ฤดูกาลแห่งไฟในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แปลผลจากภาพถ่ายดาวเทียมในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561

ระหว่างเดือนมกราคมถึงมีนาคมของทุกปี เป็นช่วงการเกิดไฟทั่วทั้งพื้นที่ต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงเวลาดังกล่าวนี้มีอากาศแห้งซึ่งเป็นเงื่อนไขที่พอเหมาะในการเกิดไฟ

เครื่องมือ Visible Infrared Imaging Radiometer Suite (VIIRS) บนดาวเทียม Suomi NPP รวบรวมข้อมูลภาพถ่ายที่แสดงถึงจุดเกิดไฟหลายร้อยจุดในกัมพูชา เวียดนาม ไทย ลาวและเมียนมาร์ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 จุดสีแดงแต่ละจุดบนแผนที่ด้านบนแสดงถึงการตรวจพบการเกิดไฟในหนึ่งจุดโดยเครื่องวัด VIIRS 750-meter active fire data product (หมายเหตุ : ยังมีเครื่องวัด 375-meter active fire data product ที่มีขีดความสามารถตรวจสอบการเกิดไฟได้มากกว่า แต่ผลจากเครื่องมือ 750-meter นั้นก็เพียงพอสำหรับนำมาใช้ในการทำแผนที่)

ในวันดังกล่าว มีจุดการเกิดไฟมากอย่างมีนัยสำคัญในกัมพูชากว่าประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่รายรอบ เครื่องมือ VIIRS บนดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อนทั้งหมด 1,868 จุดในกัมพูชา 185 จุดในลาว 77 จุดในเมียนมาร์ 217 จุดในไทย และ 144 ในเวียดนาม การเกิดไฟจำนวนมากในกัมพูชาเป็นจุดที่เครื่องมือ VIIRS สังเกตพบมากที่สุดในช่วงหนึ่งวันของปี พ.ศ.2561 แบบแผนดังกล่าวมีความสอดคล้องกันเมื่อเร็วๆ นี้ จากที่แสดงให้เห็นในแผนที่ด้านล่าง เครื่องมือวัด VIIRS ได้ตรวจจับการเกิดไฟมากสี่ถึงห้าเท่าทางตอนเหนือของกัมพูชาเช่นเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นในเวียดนามและไทยระหว่างเดือนสิงหาคม ปี 2559 และกุมภาพันธ์ ปี 2561 ภาคเหนือของลาวก็พบจุดเกิดไฟเป็นจำนวนมากด้วย

แปลผลจากข้อมูลดาวเทียมระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2557-24 กุมภาพันธ์ 2561

แผนที่แสดงการเกิดไฟระหว่างวันที่ 8 สิงหาคม 2559-21 กุมภาพันธ์ 2561 (แปลผลจากข้อมูลดาวเทียมในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561)

ประมวลผลจากภาพถ่ายดาวเทียมวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 256

การเผาไหม้ในที่โล่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ นาย Evan Ellicott ผู้เชี่ยวชาญด้านรีโมตเซนซิ่งและการเกิดไฟแห่งมหาวิทยาลัยแมรีแลนด์กล่าวว่า “ถ้าไม่มีข้อมูลจากคนในภาคสนาม มันเป็นได้ได้ยากที่จะรู้ว่าสาเหตุการเกิดไฟนั้นคืออะไรจากภาพถ่ายดาวเทียม แต่มีความชัดเจนมากว่า การตรวจจับการเกิดไฟจำนวนมากในกัมพูชาโดยภาพถ่ายดาวเทียมนั้นเชื่อมโยงกับพื้นที่ป่าไม้ที่สูญเสียไป(forest cover loss) ไฟที่เกิดมากขึ้นในแต่ละปี พื้นที่ป่าไม้ก็สูญเสียมากตามไปด้วย

แรงกดดันทางประชากรที่เพิ่มขึ้นและการขยายพื้นที่การเกษตรที่เพิ่มมากขึ้น การเกิดไฟ/การเผาไหม้ในที่โล่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(รวมถึงอินโดนีเซียและปาปัวนิวกินี) นั้นมีส่วนอย่างน้อย ร้อยละ 10 หรือมากกว่าของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นจากไฟป่าและการเผาในที่โล่งทั่วโลก ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพและเพิ่มก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศโลก

อ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม

• Agroforestry World (2015, March 15) Less swidden agriculture in Southeast Asia: effects on livelihoods and ecosystems. Accessed February 27, 2018.

• Environmental Investigation Agency (2017, May) Repeat Offender: Vietnam’s persistent trade in illegal timber. Accessed February 27, 2018.

• Hurni, K. et al, (2016) Mapping the Expansion of Boom Crops in Mainland Southeast Asia Using Dense Time Stacks of Landsat Data. Remote Sensing, 9 (4), 320.

• Li,P. et al, (2014) A Review of Swidden Agriculture in Southeast Asia. Remote Sensing,, 6 (2), 1654-1683.

• Lasko, K. et al, (2017) Satellites may underestimate rice residue and associated burning emissions in Vietnam. Environmental Research Letters, 12 (18), 085006.

• Luu, H. & Pinto, F. (2014) Dipterocarp oleoresin in Vietnam and Cambodia: harvesting techniques, resource management and livelihood issues: A report from an exchange visit to Cambodia. Accessed February 27, 2018.

• The Diplomat (2017, October 30) The Difficult Discussion on Cambodia’s Forests. Accessed February 27, 2018.

• The Phnom Penh Post (2016, February 9) Blazes seen across Kingdom. Accessed February 27, 2018.

• The Phnom Penh Post (2017, May 1) Logging ban flouted as Vietnamese nationals strip protected forests in Ratanakkiri. Accessed February 27, 2018.

• Radio Free Asia (2016, January 19) Hun Sen Creates Committee to Tackle Illegal Timber Trade in Cambodia Accessed February 27, 2018.

• Reuters (2016, February 25) Cambodian PM tells troops to fire rockets at illegal loggers. Accessed February 27, 2018.

• The Wildlife Conservation Society (2012) A wildlife survey of southern Mondulkiri province, Cambodia. Accessed February 27, 2018.

• University of Maryland VIIRS fire map. Accessed February 27, 2018.

• Van der Werf, G.R. et al, (2010) Global fire emissions and the contribution of deforestation, savanna, forest, agricultural, and peat fires (1997-2009). Atmospheric Chemistry and Physics, 10, 11707-11735.

• Vadrevu, K. et al, (2014) Spatial Variations in Vegetation Fires and Carbon Monoxide Concentrations in South Asia. Remote Sensing Applications in Environmental Research.

• Vadrevu, K. et al, (2017) Land cover, land use changes and air pollution in Asia: a synthesis. Environmental Research Letters, 12, 120201.

• World Wildlife Foundation (2018, January) Eastern Plains Landscape case studies show unrelenting illegal activities, but successful interventions amidst wider national crack down. Accessed February 27, 2018.

NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using fire data from the VIIRS Active Fire team and Landsat data from the U.S. Geological Survey.

Story by Adam Voiland.

การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้ในกัมพูชา

img_4833

งานของ Matthew Hansen และห้องปฏิบัติการ Global Land Analysis and Discover(GLAD)ของเขาที่ University of Maryland มีบทบาทหลักในการเปิดเผยให้เห็นถึงขอบเขตของการทำลายป่าไม้นี้ ในปี ค.ศ.2013 ทีมของเขาตีพิมพ์ แผนที่โลกว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้เป็นครั้งแรก แผนที่ด้านบนแสดงถึงขอบเขตของการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ของกัมพูชาทั้งประเทศ ระหว่างปี 2000 และ 2014 การสูญเสียส่วนมากเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

cambodia_oli_2014

ผืนป่าดั้งเดิมในกัมพูชากำลังหายไป

santuk_etm_2000366acquired December 31, 2000 download large image (12 MB, JPEG, 3660×3660)

santuk_oli_2015303acquired October 30, 2015 download large image (9 MB, JPEG, 3660×3660)

 

กัมพูชาเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการทำลายป่าไม้เร็วที่สุดในโลก ในภาพรวมของประเทศ ภูมิทัศน์ที่มีป่าไม้หนาแน่น  —รวมถึงในพื้นที่ป่าอนุรักษ์—ถูกแผ้วถางเพื่อเป็นพื้นที่สวนยางและอุตสาหกรรมตัดไม้ขนาดใหญ่

ทีมนักวิทยาศาสตร์จาก the University of Maryland และ the World Resources Institute’s Global Forest Watch ใช้ข้อมูลจากดาวเทียม Landsat เพื่อติดตามอัตราการสูญเสียป่าไม้ในระดับโลก ในขณะที่หลายประเทศต้องสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ ก็เห็นได้อย่างชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วมาก

ระหว่างปี ค.ศ. 2001 และ 2014 อัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ต่อปีในกัมพูชาเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4 หรืออีกนัยหนึ่งกัมพูชาสูญเสียป่าไม้รวมกัน  1.44 ล้านเฮกตาร์ หรือ 14,400 ตารางกิโลเมตร ประเทศอื่นๆ ที่มีอัตราการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้อย่างรวดเร็วรวมถึง เซียราเลโอน(ร้อยละ 12.6) มาดากัสการ์ (ร้อยละ 8.3) อุรุกวัย (ร้อยละ 8.1) และปารากวัย (ร้อยละ 7.7 )

การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของกัมพูชาดังกล่าวนี้เป็นไปอย่างลึกซึ้ง ดังจะเห็นได้จากภาพถ่ายดาวเทียมสองภาพที่เปรียบเทียบกันด้านบน ภาพแรกถ่ายจาก  Enhanced Thematic Mapper Plus บนดาวเทียมLandsat 7 ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2000 แสดงพื้นที่ป่าไม้สมบูรณ์ดั้งเดิมบริเวณเขตรอยต่อจังหวัดกัมปงทมและกัมปงจาม ในวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 2015 เครื่องมือ the Operational Land Imager (OLI) บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพที่สองที่แสดงให้เห็นถึงพื้นที่มีเส้นถนนที่ตัดเป็นตารางและพื้นที่สวนยางขนาดใหญ่ ชายขอบพื้นที่ป่าไม้ดั้งเดิม(สีเขียวเข้ม) ถูกแผ้วถางออกและแทนด้วยผิวดิน พืชเศรษฐกิจและพื้นที่ป่าเป็นหย่อมๆ (สีน้ำตาลและเขียวอ่อน)

cambodia_oli_2014
acquired 2000 – 2014 download large image (5 MB, PNG, 3000×2000)

 

ทีมนักวิจัยใช้ข้อมูลดาวเทียม Landsat และ ข้อมูลด้านเศรษฐกิจต่างๆ แสดงให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงราคายางในระดับโลก และ การขยายตัวอย่างมากของการเช่าสัมปทานพื้นที่ มีบทบาทสำคัญในการเร่งให้มีอัตราการทำลายป่าอย่างรวดเร็วมากขึ้นในกัมพูชา รัฐบาลกัมพูชาเปิดให้มีการเช่า พื้นที่สัมปทาน แก่นักลงทุนในประเทศและต่างประเทศเพื่อกิจการเกษตรกรรม การผลิตไม้ซุงและอื่นๆ ทีมนักวิจัยพบว่า อัตราการสูญเสียป่าไม้ในพื้นที่เช่าสัมปทานสูงกว่าพื้นที่อื่นๆ ร้อยละ 29-105

งานของ Matthew Hansen และห้องปฏิบัติการ Global Land Analysis and Discover(GLAD)ของเขาที่ University of Maryland  มีบทบาทหลักในการเปิดเผยให้เห็นถึงขอบเขตของการทำลายป่าไม้นี้ ในปี ค.ศ.2013 ทีมของเขาตีพิมพ์ แผนที่โลกว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่าไม้เป็นครั้งแรก แผนที่ด้านบนแสดงถึงขอบเขตของการสูญเสียพื้นที่ป่าไม้ของกัมพูชาทั้งประเทศ ระหว่างปี 2000 และ 2014การสูญเสียส่วนมากเกิดขึ้นในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

ด้วยความร่วมมือกับ World Resources Institute ห้องปฏิบัติการ GLAD ทำการพัฒนาระบบเตือนรายสัปดาห์ ขึ้น การทำลายป่าไม้จะถูกตรวจจับด้วยดาวเทียมพร้อมกับภาพถ่ายใหม่ ผู้ใช้สามารถสมัครในการอัพเดทผ่านอีเมล์ ระบบเตือนการทำลายป่าไม้ที่เข้าถึงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายนี้เกิดขึ้นแล้วในคองโก ยูกันดา อินโดนีเซีย เปรูและบราซิล ทีมนักวิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าระบบนี้จะนำไปใช้ในกัมพูชาและส่วนที่เหลือในเขตร้อนในปี ค.ศ. 2017 นี้

ข้อมูลอ้างอิงและศึกษาเพิ่มเติม

NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey and Global Forest Watch. Caption by Adam Voiland.

Instrument(s): 
Landsat 7 – ETM+
Landsat 8 – OLI
Landsat 5 – TM

อุทกภัยในภาคใต้ของไทย

img_4832

 

ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายวันในเดือนมกราคม 2560 ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำ ในขณะที่น้ำท่วมในช่วงฤดูมรสุมนั้นเป็นปกติในภูมิภาคนี้ แต่ฤดูฝนนั้นจะหยุดลงในเดือนพฤศจิกายน

เครื่องมือ OLI บนดาวเทียม Landsat 8 จับภาพพื้นที่น้ำท่วมใกล้คลองปากกระในวันที่ 9 มกราคม 2560 ส่วนที่เป็นสีแทนและเหลืองในภาพคือพื้นที่น้ำท่วมที่มีตะกอนดิน ภาพถ่ายดาวเทียมที่สองเป็นภาพเปรียบเทียบพื้นที่เดียวกันในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เมื่อระดับน้ำต่ำกว่า

ข้อมูลจากหน่วยงานรัฐไทยระบุว่า ฝนตกที่เริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นปรากฎการณ์ฝนตกที่มีความรุนแรงมากที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อไทยในรอบ 30 ปี มากกว่า 300,000 ครัวเรือนได้รับผลกระทบ และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในวงกว้าง มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 36 คน

ในขณะที่สถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมคลี่คลายลงไปได้บ้างในหลายพื้นที่ นักพยากรณ์อากาศเตือนว่า อาจจะมีพายุฝนลูกใหม่เข้ามาสมทบอีกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ที่มา

Bangkok Post (2017, January 12) 36 dead, one missing in floods, many homeless. Accessed January 12, 2017.
Bangkok Post (2017, January 12) Bang Saphan Hospital reopens after flooded days. Accessed January 12, 2017.
Global Flood Observatory (2017, January 10) Thailand and Malaysia Flooding, January 10, 2017. Accessed January 12, 2017.
ReliefWeb (2017, January 9) Thailand Floods. Accessed January 12, 2017.
Reuters (2017, January 9) Thai floods kill 21 and hit rubber production. Accessed January 12, 2017.
The Weather Channel (2017, January 9) ‘Worst Rainfall in 30 Years’: Thailand Flooding Hits 700,000 People, Leaves 21 Dead. Accessed January 12, 2017.
NASA Earth Observatory images by Joshua Stevens, using Landsat data from the U.S. Geological Survey. Caption by Adam Voiland.

Instrument(s):
Landsat 8 – OLI

อองซานซูจี พม่าและโลกออนโลน์

อีกครั้งหนึ่งที่นิตยสารไทม์รวมนางอองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่าเข้าไปในรายชื่อของบุคคลที่ทรงอิทธิพลหนึ่งร้อยคนของโลกในปีนี้ เป็นครั้งที่สี่ที่นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยท่านนี้มีชื่อจัดอยู่ในอันดับต้นของโลก โดยที่นิตยสารไทม์ได้วางแผงแล้วในสัปดาห์นี้ (18 เมษายน)

นิตยสารไทม์ซึ่งจัดนางอองซานซูจีให้อยู่ในรายชื่อ 100 อันดับได้มีขึ้นในปี 2004, 2008 และ 2011 ได้ยกย่องเธอในฐานะผู้นำฝ่ายค้านที่มีเจตจำนงอันยาวนานเพื่อปฏิรูปประเทศของเธอให้เปิดกว้างขึ้นหลังจากเกือบครึ่งศตวรรษของการปกครองโดยเผด็จการทหาร

Madeleine Albright อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาหนึ่งในผู้เขียนบทความในนิตยสารไทม์เขียนว่า “ซูจีคือผู้นำทางการเมืองกับการตัดสินใจภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเมืองที่เปราะบาง ความกล้าหาญของเธอในการยืนหยัดขัดขืนและมีชัยเหนือการกดขี่บังคับได้มอบความหวังให้กับผู้คนทั้งหลายผู้รักเสรีภาพ”

อองซานซูจี นักกิจกรรมที่ผันมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ได้รับการโหวตร้อยละ 61  ในการลงคะแนนเสียงออนไลน์ซึ่งปิดการโหวตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (17 เมษายน) คะแนนโหวตออนไลน์ของอองซานซูจีสูสีกับเลดี้กากา และมีคะแนนมากกว่าลาร์รี่ เพจ ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล มิเชล โอบามา และโอปาร์ วินฟรีย์ เพื่อเข้ารอบสุดท้าย

ชัยชนะของการโหวตบนโลกออนไลน์ของอองซานซูจีเกิดขึ้นได้ถึงแม้ว่าการเข้าถึงอินเตอร์เนตในประเทศพม่ายังต่ำอยู่มาก เพียงร้อย 1 ของประชากร 60 ล้านคนเท่านั้นที่เข้าถึงอินเตอร์เนตได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้โหวตซ้ำหลายครั้งได้ก็เป้นปัจจัยสำคัญ ชาวเนตในพม่าและในต่างแดนโหวตให้อองซานซูจีโดยคลิกที่ภาพของเธอ แสดงถึงความนิยมชมชอบในตัวของนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและช่วยกันดันให้ประเทศพม่าเป็นจุดสนใจของประชาคมโลก

Oakkar Ko Ko ผู้โหวตให้อองซานซูจีบอกว่า เขากดเมาท์คลิกบนเว็บไชต์ของนิตยสารไทม์ไปมากกว่า 30 ครั้ง เขาต้องทำเพราะว่าเลดี้กากามีแฟนนับล้าน ในขณะที่มีคนใช้อินเตอร์เนตบนมือถือราว 200,000 รายทั้งประเทศพม่า

เลดี้กากามีคนติดตามผ่านทวิตเตอร์ 35 ล้านคน และแฟนที่ติดตามเธอทางเวบไซต์อีกนับพัน คนสนับสนุนเลดี้กากาประหลาดใจกับผลการโหวต หลายคนทิ้งข้อความไว้บนเวบว่าพวกเขาไม่เคยได้ยินชื่ออองซานซูจีมาก่อน

แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชาวเนตในพม่าแสดงพลังโหวตออนไลน์นับตั้งแต่การเมืองของประเทศได้เปิดกว้างขึ้นหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2010 และมีการยกเลิกการเซนเซอร์ทางอินเตอร์เนต

ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา เมื่อนางสาวพม่า Nang Khin Zay Yar เป็นครั้งแรกในรอบห้าสิบปีได้ได้ออกเวทีประกวดสาวงามนานาชาติที่ญี่ปุ่น เธอชนะรางวัล  the People’s Choice และ Internet Award เพราะว่าแฟนบนโลกออนไลน์ของเธอ

ผู้สนับสนุนนางอองซานซูจีทำการโหวตเป็นเวลาสองวัน บางคนแชร์ข้อความบนเฟซบุคอ้างว่าไม่ได้ห่างจากคอมพิวเตอร์เลยในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ยอมแม้กระทั่งนอนเพื่อที่จะได้ทำการโหวตอย่างต่อเนื่อง

แม้กระทั่ง Ye Htut รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสารสนเทศแห่งเมียนมาร์ กล่าวว่า เขาโหวตให้ซูจีหลายครั้งบนเฟซบุคของเขาซึ่งทำให้มีคนติดตามออนไลน์ถึง 28,000 คน

ในขณะที่อีกหลายคนนั้นโหวตไม่กี่ครั้งและคาดหวังการสนับสนุนที่กว้างขวางออกไป Han Htet ชาวย่างกุ้งอายุ 27 ปี กล่าวว่า “มันเป็นชัยชนะที่เป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ฉันโหวตเพียงสองครั้ง”

Ye Myat Thu นักคอมพิวเตอร์จากมัณฑะเลย์บอกว่า เขาดีใจที่นิตยสารไทม์เปิดให้โหวตหลายครั้ง ถ้าเป็นการโหวตครั้งเดียวต่อหนึ่งเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็จะไม่ยุติธรรมกับคนในพม่า เพราะว่าเราแบ่งปันการเข้าถึงอินเตอร์เนตจากคอมพิวเตอร์ที่ร้านอินเตอร์เนต ในขณะเดียวกัน จะดีมากถ้าเราเห็นจำนวนคนที่โหวตแทนที่จะเป็นจำนวนการโหวต

ธารา บัวคำศรี แปลและเรียบเรียงจาก The Irrawaddy Magazine