คำแถลงด้วยวาจาของผู้ฟ้องคดี PM2.5
คำแถลงด้วยวาจาของผู้ฟ้องคดี PM2.5 ณ ศาลปกครองสูงสุด 10 สิงหาคม 2566 ฝุ่นพิษขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ซึ่งเป็นอนุภาคจิ๋วประมาณ 1 ใน 25 ของสัมผัสมนุษย์ ขนจมูกไม่สามารถกรองได้ สามารถแพร่กระจายสู่ทางเดินหายใจ กระแสเลือด และแทรกซึมกระบวนการทํางานอวัยวะต่างๆ เป็นหนึ่งในมลพิษทางอากาศหลัก (Criteria Pollutants) ที่มีอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยและการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนทั่วโลกราว 3-9 ล้านคนต่อปี [1] และ 29,000-37,500 คนต่อปีในประเทศไทย [2] จากโรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด โรคภูมิแพ้ โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันและโรคมะเร็งปอด ในปี 2556 องค์กรวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (International Agency Research on Cancer : IARC) ขององค์การอนามัยโลกระบุว่าฝุ่น PM2.5 ก่อให้เกิดมะเร็งในมนุษย์ [3] ดังนั้นจึงก่อให้เกิดภาระโรค (Burden Disease) และมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ […]
New Thailand AQI VS Northern Thailand AQHI
เปรียบเทียบกันระหว่าง(ร่าง)ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยฉบับใหม่และดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเหนือ (Northern Thailand Air Quality Health Index-NTAQHI) ก็จะประมาณรูปนี้ครับ (ร่าง)ดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทยฉบับใหม่แทบจะไม่มีอะไรใหม่ ยกเว้นความเข้มข้นของ PM2.5 ในหน่วยไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรที่ปรับตาม Ambient Air Standard ที่เป็นค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 นี้ สรุปง่ายๆ คือเมื่อ ความเข้มข้นของฝุ่นพิษ PM2.5 เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร กรมควบคุมมลพิษก็จะแจ้งเตือนว่า AQI ของฝุ่นพิษ PM2.5 = 100 (สีส้ม) และ “เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ” และเมื่อ AQI เกิน 200 จึงจะแจ้งเตือนว่าฝุ่นพิษ PM 2.5 “มีผลกระทบต่อสุขภาพ” ส่วนดัชนีคุณภาพอากาศเพื่อสุขภาพชาวเหนือ (Northern Thailand Air Quality Health Index-NTAQHI) ก้าวหน้ากว่าในแง่ของการเตือนภัย กล่าวคือ […]
การคาดการณ์ละอองลอย(Aerosols)ในอาเซียนตอนบน
แม้เราสูดอากาศเข้าไปเต็มปอดในวันที่อากาศดูแจ่มใส เกือบแน่นอนว่าเราหายใจเอาอนุภาคของแข็งและละอองของเหลวเข้าไปด้วย สสารที่มีอยู่ทั่วไปนี้คือ “ละอองลอย(aerosols) ซึ่งพบได้ทุกหนทุกแห่งในอากาศเหนือผิวมหาสมุทร ทะเลทราย เขตเทือกเขา ผืนป่า ทุ่งน้ำแข็งและระบบนิเวศทุกๆ แห่ง หากเราเคยเห็นฝุ่นควันที่กระจายปกคลุมจากไฟป่า เถ้าจากการระเบิดของภูเขาไฟ และฝุ่นละอองในสายลม ที่เราเห็นนั่นแหละคือละอองลอย เครื่องมือวัดบนดาวเทียมหลายดวง รวมถึงในโครงการ Copernicus สามารถบันทึกละอองลอยเหล่านี้ด้วย โดยเป็นมุมมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงสูงจากพื้นผิวโลกนับร้อยกิโลเมตร ทำให้เราได้ภาพที่ครอบคลุมของละอองลอยที่กระจายไปทั่วชั้นบรรยากาศโลก แผนที่ด้านบนแสดงการคาดการณ์ของแบบแผนการกระจายตัวของละอองลอยระว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 จากข้อมูลการเก็บบันทึกโดย The Copernicus Atmosphere Monitoring Service (CAMS) ซึ่งดำเนินการโดย European Center for Medium-Range Weather Forecasts (ECMWF) ในนามของคณะกรรมาธิการยุโรป ECMWF เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลที่เป็นอิสระ ได้รับการสนับสนุนจาก 35 รัฐ เป็นทั้งสถาบันวิจัยและบริการปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผลิตและเผยแพร่การพยากรณ์อากาศเชิงตัวเลขไปยังประเทศสมาชิก การวัดละอองลอยด้วยเครื่องมือวัดบนดาวเทียมจะวัดจาก ความลึกเชิงแสงของละอองลอย (aerosol optical thickness หรือ […]
การพ่นละอองน้ำในอากาศจะช่วยลดฝุ่น PM2.5 หรือไม่?
การพ่นละอองน้ำในอากาศได้เป็นมาตรการเฉพาะหน้าเพื่อต่อกรกับวิกฤตมลพิษทางอากาศ PM2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ของจีนและอินเดีย ที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครก็มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่ พร้อมอุปกรณ์ฉีดน้ำดับเพลิงขนาดใหญ่แรงดันสูงและรถฉีดน้ำขนาดเล็กเพื่อบรรเทาวิกฤตฝุ่น PM2.5 อยู่หลายครั้ง คำถามคือมาตรการดังกล่าวช่วยลดฝุ่น PM2.5 หรือไม่? การฉีดพ่นละอองน้ำในอากาศไม่ส่งผลโดยตรงต่อการกำจัดฝุ่น PM2.5 เนื่องจากละอองน้ำที่ฉีดพ่นไปนั้นเป็นปริมาณละอองน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถจับละอองฝุ่นละอองขนาดจิ๋วได้ ดังในรูป รัฐบาลท้องถิ่นเมืองซีอัน มณฑลชานสีของจีนใช้งบประมาณเกือบ 1 ล้านหยวน (ประมาณ 1 แสน 6 หมื่นเหรียญสหรัฐ) ทำปืนพ่นน้ำขนาดยักษ์หรือ “ปืนต้านฝุ่น(anti-smog guns)” เพื่อลดมลพิษทางอากาศ มีการใช้มาตรการฉีดพ่นน้ำในกรุงเดลีของอินเดียที่ขึ้นชื่อว่า เป็นเมืองหลวงแห่งมลพิษทางอากาศ อันดับต้น โดยทำให้ละอองน้ำที่มีคุณสมบัติไฟฟ้าสถิต เพื่อให้ฝุ่นเกาะได้ดีขึ้น ผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมหลายคนชี้ว่า มาตรการข้างต้น ไม่ได้ช่วยลดฝุ่น PM2.5 เลย หรือแม้จะช่วยลดลงได้บ้าง ก็เป็นมาตรการชั่วคราวที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล แถมยังต้องใช้น้ำจากแหล่งน้ำจืดเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญ ทำให้ละเลยการแก้ไขที่ต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหา
