Air Pollution Impact Model for Electricity Supply

ถ้าคุณอยากรู้ว่าการปล่อยมลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหินและผลกระทบสุขภาพในประเทศไทยเป็นอย่างไร เรามีเครื่องมือ web-based interactive ให้เข้าไปสำรวจเรื่องนี้เพิ่มเติมแล้ว เครื่องมือนี้เรียกว่า Air Pollution Impact Model for Electricity Supply หรือ AIRPOLIM-ES จัดทำขึ้นมาโดย New Climate Institute และปล่อยออกสู่สาธารณะในเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ขณะนี้ การนำเสนอยังจำกัดอยู่เพียง 5 ประเทศคือ อาร์เจนตินา อินโดนีเซีย เคนยา มองโกเลียและไทย ผู้ใช้ AIRPOLIM-ES สามารถที่จะประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของมลพิษทางอากาศจากระบบการผลิตไฟฟ้าแบบต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเอง โดยที่ในเวอร์ชั่นแรกจะเน้นไปที่มลพิษทางอากาศจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน เครื่องมือนี้จะคำนวณผลกระทบของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรและจำนวนปีที่คนต้องสูญเสียไปจากผลกระทบด้านสุขภาพจากมะเร็งปอด โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองซึ่งเกี่ยวข้องกับการรับสัมผัสมลพิษทางอากาศที่เพิ่มขึ้น AIRPOLIM-ES ยังสามารถใช้เปรียบเทียบผลกระทบสุขภาพภายใต้สถานการณ์และฉากทัศน์ (scenarios) ต่างๆ กัน เช่น เปรียบเทียบระหว่างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการอยู่และโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะสร้างขึ้น

อัพเดทสถานการณ์ถ่านหินโลก

https://endcoal.org/2020/03/coalwire-314-march-19-2020/ เมื่อผลกระทบระดับโลกจากการแพร่ระบาดโคโรนาไวรัสหยั่งลงลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น ผลกระทบทางอ้อมต่ออุตสาหกรรมถ่านหินและระบบแหล่งพลังงานในภาพกว้างนั้นมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ใน ออสเตรเลีย มีการยกเลิกการขายถ่านหินเพื่อส่งออกรายใหญ่ ในอินเดีย คาดกันว่าไวรัสจะส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงและชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินใหม่ รวมถึงโครงการพลังงานหมุนเวียน ความกังวลในเรื่องการระบาดของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อลูกเรือที่ทำงานบนเรือเดินสมุทรขนส่งสินค้า การท่าเรือของอินเดียและจีนต้องกักกันเรือขนส่งถ่านหินของอินโดนีเซีย รัฐมนตรีพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย หยิบยกถึงกรณีผู้พัฒนาโครงการดรงไฟฟ้าถ่านหิน 6 โครงการได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (force majeure) อันเนื่องมาจากผลกระทบจากมาตรการจำกัดการระบาดของโคโรนาไวรัส ขณะที่วิกฤตโคโรนาไวรัสเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก ยังมีการพัฒนาที่สำคัญในภาคพลังงานที่ควรจะกล่าวไว้ในที่นี้ รายงานล่าสุดจาก Carbon Tracker Initiative ประมาณว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินมีความไม่คุ้มทุนเพิ่มขึ้นในตลาดหลักที่มีการใช้ถ่านหิน เช่น จีน อินเดีย สหรัฐอเมริกา และยุโรป โดยที่ระบบพลังงานหมุนเวียนได้ตัดราคาทั้งโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการอยู่และที่สร้างขึ้นใหม่ ใน โคโซโว บริษัทได้ยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าลิกไนต์ 500 เมกะวัตต์ (MW) ใน เกาหลีใต้ พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลเผยโฉมเวทีการเลือกตั้งที่มีเรื่องของการยุติความช่วยเหลือทางการเงินต่อโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินต่างประเทศเข้าไปด้วย เหมืองถ่านหินและหน่วยงานด้านพลังงานในโปแลนด์ ออสเตรเลีย และ ไต้หวัน กำลังเผชิญกับความท้าทายทางกฎหมาย ในสหรัฐอเมริกา บริษัทถ่านหินและผู้ดำเนินการท่าเรือพยายามหาทางกลับลำการยกเลิกการขนส่งและการจัดเก็บถ่านหินของสภาเมือง Richmond

สถานการณ์นำ้ในวิกฤตโลกร้อน

วันน้ำโลกในปี พ.ศ.2563 นี้ยกประเด็น น้ำในวิกฤตโลกร้อน เป็นเรื่องสำคัญ สหประชาชาติระบุว่า การรับมือกับวิกฤตน้ำจากผลกระทบที่เป็นหายนะของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะช่วยปกป้องสุขภาพและช่วยชีวิตผู้คน การใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกู้วิกฤตโลกร้อน วิกฤตนำ้ทั่วโลก แหล่งน้ำจืดของโลกร้อยละ 70 ใช้ในการเพาะปลูกพืชในระบบชลประทาน และการผลิตอาหารเลี้ยงประชากร ร้อยละ 22 ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและพลังงาน(น้ำหล่อเย็นในโรงไฟฟ้าและเขื่อนผลิตไฟฟ้า) ขณะที่ร้อยละ 8 ใช้เพื่อบริโภค การสุขาภิบาล และนันทนาการในภาคครัวเรือนและธุรกิจ ความต้องการใช้น้ำทั่วโลกเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 1 ต่อปี นับตั้งแต่คริสตทศวรรษ 1980s(พ.ศ.2523-2532) และภายในปี พ.ศ.2593 จะเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 20-30 ของระดับการใช้น้ำในปัจจุบัน โดยเฉลี่ย ในจำนวนประชากร 10 คน จะมี 3 คน ที่เข้าไปถึงน้ำดื่มที่สะอาด มี 17 ประเทศซึ่งมีประชากรรวมกัน 1 ใน 4 ของประชากรโลก กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำที่รุนแรงอย่างยิ่งยวด ร้อยละ 25 ของประชากรโลกประสบกับวิกฤตน้ำแล้ว และจะเพิ่มเป็นร้อยละ 60 ภายในปี พ.ศ. 2568 มากกว่า 2 พันล้านคน อาศัยอยู่ในประเทศที่ประสบกับวิกฤตน้ำในระดับสูง ประชากรราว 4 พันล้านคนทั่วโลกเผชิญกับการขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรงอย่างน้อยที่สุด 1 เดือนต่อปี […]

ช่วงขาลงของโรงไฟฟ้าถ่านหิน : ผลจากการติดตามจนถึงกลางปี 2559

เขียนวิเคราะห์โดย Christine Shearer, Aiqun Yu, และ Ted Nace จากการสำรวจโดย CoalSwarm’s Global Coal Plant Tracker กำลังการผลิตไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทั่วโลกลดลงอย่างมากในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายในเอเชีย โดยรวม โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผน หรืออีกนัยหนึ่ง กำลังการผลิตไฟฟ้ารวมของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ระหว่างกระบวนการวางแผน ลดลงจาก 1,090 กิกะวัตต์ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2559 เป็น 932 กิกะวัตต์ในเดือนกรกฎาคมของปีเดียวกัน กล่าวคือลดลง 158 กิกะวัตต์ หรือร้อยละ 14 ของกำลังการผลิตรวมทั้งหมด ซึ่งเกือบจะเท่ากับกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งหมดในสหภาพยุโรป (162 กิกะวัตต์) โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อยู่ในแผนที่ลดลงมากที่สุดคือในจีน (114 กิกะวัตต์) ตามมาด้วยอินเดีย(40 กิกะวัตต์) ทั้งสองประเทศได้มีนโยบายสำคัญที่จะไปให้พ้นจากยุคถ่านหิน ในเดือนเมษายน 2559 จีนประกาศ จำกัดการขยายตัว ของโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีแผนการจะสร้างใน 13 มณฑล ในเดือนมิถุนายน 2559 กระทรวงพลังงานของอินเดียเปิด การประเมินที่เน้นว่า ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่ในอีก […]