การฟอกเขียวและกลลวงคาร์บอนใต้โฉมหน้า Net Zero ของไทย

Net zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์) กลายเป็นคำฮิตที่ฟังดูเท่ (buzz word) โดยเฉพาะหลังจากการประชุมเจรจาสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ(COP26) ที่กลาสโกว์ สหราชอาณาจักรปลายปี 2564 ซึ่งนายอะล็อก ชาร์มา ประธาน COP26 ประกาศผลสำเร็จว่า พันธะกรณี net zero นั้นครอบคลุมมากกว่า 90% ของจีดีพี(GDP)โลก และมี 153 ประเทศทั่วโลกรวมถึงจีน สหรัฐอเมริกา อินเดีย [1] เสนอเป้าหมายใหม่ในการลดก๊าซเรือนกระจกภายในปี 2573 [2] กล่าวได้ว่า net zero กำลังเขย่าการเมืองว่าด้วยสภาพภูมิอากาศโลก เพราะก่อนหน้านี้ แนวคิดดังกล่าวยังเป็นไอเดียในแวดวงวิทยาศาสตร์ ส่วนนักการเมืองและผู้กำหนดนโยบายมองว่าเป็นเรื่องสุดขั้วด้วยซ้ำไป จนกระทั่งปี 2558 มีการกล่าวถึง net zero แบบอ้อมๆ ในตอนท้ายของความตกลงปารีส(COP21) ต่อมาปี 2560 สวีเดนประกาศตั้งเป้าหมายว่าภายในปี 2588 จะบรรลุถึง net zero หลังจากนั้น หลายประเทศ เช่น สหราชอาณาจักรและฝรั่งเศสก็ทะยอยประกาศ […]

Thailand’s Plastic Pollution Crisis

Plastics and Petrochemicals Thailand’s petrochemical sector first appeared in the 1960s, heralding a countrywide trend toward plastic manufacturing and use. Thailand’s petrochemical sector has a total capacity of 32 million tonnes in 2018, including 11.8 million tonnes of downstream petrochemical products and plastic resins, making it the largest in ASEAN and the world’s 16th largest. […]

แสงไฟจากเรือประมง

ความสามารถของ sensors ในการเก็บข้อมูล(เชิงภาพ)ของดาวเทียมบางดวงที่โคจรอยู่รอบโลกนั้นมีมาหลายสิบปีแล้ว แต่มีข้อจำกัดของ algorithm แบบอัตโนมัติในการรายงานตำแหน่งที่ตั้งและความสว่างของแสงไฟนอกชายฝั่งที่มาจากเรือ การใช้ข้อมูลจาก Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) day/night band (DNB) เพื่อระบุแสงไฟจากเรือประมงชี้ให้เห็นว่า แสงไฟจากเรือประมงจะมีลักษณะเด่นเป็นจุดๆ และคมชัด เมื่อเทียบกับแสงจากพวยก๊าซที่ถูกเผาไหม้ในแท่นขุดเจาะน้ำมัน/ก๊าซนอกชายฝั่ง หรือแสงไฟจากผืนดิน การระบุเรือประมงในทะเลจากแสงไฟด้วย VIIRS วิธีนี้ให้ผลแม่นยำประมาณร้อยละ 99.3 และนำมาใช้เป็นเครื่องมือให้กับหน่วยงานด้านการจัดการประมงในการปรับปรุงข้อมูลกิจกรรมของเรือประมงเพื่อตอบรับกับกฎเกณฑ์และการบังคับใช้กฎหมายใหม่ ข้อมูลที่เก็บได้จากเครื่องมือตรวจวัดเรือประมง VIIRS นี้ยังสามารถระบุการประมงผิดกฎหมายในพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) อีกด้วย ดังที่เห็นได้จากภาพการกระจายตัวของเรือประมงในอ่าวไทยและทะเลชวาของอินโดนีเซีย

A slight catch: Thailand’s overfishing crisis

As overfishing empties Thailand’s seas, Kit Gillet meets some of those desperate to take what is left and a local who is fighting back. Pictures by Luke Duggleby DAWN SEES TRAWLER FISHERMEN IN PHUKET SORT THE PREVIOUS NIGHT’S CATCH. POST MAGAZINE 19 OCT 2013 It’s almost midnight, 10 kilometres off the west coast of Thailand, […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings