บทไว้อาลัยให้เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactors – SMRs)
เครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์กำลังถูกโปรโมตอย่างหนัก แต่ในทางเศรษฐศาสตร์แล้ว “ไม่คุ้ม” และ “ไม่ลงตัว” อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังผลักดันแนวคิดการสร้าง SMRs อย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศแทบไม่มีโอกาสสร้างเครื่องปฏิกรณ์กำลังผลิตขนาดใหญ่รุ่นใหม่อีกแล้ว เครื่องปฏิกรณ์กลุ่มนี้จะมีขนาดกำลังผลิตต่ำกว่า 300 เมกะวัตต์ (MW) ในขณะที่เครื่องปฏิกรณ์ขนาดใหญ่มักอยู่ราว 1,000 MW แนวคิดคือจะลดงานก่อสร้างหน้างานจริง แล้วแทนด้วยการผลิตชิ้นส่วนเครื่องปฏิกรณ์ในโรงงานแบบมาตรฐาน (standardised factory production) ก่อนนำไปติดตั้งที่ไซต์ เพื่อ “กดต้นทุนลง” และ “เพิ่มการควบคุมคุณภาพ” บทความนี้จะเน้นไปที่ “เศรษฐศาสตร์ที่น่าเคลือบแคลง” ของ SMRs แต่ก็มีลักษณะเด่นอีกสองอย่างของจักรวาล SMR ที่ควรกล่าวถึง (รายละเอียดดูได้ในฉบับล่าสุดของ Nuclear Monitor) เชื้อเพลิงฟอสซิลและลัทธิทหารนิยม ประการแรก กระแสคลั่งไคล้ SMRs แทบไม่เกี่ยวกับ “สิ่งแวดล้อมแบบเป็นมิตรต่อภูมิอากาศ” เลย ราว ครึ่งหนึ่ง ของ SMRs ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง (โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ลอยน้ำของรัสเซีย, เรือทำลายน้ำแข็งรุ่น RITM-200 ของรัสเซีย และเครื่องปฏิกรณ์สาธิต ACPR50S ของจีน) ถูกออกแบบมาเพื่อ เอื้อการเข้าถึงทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิล ในอาร์กติก ทะเลจีนใต้ และพื้นที่อื่น ๆ ตัวอย่างอีกกรณีอยู่ที่แคนาดา ซึ่งหนึ่งในแนวทางใช้ SMR ที่กำลังพิจารณาคือการผลิตไฟฟ้าและความร้อนเพื่อ สกัดไฮโดรคาร์บอนจากทรายน้ำมัน […]
การผลักดันพลังงานนิวเคลียร์ครั้งใหม่ กำลังนำความเสี่ยงเดิมกลับมา — และมากกว่าที่เคย
เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์และคีร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร ลงนามในข้อตกลงเพื่อเร่งขยายพลังงานนิวเคลียร์ในสหราชอาณาจักร ราคาหุ้นพลังงานนิวเคลียร์ก็พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่กระแสคึกคะนองนี้กลับเพิกเฉยต่อหลักฐานมากมายที่ชี้ชัดว่าพลังงานนิวเคลียร์เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ในสหรัฐฯ เพียงสองหน่วยที่สร้างขึ้นในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา คือ Vogtle หน่วยที่ 3 และ 4 มีต้นทุนรวมกว่า 35,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้กลายเป็นไฟฟ้าที่แพงที่สุดในโลก ค่าใช้จ่ายบานปลายมหาศาลยังทำให้โครงการ NuScale ซึ่งเป็นความพยายามเดียวของสหรัฐฯ ในการพัฒนาเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กเชิงพาณิชย์ ต้องล้มเหลวเช่นกัน แม้เช่นนั้น ความคลั่งไคล้พลังงานนิวเคลียร์ก็ยังทวีความรุนแรงขึ้น ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่พุ่งสูง การกำกับดูแลนิวเคลียร์ที่อ่อนแอลง การส่งเสริมพลังงานนิวเคลียร์อย่างไม่รอบคอบ และการโจมตีพลังงานหมุนเวียนโดยรัฐบาลกลาง ได้ก่อให้เกิด “พายุสมบูรณ์แบบ” ที่ผลักดันกระแสขยายโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อดีตผู้กำกับดูแลเตือนว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการกำกับพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ (NRC) ถูกบ่อนทำลาย และพายุดังกล่าวอาจพาเราไปสู่หายนะ ความหลงตัวเองของวงการนิวเคลียร์ถึงขั้นที่ NASA ประกาศว่าจะติดตั้งเครื่องปฏิกรณ์บนดวงจันทร์ภายในปี 2030 แต่ในเมื่อกลไกกำกับดูแลถูกยกเลิกไปแล้ว เราควรเป็นห่วงมากกว่ากับการป้องกันไม่ให้โลกกลายเป็น “ดวงจันทร์นิวเคลียร์” เสียเอง สัญญาณอันตรายประการหนึ่งคือการฟื้น “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซอมบี้” — การนำเครื่องปฏิกรณ์เก่าที่เลิกใช้แล้วกลับมาเดินเครื่องใหม่ แม้บางแห่งเคยถูกปิดเพราะเหตุผลด้านความปลอดภัย เช่น โรงไฟฟ้า Palisades ในรัฐมิชิแกน […]
พลังงานนิวเคลียร์กำลังล้มเหลว และ AI ก็ไม่อาจช่วยกู้ได้
การผลิตไฟฟ้าจากนิวเคลียร์มีต้นทุนสูงและใช้เวลานาน การอ้างว่าความล้มเหลวในอดีตจะไม่เกิดขึ้นอีกทำให้นักการเมืองเชื่อและผลักภาระการลงทุนที่ตลาดทุนเอกชนไม่ยอมรับให้กลายเป็นการลงทุนสาธารณะ มีการรณรงค์สร้างอิทธิพลอย่างเข้มข้นเพื่อฟื้น “ยุคฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์” จากการล่มสลายอย่างเชื่องช้าของอุตสาหกรรม ซึ่งถูกบันทึกไว้ใน World Nuclear Industry Status Report ฉบับอิสระที่จัดทำเป็นรายปี การอ้างว่าความล้มเหลวในอดีตจะไม่เกิดขึ้นอีกได้โน้มน้าวให้นักการเมืองจำนวนมากเชื่อว่า การผลักภาระการลงทุนด้านนิวเคลียร์ที่ตลาดทุนเอกชนปฏิเสธให้กลายเป็นภาระสาธารณะ การลดทอนหรือเลี่ยงข้อกำหนดความปลอดภัยที่เข้มงวด การกดการแข่งขันในตลาด และการสั่งเดินหน้าโครงการเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทางทหารและศูนย์ข้อมูลภายใต้ข้ออ้างด้านความมั่นคงแห่งชาติ จะสามารถฟื้นการขยายตัวของนิวเคลียร์และพลิกโฉมเศรษฐกิจได้ ภาพลวงตานี้สอดรับอย่างพอดีกับการเปลี่ยนแปลงโมเดลธุรกิจของอุตสาหกรรม จากการขายสินค้าไปสู่การเก็บเกี่ยวเงินอุดหนุนแทน มีข้อเท็จจริงที่ชวนอึดอัดอยู่หลายประการ แม้แต่บริษัทและประเทศที่มีความเชี่ยวชาญที่สุดก็ยังส่งมอบเครื่องปฏิกรณ์ขนาดใหญ่ด้วยต้นทุนและเวลาการก่อสร้างที่สูงกว่าที่สัญญาไว้หลายเท่า ขณะเดียวกัน ฝูงบริษัทสตาร์ตอัพที่ไม่เคยสร้างเครื่องปฏิกรณ์มาก่อนกลับพยายามรีแบรนด์ความไร้ประสบการณ์ของตนว่าเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน แบบออกแบบใหม่ ๆ ถูกกล่าวอ้างว่ามีความปลอดภัยสูงจนแทบไม่ต้องมีมาตรการป้องกันตามปกติ (แม้จะยังไม่ปลอดภัยพอที่จะยกเลิกข้อยกเว้นพิเศษด้านความรับผิดจากอุบัติเหตุของพลังงานนิวเคลียร์ก็ตาม) การแทรกแซงทางการเมืองในกระบวนการออกใบอนุญาตนิวเคลียร์ก็กำลังกัดกร่อนความเชื่อมั่นของสาธารณชน ส่วนเครื่องปฏิกรณ์ขนาดเล็กที่ถูกเสนอ มีต้นทุนต่อหน่วยไฟฟ้าสูงกว่า สร้างกากนิวเคลียร์มากกว่าต่อหน่วยไฟฟ้า และมักต้องใช้เชื้อเพลิงเข้มข้นขึ้นซึ่งสามารถนำไปใช้สร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้โดยตรง ยิ่งไปกว่านั้น พลังงานนิวเคลียร์ยังเผชิญความท้าทายพื้นฐานเดียวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้แก่ ต้นทุนที่ไม่สามารถแข่งขันได้ คู่แข่งที่ก้าวนำไปไกล กำไรที่หดหาย และอุปสงค์ที่ไม่แน่นอน แทบไม่มีผู้ขายรายใดทำกำไรจากการขายเครื่องปฏิกรณ์ — มีเพียงการขายเชื้อเพลิงและการซ่อมบำรุงเท่านั้นที่ทำเงินได้ ไฟฟ้านิวเคลียร์แพ้ในตลาดประมูลเสรี จนต้องพึ่งการอุ้มชูจากสภาคองเกรส — มูลค่า 27 พันล้านดอลลาร์ (จ่ายออกจริง 15 พันล้าน) ในปี 2005, มูลค่า 133 พันล้านในปี […]
ภาพลวงตานิวเคลียร์ : ทำไมเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) จะไม่สามารถกอบกู้พลังงานนิวเคลียร์ได้
เรียบเรียงจาก https://www.theenergymix.com/the-nuclear-mirage-why-small-modular-reactors-wont-save-nuclear-power/ เขียนโดย Arnie Gundersen อดีตผู้บริหารอุตสาหกรรมนิวเคลียร์และหัวหน้าวิศวกรที่ Fairewinds Energy Education ไม่ว่าคุณจะหันไปทางไหน เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ก็กำลังทำงานอย่างหนัก ศูนย์นโยบายพลังงานโลกของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเรียกร้องให้มีการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ด้วย “ความเร็วสูง” ขณะที่ Goldman Sachs, Microsoft และรัฐบาลสหราชอาณาจักรต่างก็ยกย่องเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบแยกส่วน (SMR) ว่าเป็นยาวิเศษสำหรับรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและความมั่นคงด้านพลังงาน มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีต่างพากันจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ และวอลล์สตรีทก็กำลังพูดถึง “พลังงานตลอด 24 ชั่วโมง” สำหรับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) รัฐบาลสหราชอาณาจักรทุ่มเงินหลายพันล้านเพื่อ “มินินิวเคลียร์” เพื่อเติมเต็มช่องว่างด้านพลังงานที่กำลังจะเกิดขึ้น สำหรับคนที่มีอายุมากพอที่จะจำได้ เรื่องนี้คงฟังดูคุ้นหู ส่วนคนที่ไม่คุ้นหู ขอให้ตั้งใจฟัง ผมใช้เวลามากกว่า 50 ปีในอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรองประธานอาวุโสและบริหารโครงการที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 70 แห่ง ผมมีสิทธิบัตรด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และเป็นผู้ร่วมเขียนบทความที่ผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ฉบับเกี่ยวกับการแพร่กระจายของรังสีหลังจากการหลอมละลายของแกนปฏิกรณ์ ผมเคยเชื่อในความฝันนี้ ผมเคยช่วยสร้างความฝันนี้ และเมื่อได้เห็นการแสดงฉากที่สามนี้ ผมก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความรู้สึกที่เหมือนเคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะสิ่งที่อุตสาหกรรมนิวเคลียร์กำลังนำเสนอไม่ใช่การปฏิวัติ แต่เป็นการฉายซ้ำ—เป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวที่มีราคาแพงและเบี่ยงเบนไปจากทางแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศที่แท้จริง SMR คืออะไรกันแน่? เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบแยกส่วน (SMR) คือความฝันใหม่ที่ดูดีของอุตสาหกรรมนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นความหวังมากกว่ากลยุทธ์ […]