Taragraphies — Header Component

ไม่เอาคาร์บอนเครดิต มาเอาไร

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf กลไกที่ไม่ใช่ตลาดภายใต้มาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสสนับสนุนทางออกเชิงรูปธรรมที่หลากหลาย สนับสนุนการดําเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด(NDCs) และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวกับเป้าหมายที่กว้างขึ้นของความตกลงปารีส อนุสัญญาริโออื่นๆ และกระบวนการพหุภาคีอื่นๆ เป้าหมายใหม่ที่ตกลงกันภายใต้ข้อตกลงความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล และการออกแบบกลไก Non-market approaches ที่เหมาะสม ภายใต้มาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง UNFCCC และ CBD ผ่านโครงการที่เน้นการทํางานร่วมกันระหว่างการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวตามระบบนิเวศ และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ เนื่องจากทั้งความท้าทายด้านระเบียบวิธีและผลกระทบต่อการดํารงชีวิตของชุมชนท้องถิ่น มาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสเป็นจุดที่เหมาะสมเพียงแห่งเดียวในการดําเนินการภาคพื้นดิน แนวทางภาคพื้นดิน(Land-based approaches) ควรถูกแยกออกจากกลไก 6.2 และ 6.4 ของความตกลงปารีสอีกด้วย ควบคู่ไปกับข้อเสนอเชิงบวก ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากฎที่กําหนดไว้สําหรับแพลตฟอร์ม Non-market approaches (NMAs) มีแนวทาง การป้องกัน และการยกเว้นที่ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงแนวทางที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือทําให้วิกฤตสภาพภูมิอากาศและความหลากหลายทางชีวภาพรุนแรงขึ้น สําหรับประเทศภาคีต่างๆ แนวทาง Non-market approaches (NMAs) ช่วยส่งมอบความโปร่งใสที่มากขึ้น ภาพรวมของภูมิทัศน์การระดมทุนที่มีอยู่ และการบัญชีที่ดีขึ้นสําหรับผลลัพธ์และการปรับปรุงที่ประสบความสําเร็จ สําหรับผู้คนและชุมชน Non-market approaches […]

ไปให้พ้นจากตลาดคาร์บอนที่ล้มเหลว

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเจรจาที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 6 ของความตกลงปารีสถูกครอบงําโดยกลุ่มผู้ที่สนับสนุนตลาดคาร์บอนและการค้าขายการปล่อยมลพิษ การมุ่งเน้นมากเกินไป และ ‘โน้มเอียงไปที่ระบบตลาด’ ในการเจรจาด้านสภาพภูมิอากาศได้ชะลอความคืบหน้าของ Non-market approaches (NMAs) มาหลายปีแล้ว ย้อนกลับไปในปี 2558 ที่ COP21 ในปารีส คณะกรรมการประจําด้านการเงินของ UNFCCC (SCF) ให้คําแนะนําต่อกองทุน Green Climate Fund (GCF) เพื่อสร้างความคืบหน้าของ Non-market approaches (NMAs) ต่อการดำเนินการร่วมของการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวในด้านป่าไม้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นตามโครงการนำร่องภายใต้กลไก REDD+ มูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นเวลาหลายปีแล้วที่แพลตฟอร์ม Non-market approaches (NMAs) ไม่ได้รับความสำคัญในการเจรจา UNFCCC ในขณะที่ประเทศภาคีต่างๆ ใช้เวลา (และยังคงใช้เวลา) อย่างมากในการเจรจาความซับซ้อนทางเทคนิคของมาตรา 6.2 และ 6.4 โดยยืนยันว่าเรื่องทั้งหมดภายใต้มาตรา 6 ควรทำให้เป็นแพ็คเกจเดียว ขณะนี้แพลตฟอร์ม Non-market […]

ทำไมมาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสจึงเป็นพื้นที่แห่งความหวัง?

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf มนุษยชาติกําลังเปลี่ยนแปลงชีวมณฑลและทําลายความหลากหลายทางชีวภาพในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เส้นทางที่ประเทศต่างๆ กําลังมุ่งไปเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของความตกลงปารีส (PA) กรอบความหลากหลายทางชีวภาพระดับโลกคุนหมิง-มอนทรีออล (GBF) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอื่นๆ (SDGs) นั้นเป็นอันตรายอย่างยิ่ง เลขาธิการสหประชาชาติใช้คำว่า “Unhinged” อธิบายการขาดการตอบสนองที่เพียงพอต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ แม้จะมีคําเตือนหลายทศวรรษ แต่วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพอย่างต่อเนื่องและผลกระทบทางสภาพภูมิอากาศที่เด่นชัดกําลังก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานและความวุ่นวายทั่วโลก เราสูญเสียโอกาสไปหลายปีแล้ว และความจําเป็นในการมี “ทิศทางที่ถูกต้อง” อย่างเร่งด่วน การพลิกผันของแนวทางที่เป็นไปตามปกติ (business-as-usual) ไม่เคยมีความสําคัญเท่านี้มาก่อน ในทํานองเดียวกัน ผู้ปกป้องสิทธิสิ่งแวดล้อมแนวหน้าและกลุ่มชนพื้นเมืองถูกทําให้เป็นอาชญากรและอยู่ภายใต้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่พวกเขาพยายามปกป้องบ้านเกิดของตนและโลกโดยรวม วิกฤตการณ์หลายอย่างเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก โลกเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “สารพัดวิกฤต (Polycrisis)” หน่วยงานของสหประชาชาติที่รับผิดชอบในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และผู้เชี่ยวชาญหลายคนรับรู้ถึงช่องว่างใหญ่ในคํามั่นสัญญาในปัจจุบันโดยประเทศต่างๆ ที่รู้จักกันในชื่อ “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions (NDCs) ในขณะที่เราสรุป Global Stocktake (GST) ครั้งแรกของความตกลงปารีสที่ COP28 ในดูไบ เป็นที่ชัดเจนว่าต้องทํามากขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วน และเพื่อสนับสนุนการทํางานร่วมกันเพื่อสร้างความสามารถในการฟื้นฟูและการปรับตัวตามระบบนิเวศ การเพิ่มแหล่งกักเก็บคาร์บอนในระบบนิเวศ และการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และเพื่อดำเนินการอย่างครอบคลุม ความเป็นธรรมทางสังคม และบนรากฐานของสิทธิ อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกในการสนับสนุนความทะเยอทะยานที่เพิ่มขึ้นโดยตรงผ่านกลไก […]

ปฏิบัติการกู้วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่นําโดยชุมชน : วิสัยทัศน์ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ไปพ้นจากกลไกตลาดคาร์บอน

เรียบเรียงจาก https://www.greenpeace.org/static/planet4-international-stateless/2023/12/c610d444-20231130_match-makingcommunity-ledclimateaction_ds_small.pdf ประเด็นหลัก วิกฤตการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและวิกฤตสภาพภูมิอากาศกําลังสร้างความโกลาหลทั่วโลก ประเทศภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) และความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) ควรต้องรับรองว่าพวกเขามีบทบาทสําคัญในการจัดการกับวิกฤตที่เชื่อมโยงกันเหล่านี้ แต่ที่ผ่านมายังคืบหน้าไปไม่มาก ภายใต้กรอบความตกลงปารีส UNFCCC กําหนดเป้าหมายระดับโลกที่ควรบรรลุโดยคํามั่นสัญญาของแต่ละประเทศที่เรียกว่า “การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contributions-NDCs)” แต่ผลรวมของคํามั่นสัญญาเหล่านี้ไม่เพียงพอต่อการดําเนินการที่จําเป็นเพื่อจํากัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไม่ให้เกิน 1.5 °C โดยการพิจารณาส่วนหนึ่งของความตกลงปารีส พบว่า มาตรา 6.8 นั้นมีศักยภาพหากมีเจตจํานงทางการเมือง เพื่อแก้ไขแนวปฏิบัติด้านสภาพภูมิอากาศผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น และเพื่อส่งเสริมความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และกลไกเชิงสถาบันต่างๆ ที่ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน มาตรา 6.8 ของความตกลงปารีสมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริม “แนวทางที่ไม่ใช่ตลาดแบบบูรณาการ แบบองค์รวม และสมดุล” ในการดําเนินการตาม NDCs โดยมุ่งเน้นที่การเพิ่มทั้ง “ความทะเยอทะยานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว” แต่มีวัตถุประสงค์เพิ่มเติมโดย “การประสานงานข้ามเครื่องมือและการจัดเตรียมเชิงสถาบันที่เกี่ยวข้อง” – ส่งเสริมความเชื่อมโยงกับอนุสัญญาความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD)และพิธีสารและความคิดริเริ่มระหว่างประเทศอื่นๆ ที่พยายามปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาที่ยั่งยืนในวงกว้างมากขึ้น จนถึงขณะนี้ การทำงานภายใต้มาตรา 6.8 ถูกขัดขวางโดยความพยายามของบางประเทศในการจํากัดความคืบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มประเทศภาคีที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกลับหันมาสนใจมาตรการตลาดคาร์บอน […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings