แผน Net Zero ของไทยขึ้นสู่สายตาชาวโลกอย่างเป็นทางการโดย รมว.ทส.วราวุธ ที่ COP27

แผน Net Zero บอกว่าภาคการใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและป่าไม้ (Land Use Land Use Change and Forestry) หรือเรียกในภาษาทางเทคนิคว่า “ลูลูซีเอฟ” จะมีศักยภาพดูดซับก๊าซเรือนกระจก 120 ตัน ภายในปี พ.ศ.2608

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูล “ลูลูซีเอฟ” จนถึงปัจจุบันดูดซับก๊าซเรือนกระจกของไทยไปแล้ว 100 ล้านตัน ยังเหลือคาร์บอนไดออกไซด์อีก 20 ล้านตันซึ่งตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี บอกว่า ต้องการพื้นที่ป่าธรรมชาติเพิ่ม 11.29 ล้านไร่ และป่าเศรษฐกิจเพิ่ม 15.99 ล้านไร่

ข้อมูลแบบนี้ดูราบเรียบเกินไป มันแค่นี้เหรอจริงหรือ

คือคุณบอกว่าจนถึงปี 2608 ภาคพลังงาน ภาคเกษตรกรรม(เชิงเดี่ยว) กระบวนการอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์ และภาคของเสียปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกัน 120 ล้านตัน จากนั้น คุณก็เอาอีก 120 ล้านตันจาก “ลูลูซีเอฟ” มาหักออก

โลกธรรมชาติไม่ได้เป็นแบบบัญชีหักลบกลบหนี้ง่ายๆ แบบนั้น

ข้อมูลจาก global forest watch “เมื่อคิด >30% tree canopy and tree cover gain ระหว่างปี 2544 ถึง 2564 ป่าไม้ในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 60.8 MtCO₂e/ปี และดูดซับก๊าซเรือนกระจก 65.8 MtCO₂e/ปี ผลสุดท้ายการดูดซับก๊าซเรือนกระจกเป็น 5.04 MtCO₂e/ปี”

“เมื่อคิด >50% tree canopy and tree cover gain ระหว่างปี 2544 ถึง 2564 ป่าไม้ในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 56.9 MtCO₂e/ปี และดูดซับก๊าซเรือนกระจก GHG 58.7MtCO₂e/ปี ผลสุดท้ายการดูดซับก๊าซเรือนกระจกเป็น 1.86 MtCO₂e/ปี”

“เมื่อคิด >75% tree canopy and tree cover gain ระหว่างปี 2544 ถึง 2564 ป่าไม้ในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจก 39.6 MtCO₂e/ปี และดูดซับก๊าซเรือนกระจก GHG 36.7 MtCO₂e/ปี ผลสุดท้าย เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2.85 MtCO₂e/ปี”

สรุป พื้นที่ป่าของไทยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีศักยภาพในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกเพียง 1.86-5.04 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

และในกรณีที่เรือนยอดไม้ 75% พื้นที่ป่าของไทยจากเดิมที่เป็นแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจก(sink) กลายเป็นแหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจก(source) 2.85 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ถ้ารวม “Land Use และ Land Use Change” ของไทยเข้าไป ดูแล้วไม่น่าจะมีดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 120 ล้านตัน

ดังนั้น เป้าหมาย Net Zero ของไทย ก็จะเป็นเป้าหมายที่ล่องลอยในสายลม

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading