Government must leave no room for dirty fishing
OpEd published in Bangkokpost, 20 December 2016, Tara Buakamsri – Thailand Country Director of Greenpeace Southeast Asia. Thailand is holding its breath awaiting the European Union’s (EU) re-assessment of the country’s notorious fishing industry. As the world’s fourth-largest seafood exporter, Thailand earns annual revenue of over US$6.5 billion (233 billion baht) from its fishing business. But in […]
เทคโนโลยี Blockchain นำมาทดลองใช้ต่อกรกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง
ธารา บัวคำศรี แปลเรียบเรียงจาก https://www.theguardian.com/sustainable-business/2016/sep/07/blockchain-fish-slavery-free-seafood-sustainable-technology เทคโนโลยี Blockchain คือระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ นำมาทดลองใช้ต่อกรกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมง Blockchain เก็บข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ มีการนำมาใช้ทดลองในอุตสาหกรรมอาหารทะเล Photograph: Maria-Ines Fuenmayor/Provenance เทคโนโลยีดิจิตอลใหม่ถูกนำมาใช้ติดตามปลาจากเรืออวนลากถึงซุปเปอร์มาร์เก็ต นวัตกรรมที่จะสามารถช่วยยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประมงผิดกฏหมาย เทคโนโลยีที่เรียกว่า “บล็อกเชน(blockchain)” และใช้เป็นครั้งแรกกับระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ของ Bitcoin ซึ่งเป็นเงินสกุลดิจิตอลที่คาดว่าจะปฏิวัติวงการการเงิน อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมอาหาร โดยจะเข้ามาแทนที่งานเอกสารและวิธีการระบุตัวตน Blockchain เป็นตัวบันทึกข้อมูลดิจิตอลที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในกรณีนี้ มันจะบอกรายละเอียดแหล่งที่มาของปลาและให้ทุกคนเห็นว่าปลาถูกจับ เอามาแปรรูปและนำออกจำหน่ายได้อย่างไร เทคโนโลยีไม่ได้หยุดการทำประมงผิดกฎหมายด้วยตัวของมันเองแต่เปิดให้ใครก็ได้สามารถตรวจสอบห่วงโซ่อุปทาน การที่อุตสาหกรรมอาหารทะเลนั้นมีเรื่องฉาวโฉ่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการประมงผิดกฎหมาย นักรณรงค์จึงคาดหวังว่าเทคโนโลยีที่นำร่องโดยบริษัท Provenance แห่งสหราชอาณาจักรนี้จะช่วยผู้ค้าปลีก ผู้ผลิตและภัตตาคารต่างๆ พิสูจน์ถึงที่มาของปลาและอาหารทะเลได้ Steve Trent ผู้อำนวยการบริหารของ Environmental Justice Foundation (EJF) กล่าวว่า “การสร้างกลไลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสตั้งแต่เครื่องประมงไปจนถึงอาหารทะเลในจานที่เรากินนั้นเป็นหัวใจสำคัญของการขจัดการประมงที่ไม่ยั่งยืนและผิดกฎหมายและการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ยังคงแพร่ระบาดในภาคการผลิตอาหารทะเล” โปรแกรมบนสมาร์ทโฟนใช้ในการสแกนผลิตภัณฑ์อาหารทะเลเพื่อเข้าถึงข้อมูลแหล่งที่มาและเส้นทางที่มาจนถึงซุปเปอร์มาเก็ต Photograph: Provenance ปัจจุบัน การติดตามการซื้อขายอาหารทะเลเป็นการบันทึกด้วยกระดาษและเครื่องหมาย tag บนตัวปลา เทคโนโลยี “บล็อกเชน(blockchain)”นี้จะทำให้เราเห็นชาวประมงในพื้นที่ส่งข้อความ SMS เพื่อลงทะเบียนการจับปลาของตนลงใน blockchain การระบุข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปเป็นทอดๆ […]
แสงไฟจากเรือประมง
ความสามารถของ sensors ในการเก็บข้อมูล(เชิงภาพ)ของดาวเทียมบางดวงที่โคจรอยู่รอบโลกนั้นมีมาหลายสิบปีแล้ว แต่มีข้อจำกัดของ algorithm แบบอัตโนมัติในการรายงานตำแหน่งที่ตั้งและความสว่างของแสงไฟนอกชายฝั่งที่มาจากเรือ การใช้ข้อมูลจาก Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) day/night band (DNB) เพื่อระบุแสงไฟจากเรือประมงชี้ให้เห็นว่า แสงไฟจากเรือประมงจะมีลักษณะเด่นเป็นจุดๆ และคมชัด เมื่อเทียบกับแสงจากพวยก๊าซที่ถูกเผาไหม้ในแท่นขุดเจาะน้ำมัน/ก๊าซนอกชายฝั่ง หรือแสงไฟจากผืนดิน การระบุเรือประมงในทะเลจากแสงไฟด้วย VIIRS วิธีนี้ให้ผลแม่นยำประมาณร้อยละ 99.3 และนำมาใช้เป็นเครื่องมือให้กับหน่วยงานด้านการจัดการประมงในการปรับปรุงข้อมูลกิจกรรมของเรือประมงเพื่อตอบรับกับกฎเกณฑ์และการบังคับใช้กฎหมายใหม่ ข้อมูลที่เก็บได้จากเครื่องมือตรวจวัดเรือประมง VIIRS นี้ยังสามารถระบุการประมงผิดกฎหมายในพื้นที่อนุรักษ์ทางทะเลและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (EEZ) อีกด้วย ดังที่เห็นได้จากภาพการกระจายตัวของเรือประมงในอ่าวไทยและทะเลชวาของอินโดนีเซีย