ความคาดหวังจาก COP30 ที่เบเลง

สิบปีให้หลัง สิบปีก่อนในเดือนธันวาคมนี้ ความตกลงปารีส (Paris Agreement) ได้รับการเคาะรับรองในการประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศ COP21 ซึ่งเป็นข้อตกลงระดับโลกที่มีความสำคัญยิ่งยวดโดยประเทศภาคีเกือบ 200 ประเทศได้ให้คำมั่นว่าจะจำกัดอุณหภูมิโลกให้ “ต่ำกว่า 2°C” และมุ่งหมายให้จำกัดไว้ที่ 1.5°C หัวใจของสนธิสัญญาฉบับนี้คือข้อกำหนดให้ทุกประเทศต้องจัดทำ “คำมั่นที่ประเทศกำหนดเอง” หรือ NDCs – Nationally Determined Contributions ทุก ๆ ห้าปี เพื่อแสดงแผนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อภาวะโลกร้อน โดยประเทศพัฒนาแล้วต้องระบุด้วยว่าจะช่วยประเทศกำลังพัฒนาในการจัดหาเงินทุนและรับมือกับต้นทุนและความสูญเสียจากผลกระทบของวิกฤตภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไร แรงส่งของความเปลี่ยนแปลง เมื่อปี 2015 โลกยังอยู่บนเส้นทางที่จะร้อนขึ้นมากกว่า 4°C ภายในศตวรรษนี้ แต่จากวันนั้นจนถึงวันนี้ การขยายตัวของพลังงานหมุนเวียนได้กลายเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เนื่องจากต้นทุนของเทคโนโลยีลมและแสงอาทิตย์ลดลงอย่างรวดเร็ว สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นภาระต้นทุนมหาศาล บัดนี้กลายเป็น โอกาสทางเศรษฐกิจระดับล้านล้านดอลลาร์ทั่วโลก องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินว่าการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนปีนี้จะมีมูลค่ารวม สูงกว่าการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิลถึงสองเท่า และผลลัพธ์คือ พลังงานไฟฟ้าราวหนึ่งในสามของโลกในปีที่แล้วมาจากพลังงานหมุนเวียน แม้เส้นทางนี้จะยังไม่เพียงพอที่จะจำกัดภาวะโลกร้อนไว้ที่ 1.5°C แต่ต้องยอมรับว่าโลกคงจะอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่านี้มากหากไม่มีความตกลงปารีส แม้แต่ประเทศผู้ปล่อยก๊าซรายใหญ่ที่สุดอย่าง จีน ก็เริ่มเห็นแนวโน้มการลดการปล่อยและถึงจุดสูงสุดของความต้องการใช้น้ำมันแล้ว ปัจจุบัน จีนคิดเป็น หนึ่งในสามของการลงทุนพลังงานสะอาดทั่วโลก ทั้งจากการพัฒนาในประเทศและการส่งออกเทคโนโลยีสะอาด […]

5 สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ กองทุนเพื่อป่าฝนเขตร้อนอย่างยั่งยืน (Tropical Forests Forever Facility – TFFF)

กองทุนเพื่อป่าฝนเขตร้อนอย่างยั่งยืน (Tropical Forests Forever Facility – TFFF) เป็นโครงการนำร่องด้านธรรมชาติและการเงินของบราซิลสำหรับการประชุม COP30 ซึ่งหากประสบความสำเร็จ TFFF อาจระดมและจัดสรรเงินได้ถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ให้แก่ประเทศที่มีป่าฝนเขตร้อน พร้อมทั้งจัดสรรส่วนหนึ่งให้กับ ชนพื้นเมืองและชุมชนท้องถิ่น ที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องผืนป่าของโลก องค์กร Global Witness เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2012–2023 มีเหตุโจมตีจนเสียชีวิตต่อผู้ปกป้องผืนดินและสิ่งแวดล้อมกว่า 2,100 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่กระทบต่อชุมชนชนพื้นเมืองและชุมชนลูกหลานชาวแอฟริกันที่เป็น “ผู้พิทักษ์ป่า” แม้รายละเอียดของกองทุนยังอยู่ระหว่างการเจรจา แต่สิ่งที่ทราบในปัจจุบันมีดังนี้: 1. TFFF คืออะไร และทำงานอย่างไร TFFF เป็น กองทุนการลงทุน (investment fund) ที่ผสมผสานระหว่างแนวทางการจัดสรรเงินแบบดั้งเดิม เช่น ความช่วยเหลือ เงินให้เปล่า หรือทุนพัฒนา เข้ากับ กลไกการสร้างผลตอบแทนทางการเงิน เป้าหมายคือการระดมทุนจากภาครัฐและเอกชนเข้าสู่กองทุนรวม เพื่อนำไปลงทุนในตลาดการเงินโลก แล้วใช้ผลกำไรที่ได้ จ่ายตอบแทนให้กับประเทศที่อนุรักษ์ป่าฝนเขตร้อน ตามสัดส่วนพื้นที่ป่าที่ยังเหลืออยู่ เงินส่วนใหญ่จะจ่ายให้รัฐบาลแต่ละประเทศ โดยอย่างน้อย 20% […]

10 ประเด็นหลักที่บราซิลกำลังวางไว้เป็นแกนกลางของวาระการประชุม COP30

ขณะที่เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม COP30 ที่เมืองเบเลงในเดือนพฤศจิกายนนี้ บราซิลกำลังวางวิสัยทัศน์ที่ทะเยอทะยานซึ่งมุ่งสู่การ “ลงมือปฏิบัติจริง” (implementation-driven vision) ซึ่งหลายฝ่ายคาดหวังว่าจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญของการประชุมด้านภูมิอากาศโลก จดหมายอย่างเป็นทางการสี่ฉบับจากฝ่ายประธานการประชุม COP30 ร่วมกับสารสื่อสารที่สม่ำเสมอจากทีมประสานงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้เน้นย้ำสามลำดับความสำคัญหลัก ได้แก่ การปฏิบัติ (implementation), การมีส่วนร่วมอย่างครอบคลุม (inclusion) และ นวัตกรรม (innovation) ความคาดหวังอยู่ในระดับสูง — COP30 จะเป็นการครบรอบ 10 ปีของ “ความตกลงปารีส (Paris Agreement)” ถือเป็นจังหวะสำคัญในการทบทวนความก้าวหน้าระดับโลก ประเมินคำมั่นใหม่ของแต่ละประเทศ และตรวจสอบสิ่งที่เกิดขึ้นจริง แต่ความเร่งด่วนในครั้งนี้เกินกว่าการเฉลิมฉลองวันครบรอบ เพราะทั่วโลกยังคงมีข่าวพาดหัวเกี่ยวกับอุทกภัย ภัยแล้ง และไฟป่า ซึ่งมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์ — ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต่อชีวิตผู้คน เศรษฐกิจ และระบบนิเวศ จากการปฏิรูประบบการเงินด้านภูมิอากาศ ไปจนถึงการยกระดับบทบาทของผู้นำภาคประชาชน ต่อไปนี้คือ 10 ประเด็นสำคัญ ที่รัฐบาลบราซิลในฐานะประธานการประชุม COP30 กำลังวางไว้เป็นหัวใจของวาระการประชุมที่เบเลง: 1. การเรียกร้องให้รวมพลังของสังคมโลก บราซิลมองว่า COP30 […]

คณะเจรจาต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเจรจาที่วุ่นวายใน COP30 ที่บราซิล

การประชุมสุดยอดโลกร้อนจะทั้งร้อน ชื้นและไม่สะดวกสบาย ซึ่งอาจเป็นตัวช่วย เมืองเบเล็ง (Belém) เป็นเมืองที่ทรุดโทรมในแอมะซอนของบราซิล อากาศร้อน มีท่อระบายน้ำเปิดจำนวนมากและขาดแคลนที่พักโรงแรม โดยประมาณ 40% ของบ้านเรือนไม่ได้เชื่อมต่อกับระบบบำบัดน้ำเสีย และในเดือนพฤศจิกายนนี้ เมืองดังกล่าวจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศของสหประชาชาติ (COP30) ซึ่งคาดว่าจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นความตกลงที่ประเทศต่าง ๆ ให้คำมั่นว่าจะพยายามจำกัดภาวะโลกร้อนให้อยู่ที่ไม่เกิน 1.5°C เหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม แต่ระดับอุณหภูมินั้นได้ถูกทำลายไปแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทำให้การเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศดูไร้ความหวังยิ่งขึ้น และนี่จะเป็นการประชุม COP ครั้งแรกในรอบสามปีที่ไม่ได้จัดขึ้นในรัฐปิโตรเผด็จการ บราซิลเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีองค์กรการกุศลและภาคประชาสังคมที่คึกคักและมักแสดงออกอย่างอื้ออึงมากมายซึ่งแตกต่างจากเจ้าภาพก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง มากกว่าพื้นที่อื่นใด ภูมิภาคแอมะซอนสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ต้องตัดสินใจระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และประเด็นนี้อาจช่วยทำให้การเจรจาในปีนี้-ซึ่งจะเน้นไปที่การระดมเงินทุนเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจนในการปรับตัวต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ—มีความเข้มข้นและชัดเจนยิ่งขึ้น การประชุม COP สามครั้งที่ผ่านมาจัดขึ้นที่ชาร์ม เอล เชค (Sharm el-Sheikh) ดูไบ และบากู ซึ่งเริ่มมีลักษณะคล้ายกับวันหยุดพักผ่อนในรีสอร์ต มีงานเลี้ยงค็อกเทลเกิดขึ้นทั่วทุกมุมและจำนวนผู้เข้าร่วมก็พุ่งสูงถึงกว่า 50,000 คน แต่เบเล็ง (Belém) จะต่างออกไป เมืองที่มีประชากร 1.3 ล้านคนแห่งนี้มีห้องพักโรงแรมเพียงพอสำหรับผู้เข้าร่วมเพียง 18,000 คน ขณะที่อีกประมาณ 5,000 […]