คู่มือสำหรับผู้กำหนดนโยบายใช้ในการตัดสินใจว่าด้วย ”แร่เพื่อการเปลี่ยนผ่าน“ ที่ COP30
เมื่อโลกเร่งลดการปล่อยคาร์บอน ความต้องการ “แร่ทรานซิชัน” (transition minerals) — เช่น ลิเทียม โคบอลต์ นิกเกิล และแร่หายาก — ก็กำลังพุ่งสูงขึ้น แร่เหล่านี้เป็นวัสดุสำคัญสำหรับเทคโนโลยีอย่างแบตเตอรี่ กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์ แต่การสกัดแร่เหล่านี้กลับมีต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมสูงมาก โครงการเหมืองจำนวนมากกำลังขยายเข้าสู่ระบบนิเวศที่สำคัญที่สุดของโลก เช่น ป่าไม้ พีตแลนด์ พื้นที่ชุ่มน้ำ และดินเยือกแข็ง (permafrost) ซึ่งเสี่ยงต่อการสูญเสียแหล่งกักเก็บคาร์บอนอันประเมินค่ามิได้ และยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชนแนวหน้า โดยเฉพาะชนพื้นเมือง ผลกระทบเหล่านี้มักก่อให้เกิดความไม่สงบทางสังคม การฟ้องร้องทางกฎหมาย หรือการต่อต้านจากสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจบั่นทอนความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่แฝงอยู่ในกระบวนการทำเหมืองและห่วงโซ่อุปทานของแร่ก็มักถูกมองข้ามในการคำนวณบัญชีคาร์บอน ทำให้เป้าหมาย “การปล่อยสุทธิเป็นศูนย์” ที่ตั้งไว้ถูกบั่นทอนลง เครื่องมือนี้ (toolkit) เสนอวาระเชิงนโยบายที่มองไปข้างหน้าเพื่อให้การจัดหาวัตถุดิบแร่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ ความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมและสิทธิชนพื้นเมืองโดยอาศัยองค์ความรู้จากวิทยาศาสตร์ กฎหมาย และกรณีศึกษาในโลกจริง เพื่อเสนอแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมให้รัฐบาล สถาบันการเงิน และภาคธุรกิจนำไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างแหล่งปล่อยคาร์บอนและความขัดแย้งรูปแบบใหม่ ตั้งแต่การกำหนด “พื้นที่ห้ามทำเหมือง” ที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ไปจนถึงการบังคับใช้การประเมินผลกระทบที่บูรณาการประเด็นภูมิอากาศ การบังคับเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างโปร่งใส การส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน ฯลฯ บทต่อไปนี้จะนำเสนอแผนที่นำทาง (roadmap) เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดจะไม่ทำซ้ำความเสียหายของระบบการสกัดทรัพยากรในอดีต — […]