thames_oli_2013118_widethames_oli_2013118ราว 20 กิโลเมตร (12 ไมล์) จากชายฝั่งเคนส์และแอสเสกของอังกฤษ ฟาร์มกังหันลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มทำงานรับกระแสลมทะเล ลอนดอนแอะเรย์ (London Array) ชื่อของฟาร์มกังหันลมที่ตั้งอยู่ในชะวากทะเล ที่ซึ่งแม่น้ำเทมส์มาบรรจบกับทะเลเหนือ นั้นสามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 630 เมกะวัตต์ (MW) เพียงพอที่จะป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับบ้านเรือนกว่า 500,000 หลังได้อย่างสบาย

ฟาร์มกังหันลมเดินเครื่องทำงานเต็มที่ในวันที่ 8 เมษายน 2556 และอีก 20 วันหลังจากนั้นเครื่องมือ Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 บันทึกภาพนี้ไว้ ภาพถ่ายดาวเทียมภาพที่สองเป็นภาพระยะใกล้ของพื้นที่ฟาร์มกังหันลมซึ่งอยู่ในบริเวณกรอบสีขาวของภาพแรก จุดสีขาวในภาพที่ 2 คือแนวกังหันลม มีเรือวิ่งไปมาในยริเวณดังกล่าวสองสามลำ พื้นผิวน้ำทะเลเจือด้วยตะกอนสีขุ่นที่เกิดจากการไหลชะล้างผิวดินโดยแม่น้ำเทมส์

ปัจจุบันลอนดอนแอะเรย์ (London Array) ประกอบด้วยกังหันลม 175 ตัว วางตามแนวทิศทางลมตะวันตกเฉียงใต้ ฟาร์มกังหันลมกระจายตัวในพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร (40 ตารางไมล์) กังหันแต่ละตัวตั้งห่างกัน 650 ถึง 1,200 เมตร (2,100 ถึง 3,900 ฟุต) และมีความสูง 147 เมตร (482 ฟุต) กังหันแต่ละตัวเชื่อมเข้ากัยสาบเคเบิลใต้พื้นทะเลและส่งกระไฟฟ้าไปยังสถานีย่อยนอกชายฝั่งและเชื่อมกับสถานีไฟฟ้าบนชายฝั่งที่คลีฟฮิลล์

การขยายโครงการในบริเวณแรมส์เกต(Ramsgate) จะทำให้ ลอนดอนแอะเรย์ (London Array) เพิ่มพื้นที่เป็น 245 ตารางกิโลเมตร (95 ตารางไมล์) ฟาร์มกังหันลมตั้งอยู่บนสันทรายธรรมชาติสองแห่งที่มีระดับน้ำลึก 25 เมตร (80 ฟุต) พื้นที่นี้ถูกเลือกเนื่องจากอยู่ใกล้กับโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้าบนชายฝั่งและอยู่นอกจากเส้นทางการเดินเรือระหว่างแม่น้ำเทมส์กับทะเลเหนือ

เจ้าของฟาร์มกังหันลมนี้ระบุว่า ลอนดอนแอะเรย์ (London Array) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 900,000 ตัน เท่ากับการปล่อยก๊าซจากรถยนต์ 300,000 คัน ส่วนผู้ไม่เห็นด้วยกังวลว่า โครงการขยายกังหันลมเพิ่มขึ้นอาจทำให้เกิดการลดจำนวนประชากรของนก red-throated divers และนกสายพันธุ์อื่นๆ ลง

References

  1. BBC News (2013, July 4) Thames Estuary wind farm opened by David Cameron. Accessed January 20, 2014.
  2. The Engineer (2013, November 19) Your questions answered: The London Array. Accessed January 20, 2014.
  3. The Guardian (2013, July 4) World’s largest offshore windfarm opens in Thames Estuary. Accessed January 20, 2014.
  4. London Array Limited Key Facts: London Array location. Accessed January 20, 2014.
  5. The Telegraph (2013, July 5) Winds of change blowing through UK energy as world’s biggest offshore wind farm opens. Accessed January 20, 2014.
  6. Wikipedia London Array. Accessed January 20, 2014.

NASA Earth Observatory image by Jesse Allen and Robert Simmon, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Caption by Michael Carlowicz.

Leave a Reply

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings

Discover more from taragraphies

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading