Taragraphies — Header Component
แปลเรียบเรียงจาก IPCC’S MITIGATION REPORT: 5 TAKEAWAYS FOR ZERO WASTE CITIES เขียนโดย by Mariel Vilella, Director of Global Climate Program https://www.no-burn.org/ipcc-takeaways-zw/

รายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation of Climate Change) ซึ่งเป็นรายงานการประเมินครั้งที่ 6 ของคณะทำงานที่ 3 ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC) เพิ่งปล่อยออกมา

เป็นคำเตือนอีกครั้งถึงภาวะฉุกเฉินสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งตัวขึ้น มีเวลาเหลือน้อยมากที่จะหลีกเลี่ยงมิให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพิ่มเกินขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส แม้แต่การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกเพียงเล็กน้อยก็ได้ส่งผลกระทบร้ายแรงอย่างต่อเนื่อง ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา(ต้นเดือนเมษายน 2565) ขั้วโลกเหนือและใต้มีอุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส และ 40 องศาเซลเซียส ในเวลาเดียวกันตามลำดับ

แล้วเราทำอะไรได้บ้าง? ทั้งหมดของรายงาน Mitigation of Climate Change เกี่ยวกับทางเลือกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ แม้ว่ารายงานจะมุ่งถึง “นโยบาย” โดยไม่ระบุถึงแนวปฏิบัติที่เฉพาะเจาะจง แต่ก็มีเบาะแสบางอย่างและการอ่านระหว่างบรรทัดที่สามารถแปลไปสู่การปฏิบัติได้

IPCC กับของเสีย: แหล่งปล่อยมลพิษที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในเขตเมือง

IPCC พูดถึงขยะอย่างไร? ตามที่รายงานได้ระบุไว้ ภาคการจัดการขยะมีส่วนสำคัญในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากเขตเมืองเป็นอันดับสองรองจากภาคพลังงานและการขนส่ง รวมถึงเมืองที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ

เมืองเป็นแหล่งกำเนิดของก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นมากขึ้นทั่วโลก : แม้ว่าจะมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลากหลายรูปแบบจากเขตเมืองในหลายประเทศและภูมิภาค ส่วนแบ่งของการปล่อย GHG เพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาคและทั่วโลกระหว่างปี 2543-2558

เมืองในบรรดาประเทศที่ร่ำรวย (ในภาษาของ UN ที่เรียกว่า “ประเทศที่พัฒนาแล้ว”) ปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจาก 60% ในปี 2543 เป็น 67% ในปี 2558 แต่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดเกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกและประเทศกำลังพัฒนา

คาดว่าการเติบโตของเมืองภายใต้สถานการณ์ที่เป็นไปตามปกติอาจเพิ่มความต้องการทรัพยากรและวัตถุดิบเพิ่มสองเท่าจาก 40 พันล้านตันในปี 2553 เป็น 90 พันล้านตันภายในปี 2593 ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มการปล่อย GHG ด้วย

ตามที่ IPCC ระบุ เมืองต่างๆ สามารถลดการปล่อย GHG ลงได้อย่างมาก แต่สิ่งนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ นั่นคือ เศรษฐกิจหมุนเวียน การรวมกลุ่มและความเท่าเทียม และเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมเป็นองค์ประกอบหลักบางส่วนร่วมกับกลยุทธ์อื่นๆ ที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาเมืองที่ปล่อยคาร์บอนต่ำและเป็นศูนย์

นี่คือจุดที่กลยุทธ์ของเสียเป็นศูนย์ (zero waste) สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ โดยจะต้องมีการประสานกันของทุกภาคส่วน กลยุทธ์และนวัตกรรม รวมถึงเมืองในประเทศกำลังพัฒนา

ประเด็นสำคัญ 5 ประการจากรายงาน Mitigation of Climate Change ของ IPCC เกี่ยวข้องกับวาระการลดการปล่อยคาร์บอนในเมืองต่างๆ และโอกาสของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการจัดการขยะเมือง :

1. ขยายเศรษฐกิจหมุนเวียนในเมืองจากมุมมองเชิงระบบ

ศักยภาพของเศรษฐกิจหมุนเวียนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกนั้นมีสูง แน่นอนว่า เศรษฐกิจหมุนเวียนคือหนึ่งในแนวทางการกำจัดของเสียจากต้นทาง (การลดที่แหล่งกำเนิด) หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ การทำปุ๋ยหมัก หรือการรีไซเคิลทุกอย่าง เศรษฐกิจหมุนเวียนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยความต้องการวัตถุดิบและการแปรรูปที่ลดลง รวมถึงไม่มีการปล่อยมลพิษจากการจัดการของเสีย หากเมืองเซี่ยงไฮ้รีไซเคิลทุกอย่างที่สามารถรีไซเคิลได้ จะลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 16.8 ล้านตันต่อปี

การบรรลุเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่ได้ต้องการแค่การแทรกแซงเพียงครั้งเดียว แต่ยังต้องคิดใหม่อย่างเป็นระบบว่าเราใช้วัสดุอย่างไร และนี่คือเหตุผลที่ IPCC ให้ความสำคัญอย่างมากกับการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ Net Zero สำหรับเมืองต่างๆ เป็นไปได้แม้จะมีการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว แต่มันจะไม่เกิดขึ้นกับการแทรกแซงแบบเดียวกับที่เราเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้ – หลุมฝังกลบและโรงงานเผาขยะ ในทางกลับกัน ต้องใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายและบูรณาการเพื่อเชื่อมโยงการใช้วัสดุและประสิทธิภาพกับการใช้พลังงานและการผลิต แบบแผนการใช้ที่ดิน และโดยการเชื่อมโยงพื้นที่ในเมืองและชนบท ตัวอย่างหนึ่งคือการคืนปุ๋ยหมักและสารอาหารอันมีค่าไปยังฟาร์มที่ป้อนอาหารให้กับเมือง

2. การปล่อยก๊าซมีเทนจากของเสีย : แนวทางง่ายๆ ในการทำให้เมืองเป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ

ที่มา : http://no-burn.org/methane-matters

การจัดการกับก๊าซมีเทน ซึ่งเป็น GHG ที่สำคัญที่สุดอันดับสองรองจาก CO2 ที่มีส่วนทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกในปัจจุบันเพิ่มขึ้น 0.5°C ถือเป็นแนวทางต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในเขตเมืองที่สามารถทำได้โดยง่าย มีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีฤทธิ์มากแต่มีอายุสั้น ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่มีแนวโน้มดีที่สุดในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะเวลาอันใกล้ แม้ว่ารายงานของ IPCC จะเน้นไปที่คาร์บอนไดออกไซด์เป็นหลัก ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว แต่ก็มีการวิเคราะห์ถึงโอกาสในการลดการปล่อยก๊าซมีเทนในรายงาน Global Methane Assessment ฉบับล่าสุด

ในรายงาน Global Methane Assessment นี้ ของเสียและโดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะอินทรีย์มีความโดดเด่น: ภาคการจัดการของเสียเป็นแหล่งปล่อยก๊าซมีเทนที่ใหญ่เป็นอันดับสามและเติบโตอย่างรวดเร็ว โชคดีที่การกำจัดการปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบนั้นค่อนข้างถูก – ต้องมีการแยกขยะที่แหล่งกำเนิดและการจัดการทางเลือก เช่น ปุ๋ยหมัก งานล่าสุดของเราระบุว่าการปล่อยก๊าซมีเทนจากหลุมฝังกลบสามารถลดลงราว 96% ด้วยการแทรกแซงง่ายๆ เพื่อกันไม่ให้ขยะอินทรีย์ไปสู่หลุมฝังกลบ

3. การเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า (“Waste-To-Energy” Incineration) : ยุทธศาสตร์ที่มีแต่แพ้

น่าเสียดายที่พอมาถึงเรื่องการเผาขยะเพื่อผลิตไฟฟ้า (“Waste-To-Energy” Incineration) รายงาน IPCC มักอ้างอิงถึงการโฆษณาชวนเชื่อของภาคอุตสาหกรรมมากกว่าหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น เทคโนโลยีการเผาขยะ(incineration) ไพโรไลซิส(pyrolysis) และแก๊สสิฟิเคชั่น(gasification) ไม่เข้ากันกับฉากทัศน์คาร์บอนต่ำ เนื่องจากเทคโนโลยีทั้งหลายเหล่านี้เป็นแหล่งกำเนิดก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ นอกจากนี้ยังมีทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับการบำบัดของเสียและการผลิตพลังงาน รายงาน IPCC ไม่ได้กล่าวถึงความท้าทายและความซับซ้อนเหล่านี้

การเผาขยะเป็นวิธีที่ไร้ประสิทธิภาพและมีราคาแพงที่สุดในการผลิตพลังงานและการจัดการของเสีย เป็นรูปแบบการผลิตไฟฟ้าที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด โดยปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) 1.7 เท่าต่อหน่วยไฟฟ้าที่ผลิตได้ เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง ต้นทุนในการผลิตพลังงานสูงกว่าพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมบนบกเกือบสี่เท่า มากกว่าก๊าซธรรมชาติสองเท่า และแพงกว่าโรงไฟฟ้าถ่านหิน 25% แม้ว่าโรงงานเผาขยะซึ่งมีความเข้มข้นทางคาร์บอนสูงมาก แต่อุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ — หนึ่งในผู้ปล่อย GHG อันดับต้นๆ ของโลก — ตั้งเป้าที่จะใช้เชื้อเพลิงทางเลือกเพื่อให้ครอบคลุม 22% ของการใช้พลังงานเตาปูนซีเมนต์ทั่วโลกภายในปี 2573 น่าตกใจที่ ทั้งโรงงานเผาขยะและการเผาร่วมในเตาเผาซีเมนต์ถูกรวมไว้เป็นวิธีแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศใน 39 จาก 99 แผนที่นำทางการลดก๊าซเรือนกระจกในระดับประเทศ (NDCs)

เมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรปได้ถอดถอนเทคโนโลยีการเผาขยะจากอนุกรมวิธานทางการเงินที่ยั่งยืนและการสนับสนุนทางการเงิน ในสหรัฐอเมริกา ไม่มีการสร้างโรงงานเผาขยะแห่งใหม่ตั้งแต่ปี 25450 อย่างไรก็ตาม โครงการโรงงานเผาขยะยังคงเพิ่มขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียที่ญี่ปุ่นส่งเสริมเทคโนโลยีเผาขยะผ่านโครงการพัฒนาระหว่างประเทศ ธนาคารเพื่อการพัฒนาพหุภาคี เช่น Asian Development Bank และ Asian Infrastructure Investment Bank มีบทบาทหลักในการให้ทุนสนับสนุนโครงการโรงงานเผาขยะในเอเชีย

4. พลาสติกคือคาร์บอน

IPCC มีความชัดเจนมากในการชี้ให้เห็นว่าการผลิตและการใช้พลาสติกเป็นปัญหา: “การคาดการณ์สำหรับการเพิ่มการผลิตพลาสติก (…) ไม่สอดคล้องกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จำเป็น”

อันที่จริง พลาสติกมีส่วนสัดส่วนขยายเพิ่มมากขึ้นในงบดุลคาร์บอนทั่วโลก รอยเท้าคาร์บอนทั่วโลกของพลาสติกตลอดวงจรชีวิตทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านตันของ CO2 เทียบเท่า (CO2e) ในปี 2558 ซึ่งจะเติบโตเป็น 6.5 พันล้าน CO2e (เทียบเท่ากับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อปีจากโรงไฟฟ้าถ่านหินเกือบ 1,640 แห่ง) ภายในปี 2593 หากการผลิต การกำจัด และการเผาขยะพลาสติกยังคงดำเนินต่อไปตามสถานการณ์ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังหมายความว่า ภายในปี 2593 การปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากพลาสติกเพียงอย่างเดียวจะมีสัดส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของงบดุลคาร์บอนที่เหลืออยู่เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย 1.5 °C ภายใต้ความตกลงปารีส การปล่อย GHG จากการผลิตพลาสติกอยู่ที่ประมาณ 2 ตัน CO2e ต่อตันของพลาสติกที่ผลิตได้

นี่เป็นครั้งแรกที่ IPCC ระบุถึงการจัดการกับพลาสติก และเรียกร้องให้ลดปริมาณพลาสติกที่ผลิตขึ้นอย่างชัดเจน : รัฐบาลต่างๆ จะต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

5. จะบรรลุสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร? ธรรมาภิบาล การเงิน เทคโนโลยี และผู้เก็บขยะ

IPCC ระบุชัดเจนว่าเมืองทั่วโลกต้องการศักยภาพเชิงสถาบันและการจัดการมากพอๆ กับการเข้าถึงระบบการเงินและเทคโนโลยี การจัดการของเสียคือประเด็นหลักของเรื่องนี้ : การแก้ปัญหา – การรวบรวมขยะที่แยกจากต้นทางและแหล่งกำเนิด การทำปุ๋ยหมักและการรีไซเคิล การห้ามใช้ผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่มีปัญหา – นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อน แต่ฝ่ายบริหารของเมืองจะต้องทำงานร่วมกับประชาชนในเมืองของตน

ในภาคการจัดการของเสีย ระบบธรรมาภิบาลที่ได้รับการปรับปรุงจะเปิดโอกาสในการตระหนักถึงและผนวกภาคเศรษฐกิจของการจัดการของเสียนอกระบบให้เป้นส่วนหนึ่งของแนวทางการจัดการของเสีย ซึ่งรายงาน IPCC ยังได้ตระหนักถึงโดยระบุว่า การจัดการของเสียเป็นแนวทางที่สำคัญในการผสมผสานภาคเศรษฐกิจนอกระบบเข้ากับเศรษฐกิจในเมือง

นี่ยังเป็นหลักสำคัญของ “ผลประโยชน์ร่วม” เช่น การจ้างงานที่มากขึ้น การบูรณาการทางสังคม มลพิษที่ลดลง การลดความยากจน ในแง่นี้ มาตรการที่เกี่ยวข้องกับการจัดการของเสียอาจเน้นเป้าหมายไปที่การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในเมืองเป็นหลัก นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการปรับตัวและเสริมสร้างศักยภาพของเมืองในการฟื้นคืนจากแรงกระแทกภายนอกและวิกฤตต่างๆ

โดยสรุป รายงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Mitigation of Climate Change) ของ IPCC เตือนเราว่าภาคการจัดการของเสียให้โอกาสมหาศาลในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วและมีต้นทุนต่ำ ในขณะที่สร้างความยืดหยุ่นในการรับแรงกระแทกจากวิกฤต สร้างงานที่มีคุณค่า และส่งเสริมเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นที่เจริญรุ่งเรือง เมืองต่างๆ ทั่วโลกที่มุ่งมั่นเพื่อเป้าหมายขยะเหลือศูนย์ แสดงให้เห็นว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการจัดการของเสียนั้นเป็นไปได้และเป็นที่ต้องการ – และโดยการลงมือทำให้มากขึ้นไปอีก

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading