1️⃣ จุดตรวจสอบสำคัญของ global stocktake
เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักเลขาธิการ UNFCCC เผยแพร่เอกสาร “Message to Parties and Observers” ซึ่งเป็นการอัปเดตรายงานสังเคราะห์ NDC Synthesis Report ตามมาตรา 4 ของความตกลงปารีส รายงานนี้รวบรวม NDC ฉบับใหม่จาก 113 ประเทศที่ส่งเข้ามาระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ.2567 ถึงกันยายน พ.ศ.2568 ครอบคลุม ร้อยละ 69 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก (ฐานปี พ.ศ.2562)
เอกสารนี้ไม่ใช่เพียงการสรุปเชิงสถิติ แต่เป็นเอกสารเชิงการเมือง เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างการสรุป Global Stocktake 2023 ที่ COP28 ดูไบ) กับเส้นทางสู่ COP30 ที่เมืองเบเลง บราซิล ซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้ประเทศต่างๆ นำเสนอ NDC รอบใหม่ที่ขยายเป้าหมายถึงปี พ.ศ.2578 และ พ.ศ.2593
2️⃣ ข้อค้นพบหลักระดับโลก

ตัวเลขที่ปรากฏในรายงานครั้งนี้สะท้อนภาพที่ “ดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอ”
| สถานการณ์ (ปี 2578) | การปล่อยที่คาดการณ์(Gt CO₂e) | การเปลี่ยนแปลงเทียบ พ.ศ.2562 (%) | หมายเหตุ |
| 113 ประเทศ (เฉลี่ย ไม่รวม LULUCF) | 32.1 (30.6–33.4) | −12 (−16 ถึง −8) | พันธะกรณี NDC โดยเฉลี่ย |
| 113 ประเทศ (กรณี มี เงื่อนไข ครบ) | 31.4 (30.6–32.3) | −14 (−16 ถึง −11) | สมมติว่าได้รับการสนับสนุนครบ |
| 113 ประเทศ (เฉพาะ ไม่มี เงื่อนไข) | 32.7 (32.0–33.4) | −10 (−12 ถึง −8) | ไม่พึ่งพาการสนับสนุนภายนอก |
| รวมทั้งโลก (ไม่รวม LULUCF) | 49.4 (46.3–52.5) | −7 (−13 ถึง −1) | ทุกประเทศรวมกัน |
| รวมทั้งโลก (รวม LULUCF) | 48.9 (45.8–52.0) | −12 (−18 ถึง −7) | รวมภาคป่าไม้และการใช้ที่ดิน |
เมื่อเทียบกับแนวโน้ม “ก่อนปารีส” ที่คาดว่าการปล่อยจะเพิ่ม 20–48 % ภายในปี พ.ศ.2578 จะเห็นได้ว่าการส่ง NDC3.0 ช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ชัดเจน แต่ยังห่างจากเส้นวิถี 1.5 °C ซึ่งควรลดการปล่อยรวมของโลกเหลือเพียง 24–25 Gt CO₂e ภายในปี พ.ศ.2578
3️⃣ ช่องว่างความทะเยอทะยานที่ยังคงอยู่
รายงานฉบับนี้ส่งสัญญาณตรงไปตรงมา ว่า “มีความคืบหน้า แต่ยังไม่เพียงพอ” แม้ทุกประเทศจะดำเนินการตามเป้าหมาย NDC แบบ conditional ได้ครบถ้วน การปล่อยรวมของโลกก็ยังสูงถึง กว่า 30 Gt CO₂e ในปี พ.ศ.2578 หรือราว 5 เท่าของระดับที่จำเป็นต่อการรักษาเส้นทาง 1.5 °C
ประเด็นสำคัญจากสารของ UNFCCC มีดังนี้
- ช่องว่างระหว่างเป้าหมายกับการปฏิบัติจริงยังกว้างอยู่
- เป้าหมาย conditional ต้องพึ่งพาเงินทุน เทคโนโลยี และศักยภาพจากนานาชาติ
- ความโปร่งใสและการอัปเดต NDC Registry เป็นหัวใจสำคัญ
- รอบ NDC ถัดไปจะเป็นตัวชี้ขาดว่าโลกยังอยู่ในเส้นวิถีภายใต้ความตกลงปารีสหรือไม่
4️⃣ ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในภาพนี้
ประเทศไทยได้ยื่น NDC 3.0 อย่างเป็นทางการต่อ UNFCCC ในเดือนพฤศจิกายน 2568 โดยตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซสุทธิให้เหลือ 152 ล้านตัน CO₂e ภายใน ปี พ.ศ.2578 เท่ากับการลดลงร้อยละ 47 จากปี พ.ศ.2562 (287.2 ล้านตัน) เป้าหมายนี้เป็น “สุทธิ” ซึ่งรวมการดูดกลับจาก LULUCF ด้วย จึงเปรียบเทียบได้กับกรอบ “Global With LULUCF” ในรายงานของ UNFCCC
| ตัวชี้วัด | ประเทศไทย | ค่าเฉลี่ยโลก (113 ประเทศ) |
| เป้าหมาย 2035 (สุทธิ) | 152 Mt CO₂e (0.152 Gt) | 48.9 Gt CO₂e (รวม LULUCF) |
| การเปลี่ยนแปลงเทียบ 2019 | −47 % | −12 % (เฉลี่ยทั่วโลก) |
| สัดส่วนต่อโลก 2035 | ≈ 0.31 % | —- |
| การสอดคล้องกับ 1.5 °C | ทะเยอทะยานกว่าค่าเฉลี่ยขึ้นกับการปฏิบัติจริง | ยังไม่เพียงพอโดยรวม |
ตัวเลขของไทยจึงดู “ก้าวหน้า” กว่าค่าเฉลี่ยโลก แต่คำถามสำคัญคือนโยบาย งบประมาณ และการดำเนินการจะสามารถทำได้จริงเพียงใด?
5️⃣ เบื้องหลังตัวเลข : ความท้าทายเชิงโครงสร้าง
⚙️ 1. ความเสี่ยงจากเป้าหมาย มี / ไม่มี เงื่อนไข
เป้าหมาย Net Zero ปี ค.ศ.2050 ของไทยพึ่งพาอย่างมากกับ LULUCF (~118 MtCO₂ ที่คาดว่าจะดูดซับ) ควบคู่กับพลังงานหมุนเวียนและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพแต่หากการลงทุนในก๊าซฟอสซิล CCGT ยังเดินหน้าต่อ (เช่น โรงไฟฟ้าบูรพา 600 MW) และปัญหาการสูญเสียป่าไม้ยังดำเนินอยู่ เป้าหมายนี้อาจถูกบั่นทอน
🧾 2. ความโปร่งใสและการติดตาม
สารจาก UNFCCC เน้นให้ประเทศภาคีสื่อสารผ่าน NDC Registry อย่างชัดเจน ไทยสามารถเพิ่มความโปร่งใสได้โดยระบุให้ชัดเจนว่าส่วนใดของ NDC เป็น “มีเงื่อนไข” (conditional) เช่นต้องการการสนับสนุนด้านการเงินหรือเทคโนโลยี
🌿 3. ภาคป่าไม้คือจุดชี้ชะตา
การรักษาการดูดซับ −118 Mt CO₂ จำเป็นต้องมีระบบติดตามการสูญเสียป่า ไฟป่า และการเสื่อมโทรมของที่ดิน ปี พ.ศ.2567 เพียงปีเดียว ไทยสูญเสียป่าธรรมชาติกว่า 63 พันเฮกตาร์หรือเทียบเท่า 29 Mt CO₂ ซึ่งสามารถลบล้างความก้าวหน้าของเป้าหมายได้ในพริบตา
⚡ 4. ภาคพลังงานต้องจัดกระบวนใหม่
หากแผน PDP ยังยึดแผน PDP2018 (ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1) เป็นกรอบ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการผลิตไฟฟ้าอาจเกินเป้าหมาย NDC การปรับโครงสร้าง PPA ให้สนับสนุนพลังงานหมุนเวียนและระบบกักเก็บพลังงานจึงเป็นกุญแจสำคัญ
6️⃣ โอกาสของอาเซียนและบทบาทผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
รายงานฉบับนี้ชี้ว่าประเทศในอาเซียนรวมถึงไทย อินโดนีเซียและเวียดนามสามารถใช้ NDC 3.0 เป็นจุดเปลี่ยนจาก “การปรับเพิ่มเล็กน้อย” ไปสู่ “การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง” โดยยึดหลัก Just Transition
สำหรับภาคประชาสังคม รายงาน NDC Synthesis Report นี้คือ “เครื่องมือตรวจสอบความรับผิดชอบ “ระดับโลก“ เพื่อตั้งคำถามสำคัญต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายภายในสอดคล้องกับเป้าหมายที่ประกาศหรือไม่? แผนพลังงานและอุตสาหกรรมไปในทิศทางเดียวกับ NDC หรือไม่ ระบบการเงิน และการสนับสนุนโปร่งใสเพียงใด?
7️⃣ บทสรุป: ก้าวหน้า แต่ยังไม่เข้าเป้า
รายงานอัปเดต NDC Synthesis Report ของ UNFCCC สะท้อนความจริงที่ขมขื่นแต่ชัดเจนว่า “ความตกลงปารีสเดินหน้า แต่ยังช้าเกินไป” แม้ทิศทางจะถูกต้อง แต่เร็วไม่พอที่จะรักษาเส้นวิถี 1.5 °C ไว้ได้
สำหรับประเทศไทย ตัวเลขดูดีบนกระดาษ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ 47% ภายใน ปี พ.ศ.2578 แต่สิ่งสำคัญคือ “จะทำได้จริงหรือไม่” โดยเฉพาะในภาคพลังงาน ป่าไม้ และระบบเงินทุน
COP30 ที่ เบเลง จะทดสอบความน่าเชื่อถือครั้งใหญ่ของทุกประเทศรวมถึงประเทศไทย ว่าจะสามารถเปลี่ยน “ความทะเยอทะยาน” ให้กลายเป็น “การลงมือทำจริง” ก่อนที่หน้าต่างเวลาในการรักษาอุณหภูมิโลกจะปิดลงอย่างถาวร