หลังจากหนึ่งปีของการเจรจาเรื่องสภาพภูมิอากาศอย่างหนักหน่วง ‘การเจรจาแบบย่อย (Minilateralism)’ เป็นทางเลือกหนึ่ง

เรียบเรียงจาก : https://www.japantimes.co.jp/environment/2024/12/30/climate-change/climate-talks-minilateralism-alternative/ ตั้งแต่การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพไปจนถึงการแก้ไขปัญหามลพิษจากพลาสติก การประชุมพหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละครั้งในปี 2024 จบลงด้วยความผิดหวัง การปกป้องโลกเป็นความพยายามระดับโลกที่สำเร็จได้ก็ต่อเมื่อประเทศต่าง ๆ เห็นพ้องที่จะดำเนินการร่วมกัน อย่างไรก็ตาม หากดูจากการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศในปีนี้แล้ว ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีนัก ในปี 2024 การเจรจาเพื่อหยุดยั้งมลพิษจากพลาสติก ปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ และยุติการกลายเป็นทะเลทรายล้มเหลวทั้งหมด ขณะเดียวกัน ข้อตกลงในการประชุม COP29 ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาไม่พอใจกับจำนวนเงินที่ตกลงกันไว้เพื่อช่วยพวกเขาต่อสู้กับภาวะโลกร้อน และยังหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงความจำเป็นในการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอีกด้วย” “มันกลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อย ๆ ที่จะบรรลุข้อตกลงที่ทั้งทะเยอทะยานและเป็นไปได้จริง ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้” มาเรีย อิวาโนวา ผู้อำนวยการโรงเรียนด้านนโยบายสาธารณะและกิจการเมืองในเขตเมือง มหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์น กล่าว “ปัญหาอย่างการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและมลพิษจากพลาสติกเป็นปัญหาเชิงระบบ เชื่อมโยงข้ามภาคส่วน และฝังตัวอยู่ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ” ข้อตกลงด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกไม่เคยเป็นเรื่องง่าย แต่การแบ่งขั้วทางการเมือง อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของบรรษัทข้ามชาติ และงบประมาณของรัฐบาลที่ตึงเครียด ทำให้ประเทศต่าง ๆ เต็มใจที่จะประนีประนอมกันน้อยลงกว่าเดิม “กว่าจะไปถึงขั้นตอนของเอกสารหรือข้อตกลงที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องกันได้ มันถูกลดทอนลงจนแทบไม่เหลืออะไรเลยในท้ายที่สุด” ฮวน คาร์ลอส มอนเตร์เรย์-โกเมซ ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของปานามา ซึ่งเข้าร่วมการเจรจาสำคัญด้านสภาพภูมิอากาศระดับนานาชาติทั้งสี่ครั้งในปีนี้ กล่าว นี่คือภาพรวมของการเจรจาระดับโลกในประเด็นสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมในปี 2024 การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เกือบ 200 […]

We use cookies to personalise content and ads, to provide social media features and to analyse our traffic. We also share information about your use of our site with our social media, advertising and analytics partners. View more
Cookies settings
Accept
Privacy & Cookie policy
Privacy & Cookies policy
Cookie name Active
  Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compareสถาบันนโยบายศึกษาในสหรัฐอเมริกา จัดทำรายงานประจำปีเรื่อง Military VS Climate Security : The 2011 Budget Compare" ออกมาเมื่อเร็วๆ นี้ เนื้่อหาในรายงานระบุว่า ตอนนี้กลาโหมของสหรัฐฯ รู้แล้วว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(climate change) ถือเป็น "ตัวคูณของภัยคุกคามด้านความมั่นคง" หลักฐานประการหนึ่งคือ นับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา งบประมาณของรัฐบาลสหรัฐฯ เองได้ถูกแบ่งสรรปันส่วนไปใช้ในเรื่องการจัดการกับเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น ตั้งแต่ปี 2008 และปี 2011 มีการจัดสรรงบโลกร้อนเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่าสองเท่า (จาก 7.4 พันล้านเหรียญ เป็น 18.1 พันล้านเหรียญ) กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในปี 2008 สหรัฐฯ นั้นใช้งบประมาณราว 94 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และในปี 2011 ใช้งบระมาณราว 41 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การเปลี่ยนผ่านของการใช้งบประมาณดังกล่าวนี้ มิได้ทำให้การลงทุนเพื่อทำให้เกิดความมั่นคงด้านสภาพภูมิอากาศมากนักเมื่อเทียบกับขนาดของภัยคุกคามของการเปี่ลยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นและรออยู่ข้างหน้า ยิ่งไปกว่านั้น รายงานนี้ยังได้เปรียบเทียบกรณีศึกษาประเทศจีนว่ามีความก้าวหน้ามากกว่าสหรัฐอเมริกาในเรื่องนี้มาก รายงานระบุว่า ถึงแม้การใช้จ่ายทางการทหารของจีนจะไม่โปร่งใสไปเสียทั้งหมด แต่จีนนั้นใช้งบประมาณ 2-3 เหรียญสหรัฐในด้านกลาโหม ต่อทุก ๆ 1 เหรียญสหรัฐที่ใช้ในด้านการจัดการเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รายงานนี้ ได้สรุปฟันธงว่า ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทั้งในด้านความมั่นคง ทางสิ่งแวดล้อม และทางเศรษฐกิจ การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรในด้านกลาโหมให้กับงบประมาณในการจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลสำหรับสหรัฐอเมริกา รายละเอียดของรายงานดาวน์โหลดได้ที่  www.fpif.org/files/2521/mil%20v%20climate%202010.pdf
Save settings
Cookies settings