โครงการเก็บขยะพลาสติกในแม่น้ำคงคาของกลุ่มบริษัทน้ำมันและเคมียักษ์ใหญ่ระดับโลกต้องล่มลงและไปไม่รอด

รถเข็นและตะแกรงโลหะที่ใช้ดักจับขยะและติดคำว่า “Renew Oceans” ตั้งกองอยู่ด้านนอกสำนักงานที่ว่างเปล่าและมีกุญแจล็อคในเมืองพาราณสีของอินเดีย เดินไม่ไกลจากริมฝั่งแม่น้ำคงคา ทั้งหมดนี้เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งอ้างว่า สามารถแก้ปัญหาวิกฤตขยะพลาสติกในมหาสมุทรที่กำลังคร่าชีวิตสัตว์ทะเล ตั้งแต่แพลงก์ตอนไปจนถึงวาฬ ทำให้ชายหาดเขตร้อนและแนวปะการังปนเปื้อนมลพิษ ข้อมูลจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมสองกลุ่มระบุว่า การปิดโครงการ Renew Oceans ซึ่งไม่เคยมีใครรู้มาก่อนเป็นสัญญาณว่า อุตสาหกรรมที่มีอนาคตทางการเงินเชื่อมโยงกับการขยายกำลังการผลิตพลาสติกได้ลดเป้าหมายเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของมลพิษพลาสติก The Alliance to End Plastic Waste ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสิงคโปร์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อสองปีก่อนโดยบริษัทน้ำมันและเคมีภัณฑ์ยักษ์ใหญ่ กล่าวบนเว็บไซต์ในเดือนพฤศจิกายน 2562 ว่า การร่วมมือกับงานที่เป็นความร่วมมือกับโครงการ Renew Oceans จะขยายไปยังแม่น้ำที่มีมลพิษมากที่สุดในโลก และ “ในที่สุดสามารถหยุดการรั่วไหลของพลาสติกลงสู่มหาสมุทรโลกได้” กลุ่มบริษัท Exxon Mobil Corp, Royal Dutch Shell Plc, Dow Inc, Chevron Phillips Chemical Co และบริษัทอื่นๆ อีกประมาณ 50 แห่ง มุ่งมั่นที่จะใช้เงิน 1,500 ล้านดอลลาร์ในช่วง 5 ปี […]

Government must leave no room for dirty fishing

OpEd published in Bangkokpost, 20 December 2016, Tara Buakamsri – Thailand Country Director of Greenpeace Southeast Asia. Thailand is holding its breath awaiting the European Union’s (EU) re-assessment of the country’s notorious fishing industry. As the world’s fourth-largest seafood exporter, Thailand earns annual revenue of over US$6.5 billion (233 billion baht) from its fishing business. But in […]

ขยะกองโตจากปากแม่น้ำไข่มุกของจีนมาถึงชายหาดของเกาะฮ่องกงได้อย่างไร

เรียบเรียงจาก http://qz.com/725498/heres-how-huge-amounts-of-trash-from-the-pearl-river-delta-washed-up-on-hong-kongs-shores/ ช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาชนในฮ่องกงต่างโมโหโกรธาต่อสถานการณ์เศษขยะจำนวนมากลอยมาขึ้นหาดต่างๆ ของฮ่องกง ในขณะที่ฮ่องกงเองก็ผลิตขยะออกมาในจำนวมากอยู่แล้ว นักกิจกรรมและชาวเมืองได้ข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่ที่เห็นอยู่ตามหาดทรายนั้นมีป้ายสินค้าที่ใช้กันมากในจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ใช่ฮ่องกง หน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งฮ่องกง(EPD)เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องโทษจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย ปริมาณขยะที่ลอยอยู่ตามชายทะเลของฮ่องกงมีมากกว่า 6 ถึง 10 เท่า จากปริมาณปกติในช่วงของปี EPD บอกว่า ฝนที่ตกหนักและอุทกภัยนั้นคือสาเหตุ EPD ตั้งข้อสังเกตุว่าในช่วงกลางเดือนมิถุนายน มีฝนตกหนักและอุทกภัยเกิดขึ้นในหลายมณฑลรอบๆ พื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำไข่มุก(Pearl River Delta)เช่น กวางตุ้ง กวางสี หูหนาน และเจียงสี และมีรายงานด้วยว่ามณฑลกวางตุ้งและหลิวซูนั้นเจอกับอุทกภัยใหญ่ในคาบ 20 ปี และอุกภัยที่เกิดขึ้นนี้ได้พัดพาเอาขยะมาถึงเกาะฮ่องกงโดยลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และกระแสน้ำทะเล เคยมีเหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้เกิดขึ้นในปี 2005 หลังจากเกิดอุทกภัยครั้งร้ายแรงในรอบ 100 ปี ในจีนแผ่นดินใหญ่ ขยะจากจีนมาถึงที่นี่ได้อย่างไร? ศาสตราจารย์ Yongqiang Zong แห่งภาควิชา Earth Sciences ของมหาวิทยาลัยฮ่องกง ตั้งข้อสังเกตว่า ขยะส่วนใหญ่น่าจะมาจากกวางตุ้งและกวางสี ไม่ใช่หูหนาน และเจียงสีที่อยู่ลึกตอนในเข้าไป ตลอดทั้งเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน กวางตุ้งและกวางสีต้องเผชิญกับฝนที่ตกหนักมาก น้ำหลากไหลผ่านเมืองกวางโจวและเสินเจิ้นซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านพาณิชยกรรมในเขตนั้น […]

เรื่องดีๆ ของมหาสมุทรในปี 2557

แปลเรียบเรียงจากบทความของ Ayana Elizabeth, Waitt Institute ใน Ocean Views on December 24, 2014 เราอาจจะรับรู้เรื่องราวของมหาสมุทรหลายเรื่อง พอจะมีข่าวดีอยู่บ้าง แม้ว่ามหาสมุทรของเรายังคงเจอปัญหาหนัก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการประมงเกินขนาด มลพิษ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัย แต่ในปี 2557 นี้ก็มีเรื่องฟินๆ หลายเรื่องด้วยกัน #1 ปี 2557 เป็นปีสำคัญของเขตสงวนมหาสมุทร(marine reserves) หมู่เกาะคิริบาติ ปาเลาและคุกทำการปิดทะเลในน่านน้ำของตนกว่าครึ่งโดยห้ามมิให้ทำประมงเชิงพาณิชย์ ส่วนสหรัฐอเมริกาได้ขยายเขตอนุรักษ์ทะเลในหมู่เกาะแปซิฟิกอันห่างไกลของตนเพิ่มเป็นห้าเท่า สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นมิใช่เพราะการอนุรักษ์ที่ทำให้ผู้นำทางการเมืองรู้สึกถึงภาวะกดดัน และก็มิใช่เพียงแค่เหตุผลทางเศรษฐกิจการประมง แต่ยังเป็นประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยวและชื่อเสียงในทางสากลของประเทศ #2 ผู้นำโลกรวมตัวกันให้ความสนใจประเด็นมหาสมุทรโลก การประชุมว่าด้วยมหาสมุทรของเรา(Our Ocean Conference)ที่จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาดูเหมือนจะเป็นจุดเปลี่ยนของนโยบายด้านมหาสมุทร จุดเน้นมุ่งไปที่งานที่ประสบผลสำเร็จ ทางออกและคำมั่นของรัฐบาลในการอนุรักษ์มหาสมุทร Leonardo DiCaprio ได้กล่าวประเด็นสำคัญของความพยายามปกป้องมหาสมุทร การประชุมนี้ต่อมากลายเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นประจำปี นอกจากนี้ ยังมีการประชุมสุยอดว่าด้วยการปฏิบัติการปกป้องมหาสมุทร(Global Ocean Action Summit)ในกรุงเฮก ซึ่งเน้นไปที่เศรษฐกิจมหาสมุทร #3 เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรเพื่อฟื้นฟูแนวปะการังแห่งคาริเบียน รายงานที่ร่วมกันเขียนโดยนักวิทยาศาสตร์กว่า 90 คนและวิเคราะห์ข้อมูลจากงานสำรวจแนวปะการังในทะเลคาริเบียนกว่า 35,000 ชิ้นในช่วง 42 ปีที่ผ่านมา ชี้ให้เห็นว่า […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings