“Poison Clouds” : Lesson from Burma’s Largest Coal Project at Tigyit

poison clound

Although Burma is rich in energy resources, the ruling military regime exports those resources, leaving people with chronic energy shortages. The exploitation of natural resources, including through mining, has caused severe environmental and social impacts on local communities as companies that invest in these projects have no accountability to affected communities.

There are over 16 large-scale coal deposits in Burma, with total coal resources of over 270 Million tons (Mt). Tigyit is Burma’s biggest open pit coal mine, producing nearly 2,000 tons of coal every day.

The Tigyit coal mine and coal-fired power plant are located just 13 miles from Burma’s famous Inle Lake, a heritage site of the Association of Southeast Asian Nations. Water polluted by the mine and waste from the power plant flow into the Lake via the Balu Creek but no study of the impact of the project on the Lake has been made public.

Coal from the mine is transported to Burma’s only operating coal-fi red power plant in Tigyit. The plant uses 640,000 tons of coal per year to produce 600 Gigawatts of power with a capacity of 120 Megawatts. 100-150 tons of toxic fl y ash waste is generated per day. The majority of power from the plant is slated for use at an iron mining factory that will be operated by Russian and Italian companies.

Implementation of the mine and power plant began in 2002 by the China National Heavy Machinery Corporation (CHMC) and the Burmese companies Eden Group and Shan Yoma Nagar.

Two nearby villages of Lai Khar and Taung Pola were forced to relocate for the project and over 500 acres of farmlands have been confi scated. Farming families facing eviction and loss of lands are going hungry and have turned to cutting down trees to sell for firewood or migrated in order to survive. Explosions from the mine have destroyed local pagodas.

Air and water pollution is threatening the agriculture and health of nearly 12,000 people that live within a fi ve mile radius of the project who may eventually have to move out. Currently 50% of the local population is suffering from skin rashes.

The Pa-Oh Youth Organization and Kyoju Action Network have been monitoring the project since February 2010 and urges the companies and government to suspend operations pending full environment, social and health impact assessments. The organization also urges local communities not to sign documents without understanding them and to oppose corruption and exploitation which harms the communities’ livelihoods and natural resources.

โครงการเหมืองถ่านหินใหญ่สุดของพม่าก่อมลพิษต่อชุมชนใกล้ทะเลสาบอินเลที่มีชื่อเสียง

โครงการเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินใหญ่สุดของพม่า ตั้งอยู่ห่างจากทะเลสาบอินเลที่มีชื่อเสียงของพม่า 13 ไมล์ และกำลังก่อให้เกิดมลพิษต่อแหล่งน้ำ เป็นอันตรายต่อสุขภาพของชาวบ้าน ทำให้พวกเขาพลัดที่นาคาที่อยู่ ตามรายงานของข้อมูลที่เผยแพร่ในวันนี้

รายงาน หมอกพิษ (Poison Clouds) ของนักวิจัยชาวปะโอในพื้นที่ เปิดเผยให้เห็นว่าในแต่ละวันที่เหมืองเปิดที่บ้านตีจิตมีการขุดถ่านหินลิกไนต์มากถึง 2,000 ตัน โดยเป็นถ่านหินที่ก่อมลพิษมากสุด มีการนำถ่านหินเหล่านี้ไปเผาผลาญในโรงไฟฟ้าที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดเถ้าปลิวพิษ 100-150 ตันต่อวัน

กองกากของเสียจากเหมืองมีความสูงกว่าบ้านเรือนของประชาชน 3,000 คน ทั้งยังปิดกั้นทางน้ำไหลและทำให้เรือกสวนไร่นาปนเปื้อนด้วยมลพิษ การแพร่กระจายของฝุ่นและก๊าซรวมทั้งที่เป็นพิษเกิดขึ้นทั่วไปตามท้องถนนในพื้นที่ และเป็นภัยคุกคามอย่างยิ่งต่อคุณภาพอากาศ จนถึงปัจจุบัน ครึ่งหนึ่งของชาวบ้านในพื้นที่ประสบปัญหาผื่นคันตามผิวหนัง

“ท้องฟ้าและสายน้ำของเรากำลังกลายเป็นสีดำ” ขุนชางเคแห่งองค์กรเยาวชนชาวปะโอ (Pa-Oh Youth Organization – PYO) กล่าว “ลูกหลานของเราที่ต้องเติบโตในผืนดินที่เต็มไปด้วยมลพิษจะมีอนาคตได้อย่างไร”

ประชาชนเกือบ 12,000 คนอาศัยอยู่ในรัศมีห้าไมล์จากโครงการ มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาจะต้องโยกย้ายออกเพราะไม่สามารถทนต่อมลพิษและการขยายโครงการเหมืองออกไปได้ ที่บ้านไหลค่าและตองโพลาซึ่งอยู่ใกล้เคียง ก็ถูกบังคับให้โยกย้ายออกไปแล้ว โดยทางการได้เวนคืนที่ดินทำกินกว่า 500 เอเคอร์

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าตีจิตถูกนำไปใช้กับโครงการเหมืองที่เป็นของบริษัทจากรัสเซียและอิตาลี เป็นลักษณะการพัฒนาภาคพลังงานของพม่าที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่เพื่อการพัฒนาของประชาชน แต่เพื่อขายให้กับผู้เสนอราคาสูงสุด

“รัฐบาลกำลังใช้ทรัพยากรพลังงานเพื่อผลกำไรของตนเอง ปล่อยให้เราต้องเผชิญกับมลพิษและความแตกสลายของชุมชน” ขุนชางเคกล่าว “ควรมีการยุติโครงการนี้ และให้มีการประเมินผลกระทบอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผลกระทบต่อทะเลสาบอินเลอันมีค่าของเรา”

แม่น้ำตีจิตไหลรวมกับแม่น้ำบาลูลงไปยังทะเลสาบอินเล ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า และถือเป็นแหล่งมรดกของอาเซียน ทะเลสาบแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญสุดแห่งหนึ่งของพม่า คนทั่วไปจะรู้จักทะเลสาบจากลักษณะการพายเรือของชาวประมงอินทา ซึ่งผูกขาข้างหนึ่งกับกรรเชียงเรือ

ในปัจจุบันกำลังมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินอีกสามแห่ง และมีแผนจะสร้างเพิ่มเติมอีกสี่แห่งในพม่า รวมทั้งโรงไฟฟ้าขนาด 4,000 เมกะวัตต์ที่เมืองทวายซึ่งเป็นเมืองท่าทางภาคใต้

สำหรับรายงาน Poison Clouds ฉบับเต็ม โปรดดู www.pyo-org.blogspot.com

สื่อมวลชนสามารถติดต่อขอรูปและฟุตเทจวีดิโอประกอบการทำข่าวได้