Taragraphies — Header Component
แปลจาก https://energyandcleanair.org/publication/financing-putins-war-fossil-fuel-exports-from-russia-in-the-first-six-months-of-the-invasion-of-ukraine/  โดย Lauri Myllyvirta, Lead Analyst; Hubert Thieriot, Data Lead; Jan Lietava, Data Analyst; Oleksii Mykhailenko, Guest Writer; Andrei Ilas, Guest Writer; Ronja Borgmästars, Guest Writer; Vera Tattari, Guest Writer; Lyder Ulvan, Guest Writer;

24 สิงหาคมเป็นวันประกาศอิสรภาพครบปีที่ 31 ของยูเครน และเป็นเวลาหกเดือนนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการรุกรานเต็มรูปแบบของรัสเซียโดยมีเป้าหมายเพื่อยุติความเป็นอิสรภาพนั้น

เพื่อให้ความกระจ่างว่าใครซื้อน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหินของรัสเซีย ปริมาณและมูลค่าของการนำเข้าที่เปลี่ยนแปลงไปตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน ศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศสะอาด (the Centre for Research on Energy and Clean Air) ได้รวบรวมชุดข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับท่อส่งน้ำมัน/ก๊าซ และการค้าทางทะเลของเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซีย

แผนที่แสดงเส้นทางการขนส่งทางทะเลของเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซียในช่วง 6 เดือนแรกของการที่รัสเซียบุกรุกยูเครน

ข้อค้นพบที่สำคัญ :

เชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นเม็ดเงินให้กับสงครามของเครมลินเนื่องจากมีราคาสูง

รัสเซียมีรายได้ 158 พันล้านยูโรจากการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลในช่วงหกเดือนแรกของสงคราม (24 กุมภาพันธ์ ถึง 24 สิงหาคม) สหภาพยุโรปนำเข้า 54% ของเชื้อเพลิงฟอสซิลเหล่านี้ มูลค่าประมาณ 85 พันล้านยูโร

การส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลมีส่วนสนับสนุนงบประมาณของรัฐบาลกลางรัสเซียประมาณ 43 พันล้านยูโรนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มการรุกรานยูเครน เงินที่ได้นำไปสนับสนุนอาชญากรรมสงครามในยูเครน

ผู้นำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซียรายใหญ่ที่สุดคือสหภาพยุโรป (85.1 พันล้านยูโร) รองลงมาคือจีน (34.9 พันล้านยูโร) ตุรกี (10.7 พันล้านยูโร) อินเดีย (6.6 พันล้านยูโร) ญี่ปุ่น (2.5 พันล้านยูโร) อียิปต์ (2.3 พันล้านยูโร) และเกาหลีใต้ (2 พันล้านยูโร)

ราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่พุ่งสูงขึ้นหมายความว่ารายได้ของรัสเซียในปัจจุบันนั้นสูงกว่าระดับปีที่แล้วอย่างมาก แม้ว่าปริมาณการส่งออกในปีนี้จะลดลงก็ตาม

รายได้จากการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียเพิ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเนื่องจากการฟื้นตัวของน้ำมันดิบ

ในเดือนสิงหาคม 2565 รายได้และปริมาณการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยจากระดับต่ำสุดในเดือนมิถุนายน 2565

อย่างไรก็ตาม การส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียลดลง 18% เมื่อเทียบกับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเริ่มการรุกรานยูเครน (กุมภาพันธ์–มีนาคม) การลดลงเป็นผลมาจากการส่งออกก๊าซฟอสซิลทางท่อ ผลิตภัณฑ์น้ำมัน และถ่านหินที่ลดลง

การนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียที่ลดลงส่งผลให้ประเทศสูญเสียรายได้ในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมถึง 170 ล้านยูโรต่อวัน ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกโดยรวมลดลงจากการที่เชื้อเพลิงฟอสซิลที่ส่งออกไปยังสหภาพยุโรปลดลง 35%.

ผลกระทบจากการแบนการใช้น้ำมันของรัสเซียในสหภาพยุโรปไม่เป็นที่รับรู้กันมาก

รายได้โดยประมาณของรัสเซียจากการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลตั้งแต่มกราคม 2565

การห้ามนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการผลิตถ่านหินของรัสเซีย

หลังจากการห้ามใช้ถ่านหินในสหภาพยุโรปมีผลใช้บังคับในวันที่ 10 สิงหาคม ปริมาณการส่งออกถ่านหินของรัสเซียลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่รัสเซียเริ่มบุกรุกยูเครน รัสเซียล้มเหลวในการหาผู้ซื้อรายอื่นมาแทนที่อุปสงค์ของสหภาพยุโรปที่ลดลง แม้ว่าการแบนดังกล่าวจะเป็นที่ทราบของสาธารณชนเป็นเวลาหลายเดือนแล้วก็ตาม

การแบนน้ำมันจากรัสเซียจำเป็นต้องมีการบังคับใช้ที่ดีขึ้น

รัสเซียกำลังหาวิธีเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกน้ำมัน : การกลั่น การผสม การขนย้ายระหว่างเรือ
จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์และการบังคับใช้ที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีน้ำมันของรัสเซียเข้าสู่ตลาดที่มีมาตรการสั่งห้าม

สหภาพยุโรปและสหราชอาณาจักรจำเป็นต้องเริ่มใช้ประโยชน์จากการขนส่งทางทางทะเลทั่วโลก : สหภาพยุโรปต้องห้ามการใช้เรือเดินทะเลที่ยุโรปเป็นเจ้าของ และท่าเรือต่างๆ ในยุโรปสำหรับการขนส่งน้ำมันของรัสเซียไปยังประเทศที่สาม สหราชอาณาจักรต้องหยุดการอนุญาตให้อุตสาหกรรมประกันภัยเข้าร่วมการค้าเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียนี้

ยุโรปจะทดแทนการนำเข้าเชื้อเพลิงฟอสซิลจากรัสเซียได้อย่างไร

การลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมีบทบาทสำคัญในการจัดการผลกระทบของการลดการส่งออกเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียและการห้ามนำเข้าของสหภาพยุโรป ยุโรปได้ลดการใช้ก๊าซฟอสซิลลงเพื่อตอบรับกับราคาที่สูง แต่การใช้น้ำมันและถ่านหินในยุโรปก็เพิ่มขึ้น

จำเป็นที่ยุโรปต้องเร่งรัดมาตรการประหยัดพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกำหนดเป้าหมายการใช้น้ำมันและก๊าซฟอสซิล และเพื่อเร่งการใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด ปั๊มความร้อน ยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อทดแทนเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซีย

วิกฤตพลังงานโลกเร่งให้เกิดการขยายพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดทั่วโลก

ในขณะที่ผลกระทบทันทีของวิกฤตพลังงานคือการกระตุ้นความต้องการเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ไม่ใช่ของรัสเซีย แต่ราคาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สูงอย่างมากทำให้การลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดน่าดึงดูดใจไปทั่วโลก และสร้างแรงผลักดันให้กับนโยบายพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด

รัฐบาลยุโรป 19 ประเทศได้เร่งเป้าหมายด้านพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดเพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ของ COVID-19 วิกฤตก๊าซฟอสซิล และการรุกรานยูเครนของรัสเซีย เป้าหมายที่มุ่งมั่นเหล่านี้จะส่งผลให้การใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคพลังงานลดลง 30% ภายในปี 2573 เมื่อเทียบกับแผนพลังงานที่วางไว้ในปี 2562

ในสหรัฐอเมริกา กฎหมายว่าด้วยการลดอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะเป็นกฎหมายฉบับที่ต่อเนื่องกันมากที่สุดเรื่องเดียวเกี่ยวกับพลังงานหมุนเวียนที่สะอาด

การติดตั้งพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ในจีนสร้างสถิติใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก ทำให้จีนสามารถขยายกำลังผลิตได้ 130–150 กิกะวัตต์ในปี 2565 นี้

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading