A slight catch: Thailand’s overfishing crisis

As overfishing empties Thailand’s seas, Kit Gillet meets some of those desperate to take what is left and a local who is fighting back. Pictures by Luke Duggleby DAWN SEES TRAWLER FISHERMEN IN PHUKET SORT THE PREVIOUS NIGHT’S CATCH. POST MAGAZINE 19 OCT 2013 It’s almost midnight, 10 kilometres off the west coast of Thailand, […]

วาฬมิใช่เป้าการสังหารอีกต่อไป หากคือความอยู่รอดทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นกับเราและมหาสมุทร

แปลเรียบเรียงจากบทความของ จุนนิชิ ซาโตะ กรีนพีซญี่ปุ่น อุตสาหกรรมล่าวาฬเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากการรับรู้เดิมนับตั้งแต่ทศวรรษ 1970 ในช่วงนั้นมีวาฬ 39,000 ตัวถูกฆ่าในแต่ละปี ในปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมาการล่าวาฬทั่วโลกลดลงเหลือเป้าหมายการฆ่า 1000 ตัว ทว่าในแต่ละปี มีวาฬจำนวนมากกว่าถูกฆ่าจากกิจกรรมอื่น ๆ ของมนุษย์ และปัญหาที่ทำให้ประชากรวาฬลดจำนวนลงทั่วโลกในแต่ละปีนั้นกำลังส่งผลกระทบต่อปลาในท้องทะเล มหาสมุทรของเรามีการเปลี่ยนแปลงในรอบ 50 ปีที่ผ่านมา ปนเปื้อนมลพิษมากขึ้น เป็นกรดมากขึ้นและมีการทำประมงเกินขนาดมากขึ้น นักนิเวศวิทยาทางทะเลจำนวนมากเห็นร่วมกันว่าการทำประมงเกินขนาดเป็นภัยคุกคุกคามใหญ่หลวงต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเลในปัจจุบัน การบริโภคปลาของเราเกินขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาของมหาสมุทร และส่งผลกระทบร้ายแรงโดยตรงต่อระบบนิเวศวิทยาทางทะเล นักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายเตือนว่าการทำประมงเกินขนาดส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งต่อมหาสมุทรของเรา บางทีอาจเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล การบริโภคปลาของเรากำลังเกินขีดจำกัดทางนิเวศวิทยาของมหาสมุทร และการประมงในมหาสมุทรนี้เองได้ทำลายสัตว์ทะเลที่เลี้ยงลูกด้วยนมในแต่ละปีกว่า 300,000 ตัว สิ่งมีชีวิตที่เป็นผู้ล่าบนสุดของห่วงโซ่อาหารในมหาสมุทรรวมถึงปลากำลังหายไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศมหาสมุทรทั้งหมด ปลาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจแทนด้วยปลาที่มีขนาดเล็กลงและปลาที่กินแพลงตอนเป็นอาหาร ในศตวรรษนี้เอง เรายังได้เห็นแมงกระพรุนเป็นอาหารมนุษย์แทนปลา การทำประมงเกิดขนาดยังคุกคามการอยู่รอดของวาฬ นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานกับคณะกรรมาธิการล่าวาฬสากลประมาณว่า มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลอย่างวาฬและโลมาบาดเจ็บและตายจากการติดอวนและเครื่องมือทำประมงนับแสนตัว อุบัติเหตุเรือชนกับ มลพิษ เสียงในทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นภัยคุกคามที่เพิ่มเข้ามา ในญี่ปุ่น ความต้องการผลิตภัณฑ์จากวาฬเกือบหายไป การบริโภคเนื้อวาฬในญี่ปุ่นลดลงเหลือ 1 ออนซ์ต่อคนต่อปี และส่วนใหญ่เป็นประชากรวัยกลางคนและผู้อาวุโส เนื้อวาฬที่นำเสนอประมูลในตลาดไม่ได้รับความสนใจและถูกส่งกลับเข้าห้องเย็น การล่าวาฬกำลังจะหมดไปแต่ภัยคุกคามที่มีต่อประชากรวาฬในมหาสมุทรยังคงอยู่และเป็นเรื่องด่วนและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทร มิใช่เพียงแต่สัตว์ทะเลพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุด เพื่อปกป้องวาฬ […]

Mergui Archipelago

In the southernmost reaches of Burma (Myanmar), along the border with Thailand, lies the Mergui Archipelago. The archipelago in the Andaman Sea is made up of more than 800 islands surrounded by extensive coral reefs. This natural color image acquired by Landsat 5 on Dec. 14, 2004, shows the middle portion of the archipelago, including […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings