จิตพลิกใจผัน(The Disrupted Mind)
ความคิดของคนเราทำงานอย่างไรในช่วงวิกฤตและหลังจากวิกฤต อะไรที่เราได้เรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก https://mindworkslab.org/thedisruptedmind/ วิกฤตที่มีลักษณะพลิกผัน เช่น การระบาดใหญ่ของโควิด-19 มีผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งต่อกรอบความคิดทางสังคม เมื่อวิกฤตดังกล่าวเกิดขึ้น เรื่องเล่า บรรทัดฐาน อารมณ์ และปัจจัยทางความคิดอื่นๆ จะเปลี่ยนแปลงไปและปะทะประสานกันใหม่ภายในสังคม การอภิปรายถกเถียงดังกล่าวนี้บางส่วนปรากฏอยู่หน้าแรกของหนังสือพิมพ์ แต่ส่วนใหญ่ซ่อนอยู่ในโซเชียลมีเดีย ในขณะที่เรามักจะมองถึงการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรม เช่น การทำงานจากบ้าน(work from home) การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ หรือการปรับค่าจ้างสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพ แต่การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ เช่น ความโกรธเกรี้ยว ความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อธรรมาภิบาล สถาบันต่างๆ และกลุ่มคนต่างๆ ในสังคม เป็นต้น จะพิสูจน์ว่าเป็นตัวชี้ขาดในระยะยาวมากกว่า ต้องกล่าวไว้ ณ ที่นี้ว่า ไม่ใช่วิกฤตทั้งหลายจะต้องมีลักษณะพลิกผันเสมอไป และผลสะเทือนจากความพลิกผันก็อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล โดยทั่วไป วิกฤตที่มีลักษณะผลิกผันมากกว่าจะเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เหตุการณ์สภาพอากาศที่เกิดซ้ำๆ เช่น พายุไต้ฝุ่น เป็นต้น จะเป็นวิกฤตที่ผลิกผันหากผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นมีความแตกต่างไม่เหมือนที่ผ่านมา ส่วนวิกฤตการหลอมละลายของเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ เช่น ในฟุกุชิมะ หรือการวินาศกรรม 9/11 ถือเป็นความพลิกผันที่ไม่คาดคิดมาก่อน สำหรับผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ขาดประสบการณ์ การกระตุ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงชุดความคิดในช่วงสถานการณ์วิกฤตอาจดูเหมือนท่วมท้นหรือคาดเดาไม่ได้ แต่จากงานวิจัยที่นำมาเสนอต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่า […]
ทางออกการเมืองไทย?
หลังจากได้อ่านได้ฟังนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองทั้งหลายพยายามจะเสนอแนวทางต่างๆ นานา บางข้อเสนอถึงกับต้องปีนบันไดอ่านเนื่องจากใช้ศัพท์สูงและซับซ้อนเกินความสามารถของสมองน้อยๆ บังเอิญไปเจอภาพเกาะเหลาบิซึ่งเป็นเกาะมรกตแห่งท้องทะเลไทยในจังหวัดกระบี่ เกาะเหลาบิมีทางเข้าออกเพียงหนึ่งทางซึ่งกว้างเพียง 10 เมตรเท่านั้น ภาพนี้เอามาจาก #Thailand Coal Network ในหัวข้อ #ทางออก สังคมไทยที่ผ่านการวิวัฒน์ทางประชาธิปไตยมาพอสมควร แม้ว่า “ประชาธิปไตย” ยังทำงานของมันอยู่ (work in progress) จึงคิดเล่นๆว่า ทางเข้าออกของเกาะเหลาบินั้นมีปริศนาธรรมแฝงอยู่ หากเราต้องการให้ประชาธิปไตยมีความยั่งยืน หยั่งรากลึกลงในสังคม เป็นประโยชน์ต่อผู้คนส่วนใหญ่นั้น ตามทฤษฎีหลายๆ ทฤษฎีก็บอกว่า เสาหลักที่เป็นองค์ประกอบของประชาธิปไตยนั้นมี 7 อย่าง ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ คือ การเลือกตั้ง (Elections) ขันติธรรมทางการเมือง (Political Torelence) หลักนิติธรรม (Rule of Law) เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น (Freedom of Expression) ภาระรับผิดและความโปร่งใส (Accountability and Transparency) การกระจายอำนาจ (Decentralization) และความเป็นประชาสังคม (Civil Society) เผื่อว่า […]