นักฟิสิกส์คาดการณ์ว่าสภาพภูมิอากาศโลกจะมีความโกลาหลด้วยผลกระทบที่เป็นหายนะ

โลกเดือดขึ้น ระบบสภาพภูมิอากาศก็ปั่นป่วนยิ่งขึ้น การศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจน งานวิจัยชิ้นใหม่ซึ่งโพสต์เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ไปยังฐานข้อมูล preprint arXiv วาดภาพโดยรวมทั่วไปของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ต่อสภาพภูมิอากาศ และผลออกมาไม่ค่อยน่าภิรมย์นัก แม้ว่าการศึกษาจะไม่ได้นำเสนอการจำลองแบบจำลองสภาพภูมิอากาศที่สมบูรณ์ แต่ก็แสดงให้เห็นภาพร่างกว้างๆ ของสิ่งที่เรากำลังมุ่งหน้าไป หากเราไม่ต่อกรกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศโดยลด ละ เลิกการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลตามการศึกษาโดยนักวิทยาศาสตร์ในภาควิชาฟิสิกส์และดาราศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปอร์โตในโปรตุเกส  “ผลกระทบของวิกฤติสภาพภูมิอากาศเป็นที่ทราบกันดี (ภัยแล้ง คลื่นความร้อน ปรากฏการณ์สุดขั้ว ฯลฯ)” Orfeu Bertolami นักวิจัยกล่าวกับ Live Science ในอีเมล “หากระบบโลกเข้าสู่ขอบเขตที่มีพฤติกรรมปั่นป่วน เราจะหมดความหวังในการหาทางออกไม่ว่าจะด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง” การขยับเขยื้อนของระบบสภาพภูมิอากาศ โลกประสบกับการเปลี่ยนแปลงแบบแผนสภาพภูมิอากาศครั้งใหญ่เป็นระยะๆ จากสภาวะสมดุลที่เสถียรไปสู่อีกสภาวะหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้มักเกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น การเปลี่ยนแปลงวงโคจรของโลกหรือการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ แต่การวิจัยที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า เรากำลังเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ซึ่งขับเคลื่อนโดยกิจกรรมของมนุษย์ ในขณะที่เหล่าคาร์บอนยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย(carbon majors) ปล่อยก๊าซคาร์บอนเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น เรากำลังสร้างยุคแอนโทรโปซีนใหม่ ซึ่งเป็นช่วงเวลาของระบบภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่โลกของเราไม่เคยประสบมาก่อน ในการศึกษาครั้งใหม่นี้ นักวิจัยจำลองการมาถึงของ Anthropocene ในฐานะเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่เฟสใหม่ คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการเปลี่ยนสถานะของวัสดุ เช่น เมื่อก้อนน้ำแข็งเปลี่ยนจากของแข็งเป็นของเหลว (ละลายเป็นน้ำ) หรือเมื่อน้ำระเหยกลายเป็นก๊าซ แต่การเปลี่ยนเฟสก็เกิดขึ้นในระบบอื่นด้วย […]

สิงหาคม 2567 เป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

Copernicus Climate Change Service (C3S) เปิดตัว Climate Bulletin รายเดือนล่าสุด ระบุเดือนสิงหาคม 2567 เป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดทั่วโลก (ร่วมกับเดือนสิงหาคม 2566) โดยมีอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ย (ERA5) ที่ 16.82°C สูงกว่าค่าเฉลี่ยเดือนสิงหาคมระหว่างปี 2534-2563 ที่ 0.71°C ภาพด้านบนจากข้อมูล C3S แสดงความผิดปกติของอุณหภูมิอากาศพื้นผิวในเดือนสิงหาคม 2024 ทั่วทวีปยุโรป โดยสิงหาคม 2567 เป็นเดือนสิงหาคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสองเป็นประวัติการณ์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2534-2563 ที่ 1.73°C ที่มา : https://www.copernicus.eu/system/files/2024-09/image_day/20240906_Temperature%20Anomaly%20August%202024.png

ทำไมปี 2567 อาจเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์

เรียบเรียงจาก Why 2024 could become the hottest year on recordhttps://www.economist.com/graphic-detail/2024/07/25/why-2024-could-become-the-hottest-year-on-recordfrom The Economist สําหรับชาวยุโรปบางคนอาจยากที่จะเชื่อว่าโลกได้ทําลายสถิติอุณหภูมิใหม่ ในขณะที่บางส่วนของอเมริกา เอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปตอนใต้เผชิญกับคลื่นความร้อนที่ร้ายแรง หลายประเทศในยุโรปก็ชุ่มช่ำด้วยฝนที่ตกเป็นประวัติการณ์ที่ทําให้ฤดูร้อนรู้สึกหดหู่ อุณหภูมิในบางส่วนของยุโรปตะวันตกอยู่ที่ประมาณหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในเดือนมิถุนายน แต่ข้อมูลจาก Copernicus ซึ่งเป็นโครงการ Earth-observation ของสหภาพยุโรป ระบุว่า ทั่วโลกกําลังร้อนระอุ บันทึกอุณหภูมิอากาศเฉลี่ยทั่วโลกถูกทําลายสถิติสองวันติดต่อกัน ในวันที่ 22 กรกฎาคม อุณหภูมิอากาศขึ้นไปถึง 17.16°C (62.89°F) ทําลายสถิติที่ 17.09°C เมื่อวันก่อน(21 กรกฎาคม) สถิติอุณหภูมิก่อนหน้านี้ที่ 17.08°C เกิดขึ้นในวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่ออุณหภูมิผิวโลก นอกเหนือจากภาวะโลกร้อนคือ El Niño-Southern Oscillation (enso) ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่ส่งผลต่อแบบแผนสภาพอากาศทั่วโลก เอลนีโญซึ่งเป็นช่วงที่ร้อนของ enso นําไปสู่อุณหภูมิผิวโลกที่ทําลายสถิติในปี 2566 และเพิ่งจะสิ้นสุดลง […]

อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทำลายสถิติ

สรุปความจาก https://www.theguardian.com/environment/article/2024/jul/23/world-temperature-records-shattered-hottest-day-climate-crisis?CMP=Share_iOSApp_Other อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทําลายสถิติในวันที่ 21 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมาผลจากความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาไหม้ฟอสซิลและการเลี้ยงปศุสัตว์ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 17.09C (62.76F) จากข้อมูลเบื้องต้นโดย Copernicus Climate Change Service ที่เก็บข้อมูลย้อนหลังไปถึงปี 2483 ทุบสถิติอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวัน 17.08C (62.74F) ในวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์ระบุความแตกต่างนี้ไม่มีนัยในทางสถิติ ถัดมาในวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 ข้อมูลเบื้องต้นโดย Copernicus Climate Change Service ระบุ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ระดับ 17.15C ทุบสถิติที่ผ่านมาทั้งหมด สิ่งที่ต้องกังวลจริงๆ คือ อุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยในช่วง 13 เดือนที่ผ่านมากับบันทึกอุณหภูมิเฉลี่ยก่อนหน้านี้ที่เห็นชัดเจนว่ามีความแตกต่างกันมากเพียงใด เราอยู่ในอาณาเขตที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน ขณะที่สภาพอากาศยังคงร้อนขึ้น เราจะต้องเห็นอุณหภูมิอากาศพื้นผิวเฉลี่ยใหม่ถูกทําลายสถิติในเดือนและปีต่อๆ ไป อุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกทําลายสถิตินี้เกิดขึ้นในขณะที่หลายส่วนของโลกเผชิญกับคลื่นความร้อนอันโหดร้ายทารุณ Zeke Hausfather นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจาก Berkeley Earth กล่าวว่าสถิติอุณหภูมิดังกล่าว […]