ประเทศที่มีน้ำมัน ก๊าซ พลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุด : คำเตือนล่วงหน้าที่กลายเป็นความจริง

ประเทศที่มีน้ำมัน ก๊าซ พลังงานแสงอาทิตย์มากที่สุด : คำเตือนล่วงหน้าที่กลายเป็นความจริง ภาพอินโฟกราฟิกเหมือนบทนำของวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ คือการเชื่อมโยงระหว่างตรรกะของประเทศที่ครอบครองพลังงานกับวิกฤตพลังงานในปัจจุบัน 🛢️ “ถูกรุกราน” และ “ถูกปิดล้อม” จุดเด่นที่โดดเด่นที่สุดของอินโฟกราฟิกคือกล่องสีแดงที่มีคำอธิบาย เวเนซุเอลา อิรัก ลิเบีย และอิหร่าน ถูกระบุว่า “ถูกรุกราน” หรือ “ถูกปิดล้อม” ทั้งหมดเป็นประเทศที่มีน้ำมันและก๊าซสำรองมากที่สุดในโลก ข้อโต้แย้งหลักคือ ชาติที่อุดมด้วยทรัพยากรมักเผชิญกับแรงกดดันทางภูมิรัฐศาสตร์จากมหาอำนาจที่ต้องการควบคุมเส้นทางพลังงาน ทฤษฎีนั้นกำลังปรากฏให้เห็นในรูปแบบที่รุนแรงที่สุดในขณะนี้ หลังจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งรวมถึงการสังหารผู้นำสูงสุด อาลี คาเมเนอี กองกำลัง IRGC ของอิหร่านได้ปิดกั้นการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยพฤตินัย ทำให้การจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันลดลงจนแทบเป็นศูนย์ และกระทบต่อราวร้อยละ 20 ของอุปทานน้ำมันและก๊าซรายวันของโลก อิหร่านที่ถูกจัดอันดับ #4 ด้านน้ำมัน และ #2 ด้านก๊าซธรรมชาติ ในอินโฟกราฟิกและถูกระบุด้วยกล่องสีแดงทั้งคู่ได้แปลงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของตนเป็นอาวุธแล้ว 🗺️ แผนที่ท่อส่งก๊าซอธิบายทุกอย่าง ส่วนที่ถูกมองข้ามมากที่สุดของอินโฟกราฟิกคือแผนภาพเส้นทางท่อส่งก๊าซที่แข่งขันกัน มันแสดงให้เห็นสองเส้นทางคู่แข่ง: อินโฟกราฟิกระบุว่าสงครามกลางเมืองซีเรียและโดยเฉพาะการสู้รบที่เมืองอาเลปโป บางส่วนเป็นเพราะต้องการกำหนดว่าท่อส่งก๊าซเส้นไหนจะถูกสร้าง อัสซาดเลือกเส้นทางที่รัสเซียหนุนหลัง ซึ่งอินโฟกราฟิกระบุว่า “ทำให้อุตสาหกรรมก๊าซและการทหารของโอบามาโกรธเคือง” ในปี 2569 การแข่งขันท่อส่งก๊าซนั้นได้ปะทุกลายเป็นวิกฤตพลังงานเต็มรูปแบบ กาตาร์ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิต LNG รายใหญ่ที่สุดของโลกต้องหยุดการผลิตหลังจากโดรนอิหร่านโจมตีโรงงานที่ราสลาฟฟานและเมไซด์ โครงสร้างพื้นฐานการส่งออกที่เป็นแกนหลักของกลยุทธ์ก๊าซกาตาร์สู่ยุโรป ที่อินโฟกราฟิกระบุว่าเป็นผลประโยชน์หลักของสหรัฐฯ […]

ราคาแผงเซลล์สุริยะถูกลงมากทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์แข่งขันได้

ปี 2556 เราได้เห็นราคาของแผงเซลสุริยะหรือโซลาร์เซลล์ลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างเช่นในสหรัฐอเมริกาซึ่งมีราคาอยู่ที่ 0.74 เหรียญต่อวัตต์ หรือลดลงถึงร้อยละ 99 ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา  ทำให้การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะสามารถแข่งขันได้กับแหล่งพลังงานดั้งเดิมเพื่อป้อนไฟฟ้าเข้าสู่สายส่ง ต้นทุนที่ลดลงของการผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์สุริยะนี้มาจากการสนับสนุนด้านนโยบายของรัฐ ทั้งในรูปของการวิจัยและพัฒนา การรับซื้อไฟฟ้า การออกกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานหมุนเวียน และการสนับสนุนด้านเงินทุน ประเทศไทยมีความเข้มแสงในการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในระดับต้นๆ รัฐบาลเห็นว่าต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าโดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ปรับตัวลงต่ำมากจึงได้มีโครงการสนับสนุนภาคเอกชนและประชาชนโดยจัดให้มีการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคาบ้าน บริษัท ห้างร้าน โรงงาน และให้การสนับสนุนในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าในอัตรามากสุด 6.96 บาท/หน่วย เป็นเวลา 25 ปี จุดคุ้มทุนขึ้นกับชนิดอุปกรณ์ที่ติดตั้งเช่นแผงโซล่าเซลล์ ชนิดอินเวอเตอร์  เป็นต้น เพราะทั้งสองสิ่งคือ ต้นทุนหลักในการติดตั้ง  ซึ่งจากประสบการณ์การวิจัยและการทดลองพบว่าสามารถคืนทุนได้เร็วที่สุด 6 ปี (Solar farm คืนทุน 7 ปี)  และสามารถทำกำไรในการขายไฟคืนให้การไฟฟ้าอีก 19 ปี ที่มา :  http://thinkprogress.org/climate/2013/12/20/3078461/9-climate-charts-2013/ http://renewableenergythai.com)