ปัจจุบันมี 100 ประเทศทั่วโลกผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม

ที่กรุงบอนน์ เยอรมนี สมาคมพลังงานลมระดับโลกนำเสนอข้อมูลล่าสุดในรายงาน World Wind Energy Report 2012 ว่าขณะนี้มี 100  ประเทศผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ประเทศไอซ์แลนด์เป็นประเทศอันดับ 100 ที่เข้าร่วมการปฏิวัติพลังงานโลก รายงานภาษาอังกฤษฉบับเต็มดาวน์โหลดได้จาก http://wwindea.org/home/index.php?option=com_content&task=view&id=387&Itemid=43 เราสามารถสรุปประเด็นใหญ่ ๆ จากรายงานได้ดังต่อไปนี้ : กำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมทั่วโลกมีถึง 282,275 เมกะวัตต์ โดยในปี 2555 มีจำนวน 44,609 เมกะวัตต์ ที่เพิ่มเข้ามา มากกว่าครั้งใด ๆ พลังงานลมมีอัตราการเติบโตร้อยละ 19.2 ต่อปี เป็นเวลามากกว่าทศวรรษแล้ว กังหันลมทั้งหมดทั่วโลกที่ติดตั้งจนถึงปลายปี  2555 ผลิตไฟฟ้าได้ 580 เทระวัตต์ต่อปี มากกว่าร้อยละ 3 ของความต้องการไฟฟ้าทั่วโลก ภาคอุตสาหกรรมพลังงานลมในปี 2555 มีผลประกอบการราว 6 หมื่นล้านยูโร หรือ 7.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จีนและสหรัฐอเมริกามีกำลังผลิตติดตั้งราว 13 กิกะวัตต์ จากกังหันลมผลิตไฟฟ้าใหม่ […]

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติ

ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากกังหันลมและเซลล์สุริยะในเยอรมนีทำลายสถิติด้วยกำลังการผลิตมากกว่า 40,000 เมกะวัตต์ ถือเป็นสถิติใหม่ของเยอรมนี เป็นเวลาที่ไฟฟ้าที่ผลิตจากลมและแสงอาทิตย์มีมากกว่าที่ผลิตได้จากนิวเคลียร์ถ่านหินและก๊าซ (33,00เมกะวัตต์) ในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 67,000 เมกะวัตต์ ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.agora-energiewende.de/service/aktuelle-stromdaten/stromerzeugung-und-verbrauch/

ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ทะเลสาบสเวนกัวในเยอรมนี ความท้าทายในการฟื้นฟู

“หากไม่มีคนงานเหมือง เราคงไม่สามารถแล่นเรือบนทะเลสาบได้ในวันนี้” กัปตันโทมัส นาเกล(Thomas Nagel) อธิบายขณะที่เขาค่อยๆ เดินเรือที่มีอายุกว่า 50 ปี นามว่าซานตาบาบารา(Santa Barbara) ข้ามทะเลสาบสเวนกัว(Zwenkau) ในเยอรมนีตะวันออก น้ำโดยรอบมีสีเหมือนชาดำใสและมีกลิ่นกำมะถัน มีกิ่งก้านบางๆ ของต้นไม้แทงยอดออกมาเหนือผิวน้ำทะเลสาบที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่อย่างไรก็ตามค่าความเป็นกรด-ด่างในน้ำแสดงว่ามีกรดชนิดเดียวกับน้ำส้มสายชูในน้ำอยู่ 2.6 ในด้านตะวันออกเฉียงใต้ของทะเลสาบเป็นที่ตั้งของหอสีเทาของโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินสองหอพุ่งเสียดฟ้า ทะเลสาบสเวนกัวตั้งอยู่บนเหมืองถ่านเก่าที่ปิดตัวลงแล้ว และใช้ระยะเวลา 20 นาทีในการขับรถจากไลซิก(Leipzig)ในแซกโซนี(Saxony)เปิดทำการตั้งแต่ปี 2464 ถึง 2442 พื้นที่เหมืองถ่านหินครอบคลุมถึง 2,863 เฮกตาร์หรือมีขนาดเท่าสนามฟุตบอลมากกว่า 4,000 สนาม ปัจจุบันผลพวงจากการฟื้นฟู พื้นที่นี้ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ที่มีทั้งท่าจอดเรือ อพาร์ตเมนท์พร้อมสระว่ายน้ำและรถรางลอยฟ้าที่ตัดผ่านทะเลสาบไปสู่สวนสนุกเบแลนติส(Belantis)ที่อยู่ใกล้เคียง ด้วยขนาด 10 กิโลเมตร ทะเลสาบนี้จะกลายเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในประเภทเดียวกัน ที่เรียกว่า ‘New Central German Lake District’ ทะเลสาบสเวนกัว(Zwenkau) เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่จัดขึ้นเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่ที่ถูกทำลายของอดีตเหมืองถ่านหินแบบเปิดในเยอรมนี แต่อย่างไรก็ตาม มันยังเน้นถึงความท้าทายบางอย่างที่มาพร้อมกับการฟื้นฟูผืนดินที่ถูกทำลายจากเหมืองถ่านหินแบบเปิด รวมกับข้อบกพร่องในแบบที่ทางรัฐบาลกำลังเริ่มทำในปัจจุบัน การฟื้นฟู – ปัญหาและข้อบกพร่อง ใครเป็นผู้จ่าย? การพัฒนาฟื้นฟูทะเลสาบสเวนกัว(Zwenkau) […]

ต้นทุนจริงของถ่านหิน : การต่อสู้ของประชาชน

ในปี 2487 นักทฤษฎีสังคมศาสตร์ผู้เป็นตำนานอย่างเฟเดอริก แองเกล (Friedrich Engels) ได้กล่าวถึง “การปฏิวัติด้านอุตสาหกรรมจะเป็นการปฏิวัติที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าของประชาสังคมไปในเวลาเดียวกัน” ถ่านหินมีบทบาทสำคัญในเรื่องนี้ ปัจจุบันนั้น พลังงานถ่านหินเป็นเรื่องราวที่แตกต่างออกไป มันเป็นเรื่องที่มีการต่อต้านอยู่ตลอดตราบเท่าที่มันยังมีการใช้งานอยู่ ชุมชนทั่วทุกมุมโลกที่กำลังลุกฮือขึ้นมาปฏิเสธการใช้ถ่านหิน พวกเขาจัดชุมนุมประท้วงต่อต้านโรงไฟฟ้าและเหมืองถ่านหิน โดยไปประท้วงตามอาคารสำนักงาน ปิดล้อมรถไฟและเรือขนถ่านหิน ในโปแลนด์ ผู้คนกว่า 5000 คนออกเดินไปตามถนนครูสวิกาในเดือนเมษายน ปี 2551 เพื่อต่อต้านแผนการเปิดเหมืองใกล้กับทะเลสาบโกพโลซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและเป็นพื้นที่สงวนของโปแลนด์  การประท้วงต่อต้านด้านสิ่งแวดล้อมครั้งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติโปแลนด์เลยทีเดียว ในประเทศออสเตรเลียมีการร่วมมือกันระหว่างนักเพาะพันธ์ุม้าแข่งพันธ์ุดี เจ้าของสวนไวน์และผู้อยู่อาศัยในท้องที่เพื่อออกมาต่อต้านการเปิดเหมืองถ่านหินในแอนวิลฮิลล์ ในสหราชอาณาจักร มีกลุ่มผู้ประท้วงปลอมตัวเป็นคนงานก่อสร้างรางรถไฟเพื่อหยุดรถไฟขนถ่านหินที่กำลังเดินทางไปยังโรงไฟฟ้าดรักซ์เพาเวอร์ (Drax Power) ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2551 บางคนทำแม้กระทั่งปีนขึ้นไปบนรถไฟและขนเอาถ่านหินเกือบ 20 ตันลงมา บางคนก็พันธนาการตัวเองไว้กับถ่านหินก็มี ระหว่างการประท้วงครั้งนี้ ผู้ประท้วงนำเอาป้ายที่เขียนว่า “ปล่อยมันไว้ใต้ดิน” มาแสดงให้ดูด้วย และในฤดูหนาว ปี 2551 นักรณรงค์ต่อต้านการใช้ถ่านหินในเยอรมนีได้เริ่มการเรียกร้องให้มีการลงประชามติเพื่อหยุดยั้งการพัฒนาเหมืองในสหพันธรัฐ Brandenburg ตัวอย่างของเรื่องราวที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่าการประท้วงต่อต้านกิจกรรมที่ไร้มนุษยธรรม ทำลายสภาพภูมิอากาศและเป็นอันตราย อย่างเช่นการเผาไหม้ถ่านหิน นั้นมีมากขึ้นและมีแต่จะเข้มแข็งขึ้นไปอีก ————- จาก ต้นทุนจริงของถ่านหิน : ผู้คนและโลกต้องจ่ายให้กับเชืิ้อเพลิงที่สกปรกที่สุดในโลกอย่างไร จัดพิมพ์ภาษาไทยโดยกรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คณะผู้เขียน: ดร.อีเรก้า […]