรษฐกิจเพิ่ม 15.99 ล้านไร่ ข้อมูลแบบนี้ดูราบเรียบเกินไป มันแค่นี้เหรอจริงหรือ คือคุณบอกว่าจนถึงปี 2608 ภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรม(เชิงเดี่ยว) กระบวนการอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ และภาคของเสียปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 120 ล้านตัน จากนั้น […]

ลืมตาก็ Net Zero หลับตาก็ Net Zero : Editor’s Note

Net zero กลายเป็น megatrend เป็นจุดขายของประเทศต่างๆ และบริษัทและหน่วยธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก ไทยก็ติดเทรนด์กับเขาด้วย ลืมตาก็ net zero หลับตาก็ net zero คำถามคือ แม้เราจะบรรลุ net zero ในปี 2608 แต่หายนะสภาพภูมิอากาศหยุดไม่อยู่ ไม่ว่าจะเป็น extreme สุดๆ หรือแบบ slow onset ระบบภูมิอากาศมันสะสมโมเมนตัมไว้เยอะ กว่าจะเหยียบเบรกได้ มันวิ่งทะลุขีดจำกัดความปลอดภัยไปเรียบร้อยแล้ว และเกิดการสูญเสียและความเสียหาย(loss and damage) อย่างไม่หวนกลับคืนดังเดิมได้ เมื่อเร็วๆ นี้ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ทั้งหลายระบุไปในทางเดียวกันว่า การละลายของพืดน้ำแข็งบนเกาะกรีนแลนด์จะทำให้ระดับน้ำทะเลโลกเพิ่มอย่างน้อย 27 ซม. ไม่ว่าเราจะลดการปล่อย GHG แค่ไหน net zero เพียงใดก็เลี่ยงไม่ได้ ผมคิดว่า climate policy ของไทยมันดูทะแม่งๆ กล่าวคือ ไทยเสี่ยงกับหายนะโลกร้อนอันดับ 9 ของโลก แต่นโยบายที่มีอยู่พูดถึง […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings