🌍 รายงานอัปเดตเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (NDC 3.0) ของ UNFCCC : ตัวเลขบอกอะไร และประเทศไทยอยู่ตรงไหน
1️⃣ จุดตรวจสอบสำคัญของ global stocktake เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักเลขาธิการ UNFCCC เผยแพร่เอกสาร “Message to Parties and Observers” ซึ่งเป็นการอัปเดตรายงานสังเคราะห์ NDC Synthesis Report ตามมาตรา 4 ของความตกลงปารีส รายงานนี้รวบรวม NDC ฉบับใหม่จาก 113 ประเทศที่ส่งเข้ามาระหว่างเดือนมกราคม พ.ศ.2567 ถึงกันยายน พ.ศ.2568 ครอบคลุม ร้อยละ 69 ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลก (ฐานปี พ.ศ.2562) เอกสารนี้ไม่ใช่เพียงการสรุปเชิงสถิติ แต่เป็นเอกสารเชิงการเมือง เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างการสรุป Global Stocktake 2023 ที่ COP28 ดูไบ) กับเส้นทางสู่ COP30 ที่เมืองเบเลง บราซิล ซึ่งเป็นเวทีสำคัญให้ประเทศต่างๆ นำเสนอ NDC รอบใหม่ที่ขยายเป้าหมายถึงปี พ.ศ.2578 […]
ความคาดหวังจาก COP30 ที่เบเลง
สิบปีให้หลัง สิบปีก่อนในเดือนธันวาคมนี้ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ได้รับการเคาะรับรองในการประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศ COP21 ซึ่งเป็นข้อตกลงระดับโลกที่มีความสำคัญยิ่งยวดโดยประเทศภาคีเกือบ 200 ประเทศได้ให้คำมั่นว่าจะจำกัดอุณหภูมิโลกให้ “ต่ำกว่า 2°C” และมุ่งหมายให้จำกัดไว้ที่ 1.5°C หัวใจของสนธิสัญญาฉบับนี้คือข้อกำหนดให้ทุกประเทศต้องจัดทำ “คำมั่นที่ประเทศกำหนดเอง” หรือ NDCs – Nationally Determined Contributions ทุก ๆ ห้าปี เพื่อแสดงแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน โดยประเทศพัฒนาแล้วต้องระบุด้วยว่าจะช่วยประเทศกำลังพัฒนาในการจัดหาเงินทุนและรับมือกับต้นทุนและความสูญเสียจากผลกระทบของวิกฤตภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไร แรงส่งของความเปลี่ยนแปลง เมื่อปี 2015 โลกยังอยู่บนเส้นทางที่จะร้อนขึ้นมากกว่า 4°C ภายในศตวรรษนี้ แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนได้กลายเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เนื่องจากต้นทุนของเทคโนโลยีลมและแสงอาทิตย์ลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นภาระต้นทุนมหาศาล บัดนี้กลายเป็น โอกาสทางเศรษฐกิจระดับล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนปีนี้จะมีมูลค่ารวม สูงกว่าการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลถึงสองเท่า และผลลัพธ์คือ พลังงานไฟฟ้าราวหนึ่งในสามของโลกในปีที่แล้วมาจากพลังงานหมุนเวียน แม้เส้นทางนี้จะยังไม่เพียงพอที่จะจำกัดภาวะโลกร้อนไว้ที่ 1.5°C แต่ต้องยอมรับว่าโลกคงจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มากหากไม่มีความตกลงปารีส แม้แต่ประเทศผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ที่สุดอย่าง จีน ก็เริ่มเห็นแนวโน้มการลดการปล่อยและถึงจุดสูงสุดของความต้องการใช้น้ำมันแล้ว ปัจจุบัน จีนคิดเป็น หนึ่งในสามของการลงทุนพลังงานสะอาดทั่วโลก ทั้งจากการพัฒนาในประเทศและการส่งออกเทคโนโลยีสะอาด […]
10 ประเด็นหลักที่บราซิลกำลังวางไว้เป็นแกนกลางของวาระการประชุม COP30

ขณะที่เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ บราซิลกำลังวางวิสัยทัศน์ที่ทะเยอทะยานซึ่งมุ่งสู่การ “ลงมือปฏิบัติจริง” (implementation-driven vision) ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการประชุมด้านภูมิอากาศโลก จดหมายอย่างเป็นทางการสี่ฉบับจากฝ่ายประธานการประชุม COP30 ร่วมกับสารสื่อสารที่สม่ำเสมอจากทีมประสานงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เน้นย้ำสามลำดับความสำคัญหลัก ได้แก่ การปฏิบัติ (implementation), การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม (inclusion) และ นวัตกรรม (innovation) ความคาดหวังอยู่ในระดับสูง — COP30 จะเป็นการครบรอบ 10 ปีของ “ความตกลงปารีส (Paris Agreement)” ถือเป็นจังหวะสำคัญในการทบทวนความก้าวหน้าระดับโลก ประเมินคำมั่นใหม่ของแต่ละประเทศ และตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ความเร่งด่วนในครั้งนี้เกินกว่าการเฉลิมฉลองวันครบรอบ เพราะทั่วโลกยังคงมีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ — ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต่อชีวิตผู้คน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศ จากการปฏิรูประบบการเงินด้านภูมิอากาศ ไปจนถึงการยกระดับบทบาทของผู้นำภาคประชาชน ต่อไปนี้คือ 10 ประเด็นสำคัญ ที่รัฐบาลบราซิลในฐานะประธานการประชุม COP30 กำลังวางไว้เป็นหัวใจของวาระการประชุมที่เบเลง: 1. การเรียกร้องให้รวมพลังของสังคมโลก บราซิลมองว่า COP30 […]