Taragraphies — Header Component
เรียบเรียงจาก https://www.polytechnique-insights.com/en/columns/planet/climate-change-will-lead-to-an-increase-in-earthquakes/ เขียนโดย Christophe Larroque Lecturer at Université de Reims-Champagne Ardenne and at Geoazur Laboratory (CNRS/OCA/UniCA/IRD) และ Marco Bohnhoff Professor of Experimental Seismology and Drilling at Freie Universität of Berlin

ประเด็นสำคัญ

ในแต่ละปี มีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่หลายสิบครั้งเกิดขึ้นทั่วโลก เหตุการณ์เหล่านี้สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้หลายแสนราย เช่นที่เคยเกิดขึ้นในปี 2010 (เสียชีวิต 226,000 ราย) และปี 2004 (เสียชีวิต 227,000 ราย) แผ่นดินไหวเกิดจากการเลื่อนตัวอย่างฉับพลันของรอยเลื่อน — หรือรอยแตก — ในเปลือกโลก ซึ่งอยู่เพียงไม่กี่กิโลเมตรใต้ฝ่าเท้าของเรา การเลื่อนตัวนี้จะเกิดขึ้นเมื่อแรงเค้นที่กระทำต่อรอยเลื่อนเกินค่าขีดจำกัดของการแตกหัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลก แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีประเด็นวิจัยใหม่เกิดขึ้นในแวดวงวิทยาศาสตร์ : ภาวะโลกร้อนที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์สามารถส่งผลกระทบต่อการเกิดแผ่นดินไหวได้หรือไม่?

“ผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์รุนแรงและแพร่หลายมากจนรู้สึกได้ทั่วทั้งโลก — เราถึงขั้นเรียกมันว่า ‘แอนโธรโปซีน’ (Anthropocene)” คริสตอฟ ลาร์ร็อคกล่าว “เรากำลังตั้งคำถามถึงผลกระทบที่มีต่อกิจกรรมแผ่นดินไหว” มาร์โก บอนฮอฟฟ์ ให้ความเห็นว่า “นี่เป็นหัวข้อใหม่ และยังมีนักวิจัยเพียงไม่กี่กลุ่มที่ทำงานในเรื่องนี้ แต่ความสนใจกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ” ในบทความที่ตีพิมพ์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มาร์โก บอนฮอฟฟ์และคณะได้สรุปสิ่งที่เรารู้ในปัจจุบันว่า ในช่วงหลายทศวรรษและศตวรรษข้างหน้า กิจกรรมของมนุษย์จะส่งผลต่อ ‘นาฬิกาแผ่นดินไหว’ ของรอยเลื่อนต่าง ๆ กระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดเล็กและใหญ่เพิ่มมากขึ้น กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เมื่อรอยเลื่อนอยู่ในสภาพใกล้แตกร้าว พร้อมจะเลื่อนไถลและก่อให้เกิดแผ่นดินไหว การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้แผ่นดินไหวเกิดขึ้นเร็วขึ้น.

อิทธิพลของสภาพอากาศต่อแผ่นดินไหว

ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าสภาพอากาศมีอิทธิพลต่อการเกิดแผ่นดินไหว ในปี 2020 ประเทศฝรั่งเศสเผชิญกับพายุอเล็กซ์ ซึ่งนำฝนตกหนักมากมาสู่ภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีปริมาณสูงถึง 600 มิลลิเมตรภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 100 วันหลังจากนั้น มีการบันทึกแผ่นดินไหวขนาดสูงสุด 2 จำนวน 188 ครั้งในหุบเขาทิเน่ เขตอุทยานแห่งชาติเกมูร์ “นี่เป็นข้อค้นพบที่สำคัญมาก เราบันทึกแผ่นดินไหวในพื้นที่นี้มากในเวลาเพียง 3 เดือน เท่ากับที่เคยเกิดขึ้นตลอด 5 ปีที่ผ่านมา” คริสตอฟ ลาร์ร็อกกล่าว

การสังเกตผลกระทบของสภาพอากาศต่อกิจกรรมแผ่นดินไหวเริ่มต้นตั้งแต่ต้นทศวรรษ 2000 ในฝรั่งเศส ปี 2002 หลังจากเกิดฝนตกหนักในระดับเดียวกับช่วงพายุอเล็กซ์ มีการบันทึกการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมแผ่นดินไหวในช่วงหลายเดือนถัดมาในแคว้นโพรวองซ์ตะวันตก ในปี 2005 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ตอนกลาง มีการบันทึกแผ่นดินไหวผิดปกติ 47 ครั้งภายในเวลาเพียง 12 ชั่วโมง หลังจากเกิดฝนตกหนัก 300 มิลลิเมตรใน 3 วัน อีกหนึ่งตัวอย่างคือที่ประเทศเนปาล มีทีมวิจัยพบว่าจำนวนแผ่นดินไหวในช่วงฤดูร้อนลดลงถึง 37% เมื่อเทียบกับฤดูหนาว ซึ่งบ่งชี้ว่า “มรสุมมีอิทธิพลต่อการเกิดแผ่นดินไหว”

ยังมีตัวอย่างจากปรากฏการณ์อากาศประเภทอื่นอีก เช่น ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีฤดูฝนและฤดูแล้งสลับกัน ส่งผลให้เกิดการสะสมของหิมะและน้ำในภูเขา ทะเลสาบ และอ่างเก็บน้ำ รูปแบบตามฤดูกาลนี้ถูกพบว่ามีผลต่ออัตราการเกิดแผ่นดินไหวในภูมิภาคดังกล่าว ในประเทศตุรกี การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในทะเลมาร์มารา — ซึ่งเกี่ยวข้องกับความแปรปรวนตามฤดูกาล — ก็มีความสัมพันธ์กับจำนวนแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นด้วย

“จนถึงตอนนี้ แผ่นดินไหวที่เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยายังมีขนาดเล็กเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่านั่นจะไม่อาจตัดความเป็นไปได้ของแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในอนาคตได้ก็ตาม” คริสตอฟ ลาร์ร็อกอธิบาย “สิ่งนี้เป็นความท้าทายอย่างมากในด้านการสังเกตการณ์ เพราะเราจำเป็นต้องมีเครือข่ายตรวจวัดแผ่นดินไหวที่มีคุณภาพสูงเพียงพอ จึงจะสามารถบันทึกแผ่นดินไหวขนาดเล็กเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าและการขยายตัวของเครือข่ายตรวจวัดแผ่นดินไหวได้ช่วยเพิ่มความเข้าใจของเราในเรื่องนี้อย่างมาก”

กลไกที่อยู่เบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอากาศกับแผ่นดินไหว

กลไกอะไรที่อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างสภาพอากาศกับกิจกรรมแผ่นดินไหว? “มีหลายกระบวนการที่เกี่ยวข้องและเป็นเรื่องยากที่จะระบุแน่ชัดว่ากระบวนการใดเป็นสาเหตุหลัก” คริสตอฟ ลาร์ร็อกตอบ

เกี่ยวกับกรณีพายุอเล็กซ์ คริสตอฟ ลาร์ร็อกและคณะได้เผยแพร่งานวิเคราะห์ใหม่ที่ก้าวข้ามขอบเขตทางวิทยาศาสตร์หลายแขนง “เราระบุพิกัดแผ่นดินไหวได้อย่างแม่นยำ ติดตามการเคลื่อนตัวของพวกมันตลอดเวลา และจำลองสมมติฐานต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจกลไกที่เกี่ยวข้อง” เขาอธิบาย ตัวอย่างเช่น ทีมวิจัยพบว่าฝนที่ตกอย่างหนักก่อให้เกิดแรงดันของของเหลวส่วนเกินที่แทรกซึมลึกลงไปใต้ดิน — เรียกว่า “แนวหน้าความดัน” (pressure front) — จนไปกระทบและทำให้รอยเลื่อนซึ่งอยู่ในภาวะเปราะบางอยู่แล้วเกิดความไม่เสถียรและเริ่มเลื่อนตัว ส่งผลให้เกิดกลุ่มแผ่นดินไหวขนาดเล็กตามมา

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก็คือ แม้แรงเค้นจะเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ก็อาจเพียงพอที่จะกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวได้ แม้แนวหน้าความดันที่เกิดจากพายุอเล็กซ์จะเป็นต้นเหตุหลักของกิจกรรมแผ่นดินไหวผิดปกติในพื้นที่นั้น แต่เหตุการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาอื่นๆ ก็สามารถเปลี่ยนแปลงแรงเค้นในพื้นที่เฉพาะผ่านกลไกอื่นได้เช่นกัน

เช่น งานวิจัยหนึ่งศึกษาผลกระทบจากไต้ฝุ่นโมราโกตที่ไต้หวันในปี 2009 ซึ่งฝนตกหนักทำให้เกิดดินถล่มมากกว่า 10,000 ครั้ง และมีตะกอนกับหินปริมาณมหาศาลไหลลงแม่น้ำ การเคลื่อนตัวของมวลวัตถุบนผิวโลกเหล่านี้เพิ่มแรงเค้นในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวผิวดินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นระยะเวลากว่า 2 ปีครึ่งหลังจากไต้ฝุ่นถล่ม อีกตัวอย่างคือในแคลิฟอร์เนีย ความเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของการเกิดแผ่นดินไหวเชื่อมโยงกับแรงเค้นที่เกิดจากน้ำหนักของน้ำที่สะสมอยู่บนพื้นผิวในฤดูฝน

และที่สำคัญคือ เหตุการณ์อุตุนิยมวิทยาทั้งหมดนี้ล้วนได้รับอิทธิพลจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต อุณหภูมิที่สูงขึ้นของพื้นผิวโลกกำลังทำให้ธารน้ำแข็งละลายเร็วขึ้น เพิ่มความรุนแรงของฝนตกหนัก พายุหมุน และระดับน้ำทะเลทั่วโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงบนผิวโลกเหล่านี้จะไปเปลี่ยนแรงเค้นในรอยเลื่อนท้องถิ่น

งานวิจัยที่ศึกษากิจกรรมแผ่นดินไหวบนคาบสมุทรเกาหลีตลอดช่วง 650,000 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดแผ่นดินไหวกับการสิ้นสุดของยุคน้ำแข็งแต่ละยุค โดยทุกครั้งที่เกิดการละลายของธารน้ำแข็ง จะมีระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และตามมาด้วยการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมแผ่นดินไหวในภูมิภาค

ตั้งแต่ปี 1901 ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้นแล้ว 0.2 เมตร และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1 เมตรภายในปี 2100 ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ นักวิจัยบางรายคาดว่าการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล 1 เมตร อาจเพิ่มแรงกดทับต่อมหาสมุทรทั้งหมด(ซึ่งครอบคลุม 70% ของพื้นผิวโลก) มากพอที่จะกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหวตามรอยเลื่อนจำนวนมากที่ใกล้ถึงจุดแตกร้าวอยู่แล้ว

“ในกรณีส่วนใหญ่ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะเร่งให้แผ่นดินไหวเกิดเร็วขึ้น แต่ในบางกรณีอาจทำให้เกิดช้าลง” มาร์โก บอนฮอฟฟ์กล่าวสรุป “ซึ่งในกรณีหลังนั้น จะทำให้พลังงานสะสมในรอยเลื่อนมากขึ้นและแผ่นดินไหวที่ตามมาก็จะรุนแรงยิ่งขึ้น สิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ตามแนวชายฝั่ง และเราจำเป็นต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเร่งด่วน เพื่อลดจำนวนแผ่นดินไหวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”.

อ้างอิง
“Data Page: Number of significant earthquakes”, part of the following publication: Hannah Ritchie and Pablo Rosado (2022) – “Natural Disasters”. Data adapted from National Geophysical Data Center / World Data Service. Retrieved from https://ourworldindata.org/grapher/significant-earthquakes [online resource]↑

“Data Page: Deaths from earthquakes”, part of the following publication: Hannah Ritchie and Pablo Rosado (2022) – “Natural Disasters”. Data adapted from National Geophysical Data Center / World Data Service. Retrieved from https://ourworldindata.org/grapher/earthquake-deaths [online resource]↑

Marco Bohnhoff, Patricia Martínez-Garzón, Yehuda Ben-Zion; Global Warming Will Increase Earthquake Hazards through Rising Sea Levels and Cascading Effects. Seismological Research Letters, 2024; 95 (5): 2571–2576. doi: https://doi.org/10.1785/0220240100↑

Jacquemond, L., Godano, M., Cappa, F., & Larroque, C. (2024). Interplay between fluid intrusion and aseismic stress perturbations in the onset of earthquake swarms following the 2020 Alex extreme rainstorm. Earth and Space Science, 11,e2024EA003528, https://doi.org/10.1029/2024EA003528↑

Alexis Rigo, Nicole Béthoux, Frédéric Masson, Jean-François Ritz, Seismicity rate and wave-velocity variations as consequences of rainfall: The case of the catastrophic storm of September 2002 in the Nîmes Fault region (Gard, France), Geophysical Journal International, Volume 173, Issue 2, May 2008, Pages 473–482, https://doi.org/10.1111/j.1365–246X.2008.03718.x↑

S. Husen, C. Bachmann, D. Giardini, Locally triggered seismicity in the central Swiss Alps following the large rainfall event of August 2005, Geophysical Journal International, Volume 171, Issue 3, December 2007, Pages 1126–1134, https://doi.org/10.1111/j.1365–246X.2007.03561.x↑

Bollinger, L., F. Perrier, J.-P. Avouac, S. Sapkota, U. Gautam, and D. R. Tiwari (2007), Seasonal modulation of seismicity in the Himalaya of Nepal, Geophys. Res. Lett., 34, L08304, doi:10.1029/2006GL029192.↑

Bollinger, L., F. Perrier, J.-P. Avouac, S. Sapkota, U. Gautam, and D. R. Tiwari (2007), Seasonal modulation of seismicity in the Himalaya of Nepal, Geophys. Res. Lett., 34, L08304, doi:10.1029/2006GL029192.↑

Martínez-Garzón, P., Beroza, G. C., Bocchini, G. M., & Bohnhoff, M. (2023). Sea level changes affect seismicity rates in a hydrothermal system near Istanbul. Geophysical Research Letters, 50, e2022GL101258. https://doi.org/10.1029/2022GL101258↑

Steer, P., Jeandet, L., Cubas, N. et al. Earthquake statistics changed by typhoon-driven erosion. Sci Rep 10, 10899 (2020). https://doi.org/10.1038/s41598-020–67865‑y↑

Johnson, C. W., Fu, Y., & Bürgmann, R. (2017). Stress models of the annual hydrospheric, atmospheric, thermal, and tidal loading cycles on California faults: Perturbation of background stress and changes in seismicity. Journal of Geophysical Research: Solid Earth, 122, 10,605–10,625. https://doi.org/10.1002/2017JB014778↑

IPCC, 2023: Summary for Policymakers. In: Climate Change 2023: Synthesis Report. Contribution of Working Groups I, II and III to the Sixth Assessment Report of the Intergovernmental Panel on Climate Change [Core Writing Team, H. Lee and J. Romero (eds.)]. IPCC, Geneva, Switzerland, pp. 1–34, doi: 10.59327/IPCC/AR6-9789291691647.001↑

Man-Jae Kim, Hee-Kwon Lee, Long-term patterns of earthquakes influenced by climate change: Insights from earthquake recurrence and stress field changes across the Korean Peninsula during interglacial periods, Quaternary Science Reviews, Volume 321, 2023, 108369, ISSN 0277–3791, https://doi.org/10.1016/j.quascirev.2023.108369.↑

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading