1. ต้นทาง (Extraction in Myanmar)

  • แร่หายากหนัก (Dy, Tb ฯลฯ) มาจากการทำเหมืองแบบ in-situ leaching ในรัฐคะฉิ่น (Kachin)
  • ควบคุมโดยกองกำลังติดอาวุธ + กองทัพพม่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน & สิ่งแวดล้อมรุนแรง
  • ของเสียเคมีรั่วไหลปนเปื้อนน้ำ ป่า และไร่นา
  • HREEs 100% ส่งออกไปจีน

2. ด่านแปรรูป (Processing in China)

  • บริษัท SOEs จีน 5 แห่งควบคุมเกือบทั้งหมด
    • China Southern Rare Earth (ใหญ่สุด) ถือ >40% ของโควตาการทำเหมือง
    • นำเข้า 70% ของวัตถุดิบจากเมียนมา
  • แปรรูปเป็นวัตถุดิบสำหรับแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnets)
  • ตลาดโลกขาดทางเลือก พึ่งพาจีนเกือบ 100%

3. ระดับกลาง (Magnet Makers)

  • JL Mag Rare-Earth Company → ผู้ผลิตแม่เหล็กรายใหญ่
  • มีสัญญาจัดหาระยะยาวกับ China Southern
  • ส่งออกแม่เหล็กให้ผู้ผลิตรถยนต์ & อิเล็กทรอนิกส์

4. ปลายทาง (Global Brands using magnets)

  • 🚗 EVs & Autos: BYD, Tesla, GM, NIO, SAIC, Volkswagen, Li Auto
  • 🌬️ Wind turbines: Siemens Gamesa, Goldwind
  • 📱⚡ Electronics & Appliances: Mitsubishi Electric, Midea, Gree
  • ⚙️ Others: Bosch, Nidec, United Automotive

🔴 Key Risks Highlighted

  • สิ่งแวดล้อม: มลพิษน้ำ/ดินจาก in-situ leaching → อาจใช้เวลาฟื้นฟู >100 ปี
  • สิทธิมนุษยชน: การยึดที่ดิน, ข่มขู่, การใช้แรงงานเด็ก & ไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน
  • เศรษฐกิจโลก: อุตสาหกรรมแม่เหล็กถาวร & EV เสี่ยง supply chain shock หากพึ่งเมียนมา
  • ความรับผิดชอบของแบรนด์: หลายบริษัทโฆษณาภาพลักษณ์ “green/clean” แต่ยังเชื่อมโยงกับ HREEs จากเหมืองผิดกฎหมาย
ที่มา : สรุปข้อมูลจาก Heavy Rare Earths Supply Chain Risks: Illicit Minerals from Myanmar are the World’s Largest Source of Supply - Global Witness, 2022